posttoday
กมธ.ดีอีตั้งอนุกรรมการรื้อค่า GP แพลตฟอร์มช่วย SME ไทย

กมธ.ดีอีตั้งอนุกรรมการรื้อค่า GP แพลตฟอร์มช่วย SME ไทย

04 มิถุนายน 2569

คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัล ตั้งอนุกรรมการรื้อปัญหาค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังพุ่งสูงถึง 30% เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย

KEY

POINTS

  • กมธ.ดีอีได้จัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯ เพื่อแก้ไขปัญหาค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (GP) ที่พุ่งสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SME ไทย
  • ปัญหาเกิดจากค่า GP ที่ปรับขึ้นจาก 2-3% เป็น 30% ทำให้กำไรสุทธิเฉลี่ยของผู้ประกอบการ SME เหลือเพียง 2.3% และมีผู้ได้รับผลกระทบรวมตัวร้องเรียนกว่า 8,000 ราย
  • การดำเนินการที่ผ่านมาติดขัดเนื่องจากช่องว่างทางกฎหมายของหน่วยงานรัฐ เช่น กขค., ETDA และกรมการค้าภายใน ที่ไม่มีอำนาจกำกับดูแลโครงสร้างราคาโดยตรง

รายละเอียดการดำเนินงานและข้อเรียกร้องจากภาคเอกชน

ดร. การดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัล หรือ กมธ.ดีอี ได้มีมติจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันดิจิทัลไทย โดยมีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เป็นประธานอนุกรรมาธิการ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม หรือค่า GP (Gross Profit) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นควบรวมกับเหตุการณ์ที่นายจูรี นุ่มแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาค่า GP ของแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ปรับขึ้นจากเดิม 2-3% เป็น 30% ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการ ยกตัวอย่างกรณีผู้ขายรายหนึ่งมียอดขาย 2,100,000 บาท แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมสูงถึง 700,000 บาท

นอกจากนี้ ตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคเศรษฐกิจ ได้ร่วมกันรับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย หรือ THECA ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME และผู้ค้าออนไลน์ ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบรวมตัวกันในระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ประมาณ 8,000 ถึง 9,000 ราย โดยระบุว่าค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรมส่งผลให้ SME ไทยมีกำไรสุทธิเฉลี่ยเหลือเพียง 2.3% จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาภายในระยะเวลา 3 ถึง 6 เดือน

ช่องว่างทางกฎหมายของหน่วยงานภาครัฐ

จากการหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารภาครัฐ พบช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายของ 3 หน่วยงานหลัก ดังนี้

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค.: มีอำนาจกำกับดูแลแต่มีเงื่อนไขการพิสูจน์ที่สูงมาก โดยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าแพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาด ซึ่งใช้กระบวนการสืบสวนที่ยาวนาน และไม่มีกลไกฉุกเฉินรองรับการขึ้นค่าธรรมเนียมอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเรื่องเพดานค่าธรรมเนียมไม่อยู่ในอำนาจของ กขค. เนื่องจากรัฐไม่มีหน้าที่แทรกแซงกลไกตลาดโดยตรง และยังขาดกลไกการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก โดยต้องรอให้มีผู้เสียหายร้องเรียนก่อนจึงจะดำเนินการตรวจสอบได้

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA: มีอำนาจเพียงให้แพลตฟอร์มมาลงทะเบียนและแจ้งข้อมูล แต่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการลงโทษผู้กระทำความผิด สำหรับคู่มือการดูแลความโปร่งใสที่ออกมาก่อนหน้านี้เป็นเพียงแนวปฏิบัติที่ไม่มีบทลงโทษ และพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลถูกออกแบบมาเพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัย ไม่ใช่การกำกับดูแลโครงสร้างราคา ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมของค่าธรรมเนียมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์: มีอำนาจตามกฎหมายแต่ยังไม่ถูกนำมาใช้ เนื่องจากค่า GP ยังไม่ถูกประกาศเป็นบริการควบคุม และขอบเขตการทำงานเน้นการดูแลผู้บริโภค หรือในลักษณะธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) เมื่อเป็นปัญหาเชิงธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ประกอบการ จึงยังไม่ครอบคลุม

บริบทและการขับเคลื่อนเชิงนโยบายในอนาคต

ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับให้แพลตฟอร์มต้องแจ้งการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างจากโมเดลของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน รวมถึงยังขาดกลไกการอนุญาโตตุลาการภาคบังคับสำหรับข้อพิพาท และระบบการเปิดเผยโครงสร้างต้นทุนเพื่อพิสูจน์ความสมเหตุสมผลของการขึ้นราคา เช่นเดียวกับระบบที่ใช้ในประเทศอินเดียและประเทศเกาหลีใต้

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาวในทางคู่ขนาน ทีมพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการยื่นร่างพระราชบัญญัติสภา SME เพื่อเป็นปากเสียงในระดับนโยบาย ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะและการเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐ หรือ Open Data และเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เพื่อปิดช่องว่างทางกฎหมายดังกล่าวต่อไป

แหล่งที่มา : การดี เลียวไพโรจน์ - Karndee Leopairote

ข่าวล่าสุด

"สุริยะ" สั่งกรมปศุสัตว์เตรียมหน่วยสัตวแพทย์–แผนอพยพสัตว์ รับมือฝน–น้ำท่วม

"สุริยะ" สั่งกรมปศุสัตว์เตรียมหน่วยสัตวแพทย์–แผนอพยพสัตว์ รับมือฝน–น้ำท่วม