posttoday
“ศุภจี” ดันอุตสาหกรรม “ป้องกันประเทศ -ราง-เครื่องมือแพทย์” สู่ตลาดรัฐหนุนสินค้าไทย

“ศุภจี” ดันอุตสาหกรรม “ป้องกันประเทศ -ราง-เครื่องมือแพทย์” สู่ตลาดรัฐหนุนสินค้าไทย

14 สิงหาคม 2569

“ศุภจี” มอบกระทรวงอุตฯ เร่งสร้าง “ความเข้มแข็ง” พร้อมเปิดประตูตลาดภาครัฐ ในกลุ่มอุตสาหกรรมดาวรุ่ง เชื่อมโยงสู่การพัฒนาอุตฯ สีเขียว

KEY

POINTS

  • “ศุภจี” มอบกระทรวงอุตฯ เร่งสร้าง “ความเข้มแข็ง” พร้อมเปิดประตูตลาดภาครัฐ
  • ในกลุ่มอุตสาหกรรมดาวรุ่ง “ป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์”
  • เชื่อมโยงสู่การพัฒนาอุตฯ สีเขียว BCG และ ESG เน้นผลิตสินค้าไทย โดยคนไทย พร้อมขยายตลาดให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยจากฐานภายในประเทศ พร้อมเปิดโอกาส ให้สินค้า วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการที่ผลิตในประเทศเข้าสู่ตลาดมากขึ้น 

 

โดยเฉพาะ 3 อุตสาหกรรมมูลค่าสูง และมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์

 

“ศุภจี” ดันอุตสาหกรรม “ป้องกันประเทศ -ราง-เครื่องมือแพทย์” สู่ตลาดรัฐหนุนสินค้าไทย

 

ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมหนุน “วิจัย-ผลิต–ตลาด–ลงทุน” ต่อยอดสู่ตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศควบคู่กับการใช้ GMT SMEs และ MiT เชื่อมโยงสู่การพัฒนาอุตฯ สีเขียว BCG และ ESG เพื่อสร้างโอกาสและขยายตลาดให้ผู้ประกอบการ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

 

 

นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยจากฐานภายในประเทศ ควบคู่กับการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกโดยสอดรับ กับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ

 

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense Industry) ระบบราง (Rail Industry) และเครื่องมือแพทย์ (Medical Devices Industry) โดยใช้กลไกสาคัญในการเชื่อมโยงสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดภาครัฐผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) ผ่านกระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) และแนวคิดการพัฒนาองค์ และการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG)

 

“ภาครัฐจะเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่จะช่วยสร้างอุปสงค์ (Demand) ในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงดังกล่าว ซึ่งจะต่อยอดให้เกิดการขยายโอกาสทางการตลาด ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และเกิดการลงทุนใหม่

 

พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้สินค้าที่ผลิตในประเทศ ควบคู่กับคุณค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งรายได้ การจ้างงาน และโอกาสทางธุรกิจ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม มีบทบาทสำคัญในการเชื่อม “การวิจัย-การผลิต–การตลาด–การลงทุน” เพื่อสร้างฐานผู้ประกอบการไทยที่เข้มแข็ง สามารถเติบโตและแข่งขันได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก”

 

“ศุภจี” ดันอุตสาหกรรม “ป้องกันประเทศ -ราง-เครื่องมือแพทย์” สู่ตลาดรัฐหนุนสินค้าไทย

 

 

นางศุภจี กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้มุ่งเน้นสนับสนุนการพัฒนาฐานการผลิตในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และมีความสาคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และมาตรฐาน การพัฒนาทักษะบุคลากร ตลอดจนการเชื่อมโยงงานวิจัยและเทคโนโลยีสู่การผลิตจริง รวมถึง การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ 

 

โดยมอบหมายให้ กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการดังกล่าวผ่านกลไกการใช้ Good Manufacturing of Thailand for SMEs หรือ GMT SMEs ซึ่งดำเนินการโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เป็นกลไกยกระดับ SMEs ทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต 

 

การกำหนดสัดส่วนของมูลค่าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนภายในประเทศ มาตรฐาน และเทคโนโลยี พร้อมเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานและผู้ซื้อรายใหญ่ควบคู่ไปกับ การรับรองมาตรฐาน MiT หรือ Made in Thailand ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่รับรองว่าสินค้าชิ้นนั้น มีการผลิตจริงในประเทศไทย และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด

 

“สิ่งสำคัญคือการทำให้ ‘ตลาด’ กับ ‘การพัฒนาผู้ประกอบการ’ เดินไปด้วยกัน โดยนำความต้องการของตลาดมาเป็นโจทย์ในการพัฒนา SMEs ดังนั้น GMT SMEs และ MiT จะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเพื่อขยายตลาด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคด้วย” นางศุภจี กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

"นาบิล" ยันเข้าทีมชาติตามระบบ พร้อมชกมวยสากลฯ ลุ้นทองโอลิมปิก

"นาบิล" ยันเข้าทีมชาติตามระบบ พร้อมชกมวยสากลฯ ลุ้นทองโอลิมปิก