
“ศุภจี” มอบรางวัล สุดยอด SME แห่งชาติ ดันธุรกิจไทยสู่เวทีโลก
“ศุภจี” ร่วมเวที SME National Awards 2026 มอบ 6 รางวัลพิเศษ หนุนผู้ประกอบการไทยเร่งปรับตัวสู่ดิจิทัล-ยั่งยืน เพิ่มขีดแข่งขันสู่ตลาดโลก
KEY
POINTS
- สสว. จัดงานมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร่วมมอบรางวัลพิเศษเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SME ไทย และผลักดันให้ก้าวสู่เวทีการค้าระดับสากล
- รางวัลนี้มุ่งสร้างต้นแบบทางธุรกิจที่ปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และพร้อมแข่งขันในระดับโลก
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดพิธีมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 (SME National Awards 2026) ร่วมกับงานมอบรางวัล SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4 ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ
โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติยอดเยี่ยม รางวัล Hall of Fame (3 ปีซ้อน และ 5 ปีซ้อน) รวมถึงรางวัลสุดยอดธุรกิจใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม
โอกาสนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ร่วมเป็นเกียรติในพิธีและมอบรางวัลพิเศษ (Special Awards) ใน 6 สาขาสำคัญ
ได้แก่ SME Sustainability & ESG Excellence, SME Digital Transformation, SME Global Frontier, SME Soft Power & Beyond, SME Community Changemaker และ SME New Gen
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการมอบรางวัล SME Provincial Champion Awards ครอบคลุมผู้ประกอบการจากทั่วประเทศทั้ง 6 ภูมิภาค พร้อมด้วยการมอบสิทธิประโยชน์พิเศษแก่ SME จาก 7 หน่วยงานพันธมิตรชั้นนำ เพื่อมุ่งยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SME ไทยสู่ระดับสากล
สำหรับ “SME” ถือเป็นรากฐานและหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งในมิติของการสร้างงาน การกระจายรายได้ และการขับเคลื่อนโอกาสทางเศรษฐกิจลงไปสู่ชุมชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว รูปแบบการค้าใหม่ๆ ตลอดจนความท้าทายด้านความยั่งยืน รัฐบาลมุ่งหวังที่จะเห็นผู้ประกอบการ SME ไทย ไม่เพียงแต่รับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ แต่สามารถเปลี่ยนทุกความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสใหม่ในการเติบโต โดยอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร
เพื่อให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายย่อย (Micro Enterprises) และผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางการตลาดได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จจากผลประกอบการหรือตัวเลขทางการเงินเท่านั้น หากแต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับองค์กร ความสามารถในการปรับตัวอย่างชาญฉลาด
และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง รางวัลในครั้งนี้ ถือเป็น 'ต้นแบบ' และแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น ได้ก้าวเดินไปข้างหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
การจัดงาน "งานมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18" (SME National Awards) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศและวงการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในหลากหลายมิติ
เป็นกระบวนการพัฒนาผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ ผ่านแนวคิด “Diagnose - Unlock -Upgrade” เริ่มตั้งแต่การตรวจสุขภาพธุรกิจ การลงพื้นที่ตรวจระบบการผลิตและบริการ การสัมภาษณ์ผู้บริหาร ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัวจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ปัญหา ปลดล็อกข้อจำกัด และนำผลประเมินไปปรับปรุงองค์กรได้จริง
โดยมี 5 จุดเด่นสำคัญของโครงการในปีนี้ ได้แก่ การใช้เกณฑ์ประเมินที่รอบด้าน มิได้มองแค่ผลประกอบการ แต่ครอบคลุมถึงวิสัยทัศน์องค์กรและการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน
เป็นกระบวนการพัฒนาธุรกิจที่แท้จริง ผู้เข้าร่วมได้รับประโยชน์ตั้งแต่ขั้นตอนประเมิน ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อใช้ยกระดับธุรกิจในระยะยาว และครอบคลุมทุกกลุ่มและกระจายโอกาสทั่วไทย เปิดรับทั้งภาคการผลิต ค้าส่ง-ค้าปลีก บริการ และเกษตร
พร้อมมอบรางวัล SME Provincial Champion Awards เพื่อดันผู้ประกอบการรายย่อยจากทั้ง 77 จังหวัดเข้าสู่ระบบการพัฒนา กระจายความแข็งแกร่งสู่เศรษฐกิจฐานราก และสร้างต้นแบบธุรกิจ (Role Model)
ผู้ได้รับรางวัลรวมถึงผู้เข้าสู่ระดับ Hall of Fame จะร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและส่งต่อความสำเร็จให้แก่ SME รายอื่นทั่วประเทศ และสอดคล้องทิศทางเศรษฐกิจยุคใหม่
จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Sustainability, Digital, Global : Empowering SMEs for the Future” มุ่งเน้นการปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ซึ่งเชื่อมโยงกับนโยบายภาครัฐทั้งด้านการค้า การส่งออก และการเพิ่มผลิตภาพด้วยเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม







