posttoday
ดร.เดชา ชี้ SME ไทย “ติดหล่ม” 4 วิกฤต ดันปฏิรูปอุตฯ One Mind ฝ่าวิกฤตโลก

ดร.เดชา ชี้ SME ไทย “ติดหล่ม” 4 วิกฤต ดันปฏิรูปอุตฯ One Mind ฝ่าวิกฤตโลก

23 กรกฎาคม 2569

ดร.เดชา จาตุธนานันท์ ระบุ SME ไทยกำลังเผชิญ 4 วิกฤตหลัก ทั้งหนี้ เทคโนโลยี กติกาโลกสีเขียว และกฎหมาย พร้อมเสนอโมเดล One Mind พลิกวิกฤตสู่โอกาส

KEY

POINTS

  • SME ไทยกำลังเผชิญ 4 วิกฤตสำคัญที่ทำให้ธุรกิจ “ติดหล่ม” ได้แก่ ปัญหาสภาพคล่องและหนี้สิน, การขาดเทคโนโลยี, กติกาการค้าโลกด้านสิ่งแวดล้อม และกฎระเบียบราชการที่ซับซ้อน
  • กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแนวคิดปฏิรูป “One Mind” เพื่อรวมทุกหน่วยงานเป็นหนึ่งเดียว มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการ, ผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต, ปฏิรูปกฎหมาย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว
  • มีข้อเสนอมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือ SME เช่น การใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการปล่อยสินเชื่อ, การเปลี่ยนอุปสรรคด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาส และการปฏิรูประบบใบอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น

ดร.เดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา “Thailand SMART SME 2026” จัดโดยสำนักข่าว PostToday ว่า ผู้ประกอบการ SME ไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก จนเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า “ติดหล่ม” หากไม่มีมาตรการเร่งด่วน ประเทศอาจสูญเสียเครื่องยนต์สำคัญของระบบเศรษฐกิจ

 

ดร.เดชาระบุว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญภาวะ Poly-crisis หรือวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

 

ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME มากกว่า 3.2 ล้านราย จ้างงานกว่า 13 ล้านคน ถือเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แต่ปัจจุบันกำลังติดอยู่กับอุปสรรคสำคัญ 4 ด้าน

ดร.เดชา จาตุธนานันท์

 

4 ปัญหาใหญ่ฉุด SME ไทย

ปัญหาแรกคือ สภาพคล่องและภาระหนี้สะสม ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ ปัจจุบันมีเพียงประมาณ 32% ของ SME ที่ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เนื่องจากติดข้อจำกัดเรื่องหลักประกัน ต้นทุนดอกเบี้ย และภาระหนี้เดิม

 

ปัญหาที่สองคือ การปรับตัวด้านเทคโนโลยี แม้โลกกำลังก้าวสู่ยุคอุตสาหกรรม 5.0 ที่ AI และระบบอัตโนมัติมีบทบาทมากขึ้น แต่ SME ส่วนใหญ่ยังขาดทั้งเงินลงทุนและบุคลากรที่มีทักษะ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงและแข่งขันได้ยาก

 

ดร.เดชา จาตุธนานันท์

 

ปัญหาที่สามคือ กติกาการค้าโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Carbon Footprint, CBAM และ EUDR ซึ่งกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการส่งออก หลายธุรกิจยังมองมาตรฐานเหล่านี้เป็นต้นทุนเพิ่มเติม มากกว่าจะเป็นโอกาสในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

 

ส่วนปัญหาสุดท้ายคือ กฎหมายและระบบราชการ ที่ยังมีขั้นตอนซับซ้อน ใช้เวลาขออนุญาตนาน และกฎระเบียบบางส่วนยังไม่สอดรับกับรูปแบบธุรกิจยุคใหม่ ทำให้เกิดต้นทุนแฝงต่อผู้ประกอบการ

 

ชู “One Mind” ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย

ดร.เดชา กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าปฏิรูปภายใต้แนวคิด “One Mind” เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานเป็นหนึ่งเดียว โดยยึด 4 เสาหลัก ได้แก่

 

People Engagement เปลี่ยนบทบาทจากหน่วยงานกำกับดูแล มาเป็นผู้สนับสนุนผู้ประกอบการ รับฟังปัญหาผ่านสายด่วน 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ดร.เดชา จาตุธนานันท์

 

Policy Execution ผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น AI เซมิคอนดักเตอร์ EV อาหารสุขภาพ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมดึง SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

 

Legal Reform ปรับปรุงกฎหมาย ลดขั้นตอนการอนุญาต ตั้งเป้าออกใบอนุญาตภายใน 30 วัน เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ

 

Mission Passion ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ผลักดันโรงงานกว่า 58,000 แห่งเข้าสู่มาตรฐาน Green Industry และรองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

 

เปลี่ยน Green Barrier ให้เป็น Green Opportunity

ดร.เดชา กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องปรับมุมมองใหม่ โดยมองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมว่าเป็น “บัตรผ่านสู่ตลาดโลก” มากกว่าจะเป็นภาระต้นทุน

 

ภาครัฐควรสนับสนุนผ่านสินเชื่อสีเขียว เงินอุดหนุนการขอใบรับรองมาตรฐานสากล และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น โซลาร์เซลล์ เครื่องจักรประสิทธิภาพสูง และระบบลดมลพิษ

 

พร้อมกันนี้ควรใช้มาตรการ Supply Chain Green Matching โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทขนาดใหญ่ที่เข้ามาเป็นพี่เลี้ยง ช่วยยกระดับ SME ในห่วงโซ่อุปทานให้ผ่านมาตรฐาน ESG, CBAM และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

 

ดร.เดชา จาตุธนานันท์

 

เสนอปลดล็อกแหล่งทุนด้วยข้อมูลดิจิทัล

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือ การปรับหลักเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อ โดยใช้ Alternative Data เช่น ประวัติการชำระค่าน้ำ ค่าไฟ หรือข้อมูลธุรกรรมทางธุรกิจ มาประเมินความสามารถในการชำระหนี้แทนการใช้หลักประกันเพียงอย่างเดียว เพื่อเปิดโอกาสให้ SME เข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดตั้งศูนย์ Shared Service ในภูมิภาค เพื่อให้ SME สามารถเช่าใช้ AI ระบบ Cloud และเทคโนโลยีขั้นสูงในต้นทุนต่ำ รวมถึงผลักดันระบบคูปองดิจิทัลสำหรับการยกระดับการผลิต

 

เร่งปฏิรูประบบอนุญาต ลดต้นทุนธุรกิจ

ดร.เดชา ยังเสนอให้บังคับใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการอย่างจริงจัง โดยกำหนดเป้าหมายให้การอนุญาตต่าง ๆ แล้วเสร็จภายใน 30 วัน พร้อมพัฒนาระบบใบอนุญาตแบบเบ็ดเสร็จ (Single Window) เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดต้นทุน และลดโอกาสการทุจริต

 

“หากทุกภาคส่วนร่วมกันตามแนวคิด One Mind ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ SME ไทยจะสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ยกระดับศักยภาพการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก” ดร.เดชา กล่าว

ข่าวล่าสุด

จ่อตรวจสอบย้อนหลัง 15 ปี! หลังขบวนการ "พ่อ-แม่ทิพย์" ลาม 8 รพ.เอกชน แค่ในกทม. อาจถึงครึ่งพัน!

จ่อตรวจสอบย้อนหลัง 15 ปี! หลังขบวนการ "พ่อ-แม่ทิพย์" ลาม 8 รพ.เอกชน แค่ในกทม. อาจถึงครึ่งพัน!