posttoday
ถอดแนวคิดอดีตวิศวกร ปั้นฟาร์มสัตว์ 70 ชนิดแลนด์มาร์ก จ.จันทบุรี

ถอดแนวคิดอดีตวิศวกร ปั้นฟาร์มสัตว์ 70 ชนิดแลนด์มาร์ก จ.จันทบุรี

01 กรกฎาคม 2569

อดีตวิศวกรพลิกชีวิต ใช้เงินเก็บปั้น "Viva Foresta Farm" แลนด์มาร์คสัตว์ใหญ่ที่สุดในจันทบุรี มีสัตว์แปลกกว่า 70 ชนิด กับบทเรียนฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

มีไม่กี่คนที่กล้าตัดสินใจทิ้งงานประจำเงินเดือนสูง เพื่อเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจที่ไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร

 

เช่นเดียวกับ “ศุภโชค ตันติพงศ์เกิดสุข” อดีตวิศวกรที่ปรึกษางานก่อสร้างในกรุงเทพฯ ซึ่งเลือกลาออกจากงานที่มั่นคง นำเงินเก็บทั้งชีวิตมาซื้อที่ดินในจังหวัดจันทบุรี เพื่อเริ่มต้นความฝันของตัวเอง

 

จุดเริ่มต้นของเขาไม่ได้คิดการณ์ใหญ่ แต่เพียงอยากมีสวนผลไม้และคาเฟ่เล็ก ๆ ที่มีสัตว์เลี้ยงไว้ให้ผู้มาเยือนได้ชม 

 

ทว่าเมื่อเสียงเรียกร้องจากลูกค้าอยากเห็นสัตว์หลากหลายชนิดเพิ่มมากขึ้น ความฝันเล็ก ๆ จึงค่อย ๆ ขยายตัว จนพัฒนาพื้นที่กว่า 30 ไร่ ให้กลายเป็น "วีว่า ฟอเรสต้า ฟาร์ม" (Viva Foresta Farm) ฟาร์มที่รวบรวมสัตว์แปลกมากกว่า 70 ชนิด 

 

ศุภโชค ตันติพงศ์เกิดสุข

 

จุดเริ่มต้น "วีว่า ฟอเรสต้า ฟาร์ม" 

 

ศุภโชค เล่าให้ "โพสต์ทูเดย์" ฟังว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี 2561 ได้นำเงินเก็บที่สะสมจากการทำงานมาเลือกซื้อที่ดิน เดิมทีตั้งใจทำเป็นสวนผลไม้ควบคู่กับธุรกิจหลัก และมองหาธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้เสริม จึงวางแนวคิดพัฒนาเป็นคาเฟ่และจุดเช็กอิน โดยมี "กวาง" เป็นเอกลักษณ์ของฟาร์ม ซึ่งสะท้อนผ่านโลโก้ของแบรนด์

 

ช่วงแรกของการเปิดให้บริการ ฟาร์มมีสัตว์เพียงประมาณ 15 ชนิด เนื่องจากตั้งใจให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับถ่ายภาพและพักผ่อน มากกว่าจะเป็นมินิซู (Mini zoo) แต่หลังเปิดดำเนินการได้ระยะหนึ่ง เสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยว 

 

โดยเฉพาะครอบครัวและผู้ปกครองในพื้นที่ เรียกร้องให้เพิ่มความหลากหลายของสัตว์ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน เนื่องจากจังหวัดจันทบุรียังไม่มีฟาร์มหรือแหล่งท่องเที่ยวในลักษณะดังกล่าว

 

จึงทยอยนำสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน Viva Foresta Farm มีสัตว์มากกว่า 70 ชนิด และกลายเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและศูนย์การเรียนรู้สำหรับเยาวชนและนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียง

ถอดแนวคิดอดีตวิศวกร ปั้นฟาร์มสัตว์ 70 ชนิดแลนด์มาร์ก จ.จันทบุรี

กว่าจะมีสัตว์ 70 ชนิด ลงทุนมากกว่า 50 ล้าน

 

ตลอดระยะเวลาการพัฒนาฟาร์ม ศุภโชค เล่าว่าได้ลงทุนรวม ๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้าน เพื่อขยายพื้นที่ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก และพัฒนาส่วนจัดแสดงสัตว์ให้มีความหลากหลายและได้มาตรฐาน รองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ศุภโชค กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ ได้นำกำไรที่เกิดขึ้นในแต่ละปี รวมถึงเงินเก็บส่วนตัว มาทยอยขยายฟาร์มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มสัตว์สายพันธุ์ใหม่ทีละน้อย จนปัจจุบันมีกว่า 70 ชนิด ได้แก่ กิ้งก่า กวางหลากหลายสายพันธ์ แกะ นกยูง เต่า ฯลฯ 

 

นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาคาเฟ่ และสวนน้ำตก สายหมอก เพื่อเป็นจุดพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เปิดให้บริการโดยไม่เก็บค่าเข้าชม เพียงซื้อเครื่องดื่มหรืออาหารก็สามารถเข้าใช้พื้นที่ได้ 

 

ภายในได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับบรรยากาศของฟาร์มในธีมป่าฝน มีทั้งน้ำตก ลำธาร และระบบสร้างสายหมอกทุก 15 นาที เพื่อสร้างบรรยากาศเสมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันศุภโชค บอกว่า เขากำลังจะพัฒนาพื้นที่อีกต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำคาเฟ่ให้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจผู้สูงวัย เนื่องจากฟาร์มแห่งนี้เดิมทีกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มครอบครัว และเด็ก ๆ  แต่ ณ ปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ฉะนั้นจึงอยากทำให้คาเฟ่ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ จึงมีเป้าหมายว่าจะพัฒนาสวนให้ดีขึ้น ในขณะที่ฟาร์มสัตว์เองก็ไม่หยุดพัฒนา แต่อาจจะไม่ได้นำสัตว์เข้ามาเพิ่ม เนื่องจากการดูแลมีต้นทุนสูง แต่จะเน้นไปที่การดูแลพื้นที่ให้สะอาด และสะดวกสบายมากขึ้น 

 

บทเรียนจากการทำธุรกิจ 8 ปี 

 

แน่นอนว่า การทำธุรกิจนี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหราบ ศุภโชค ยอมรับว่า ตลอดที่ผ่านมา มักเผชิญความท้าทายหลายอย่าง ในช่วงเปิดให้บริการใหม่ ๆเขาบอกว่า ฟาร์มมีสัตว์ประมาณ 15 ชนิด ซึ่งรวมถึงจิงโจ้และลามะที่ถือเป็นไฮไลต์ในขณะนั้น

 

แต่ปัจจุบันไม่ได้เลี้ยงสัตว์ทั้งสองชนิดแล้ว เนื่องจากประสบปัญหาในการดูแลช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน และไม่ได้มีประสบการณ์ในจึงทำให้เกิดบทเรียนหลายอย่าง จึงหันไปให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสายพันธุ์สัตว์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยมากขึ้น

 

ถอดแนวคิดอดีตวิศวกร ปั้นฟาร์มสัตว์ 70 ชนิดแลนด์มาร์ก จ.จันทบุรี

 

ทำธุรกิจช่วงแรกไปได้ดี อย่าเพิ่งดีใจ 

 

ศุภโชค เปิดเผยว่า ช่วงที่วีว่า ฟอเรสต้า ฟาร์ม เปิดให้บริการใหม่ ๆ ถือเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเคยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากถึงประมาณ 5,000 คนต่อวัน

 

อย่างไรก็ตามประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขาเรียนรู้บทเรียนสำคัญว่า ผู้ประกอบการไม่ควรตัดสินความสำเร็จของธุรกิจจากกระแสตอบรับในช่วงเริ่มต้นเพียงไม่กี่เดือน เพราะทุกธุรกิจล้วนมีวัฏจักรของการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด

 

เขาระบุว่า ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่การทำให้ธุรกิจเป็นที่นิยมในช่วงเปิดตัว แต่คือการรักษาให้กิจการสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยปัจจุบันฟาร์มยังอยู่ในช่วงทยอยสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน และยังไม่ถือว่าคืนทุนทั้งหมด

ถอดแนวคิดอดีตวิศวกร ปั้นฟาร์มสัตว์ 70 ชนิดแลนด์มาร์ก จ.จันทบุรี

 

SME ต้องทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป 

 

สำหรับผู้ประกอบการ SME ศุภโชคให้มุมมองว่า การเริ่มต้นธุรกิจควรค่อยเป็นค่อยไป ไม่ลงทุนเกินกำลัง แม้จะมีเงินทุนเพียงพอก็ตาม เพราะการขยายกิจการเมื่อธุรกิจเติบโตแล้วทำได้ง่ายกว่าการลงทุนขนาดใหญ่ตั้งแต่แรก แล้วต้องกลับมาลดขนาดกิจการภายหลัง

 

นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนและกำลังคนถือเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ประกอบการควรวางแผนการใช้บุคลากรให้เหมาะสม ไม่จ้างพนักงานเกินความจำเป็น และควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ เพื่อให้ธุรกิจมีความแข็งแรงและเติบโตได้อย่างมั่นคง

 

ศุภโชคยังมองว่า ไม่ควรรีบด่วนสรุปว่าธุรกิจประสบความสำเร็จจากยอดขายในช่วง 3-6 เดือนแรก เนื่องจากธุรกิจเปิดใหม่มักได้รับความสนใจจากลูกค้าในพื้นที่เป็นพิเศษ ซึ่งเป็นเพียงกระแสในระยะเริ่มต้น การประเมินศักยภาพที่แท้จริงควรรอให้ธุรกิจดำเนินมาแล้วอย่างน้อย 1-2 ปี หากยังสามารถเติบโตและสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง จึงค่อยวางแผนขยายกิจการ

 

“ปัจจุบัน ผมยินดีแบ่งปันประสบการณ์ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ ย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการวางแผนอย่างรอบคอบ ศึกษาข้อมูลให้เพียงพอ และควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย ไม่ควรตัดสินใจลงทุนจากกำลังเงินเพียงอย่างเดียวแต่ควรเลือกแนวทางที่เหมาะสมและสร้างความคุ้มค่าให้ธุรกิจในระยะยาว” เขากล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

ส่องดีล PLANB ซื้อหุ้น COM7 กว่า 11% ขึ้นผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่กระทบอำนาจควบคุม

ส่องดีล PLANB ซื้อหุ้น COM7 กว่า 11% ขึ้นผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่กระทบอำนาจควบคุม