
ส่องแบรนด์ไทย เดินเกมปั้นสตรีทฟู้ด-อาหารท้องถิ่น ขายทั่วโลก
ส่องแบรนด์ไทย ผู้เล่นรายใหญ่เร่งเกม ปั้นอาหารไทย "สตรีทฟู้ด-โลคอลฟู้ด" ขึ้นเชลฟ์ค้าปลีกทั้งใน และต่างประเทศ
ในอดีต “สตรีทฟู้ดไทย” อาจถูกจดจำผ่านภาพร้านรถเข็นริมถนน กลิ่นผัดไทยควันฟุ้ง หรือข้าวซอยในร้านเล็ก ๆ วันนี้ภาพของอาหารไทยกำลังเปลี่ยนเมื่อผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารเริ่มขยับไปสู่การสร้าง “ระบบอาหารไทย” ที่สามารถขยายไปทั่วโลกได้
ความเคลื่อนไหวในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ปีนี้ สะท้อนชัดว่า ทิศทางอาหารไทยกำลังเข้าสู่ยุคของ “Thai Food Industrialization” หรือการทำให้อาหารไทยที่สามารถผลิต ขนส่ง และเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้ในรูปแบบอุตสาหกรรม โดยยังรักษาเอกลักษณ์รสชาติเดิมเอาไว้
ซีพีแรมชูอาหารท้องถิ่น
หนึ่งในสัญญาณสำคัญเมื่อผู้เล่นรายใหญ่อย่าง บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานและเบเกอรี่ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องภายใต้แบรนด์ เลอแปง, เจด ดราก้อน, วีจีฟอร์เลิฟ, เดลี่ไทย, เดลิกาเซีย, โอแรมปัง, เลดี้เจน และครีเอเตอร์
โดยนายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด ระบุว่า ซีพีแรมพัฒนาสินค้าใหม่มากกว่า 500 เมนูต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 1–2 เมนู เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการทั้งความสะดวก รสชาติ และคุณภาพในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ เมนูที่ถูกหยิบมาพัฒนา ไม่ใช่แค่อาหารแมสทั่วไป แต่รวมถึง “อาหารท้องถิ่น” ที่เคยจำกัดอยู่เฉพาะบางพื้นที่ เช่น หมูฮ้อง ข้าวซอยไก่ หรือข้าวซี่โครงหมูผัดพริกแกงใต้ ซึ่งกำลังถูกแปลงให้กลายเป็นสินค้า Ready to Eat - Fine Dining บน Digital Market Place “Fudidiworld” ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เดสทิเนชันแพลตฟอร์มใหม่ มีไลน์อัพอาหาร-เบเกอรี่ พรีเมียมกว่า 100 เมนู ตอบโจทย์ ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีเวลาน้อย แต่ยังคงมองหา ประสบการณ์การรับประทานที่ดีที่สุด ซีพีแรมพัฒนาเมนูท้องถิ่นจากภูมิภาคต่าง ๆ มาพัฒนาให้คนทั่วประเทศเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น หมูฮ้อง ข้าวซอยไก่ ข้าวซี่โครงหมูผัดพริกแกงใต้ ที่เคยหารับประทานได้เฉพาะในบางท้องถิ่น ให้กลายเป็น
ทิพย์สมัยยกระดับสตรีทฟู้ด
ขณะเดียวกัน ฝั่งร้านอาหารดั้งเดิมเองก็เริ่มขยับเข้าสู่เกมเดียวกัน “ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี” ร้านผัดไทยอายุกว่า 100 ปี ที่เริ่มต้นจากสตรีทฟู้ดริมถนนในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังเปลี่ยนตัวเองจาก “ร้านดัง” ไปสู่ “Global Thai Food Brand” ปีที่ผ่านมาทิพย์สมัยได้ประกาศลุยอุตสาหกรรมอาหาร มาปีนี้ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง THIPSAMAI x BRAND THAI ในงาน THAIFEX ปีนี้ ทิพย์สมัยเปิดตัวอาหารแช่แข็งและอาหารสำเร็จรูปกว่า 50 เมนู พร้อมวางเป้าหมายส่งอาหารไทยสู่ตลาดโลกภายใต้แนวคิด “True Authentic Thai Taste to The World”
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่า ผู้ประกอบการอาหารไทยกำลังมองถึงการทำให้อาหารไทยสามารถเดินทางข้ามประเทศได้ในรูปแบบสินค้าอุตสาหกรรม เหมือนที่ญี่ปุ่นทำกับซูชิ หรือเกาหลีใต้ทำกับกิมจิและรามยอน
ทั้งซีพีแรมและทิพย์สมัยต่างพูดถึงเรื่อง Food Safety, Traceability, HACCP, GHPs และระบบ Cold Chain อย่างจริงจัง เพราะโจทย์สำคัญของการพาอาหารไทยไปสู่ตลาดโลก ไม่ใช่แค่อร่อย แต่ต้อง “ผลิตซ้ำได้เหมือนเดิม” และ “ปลอดภัยในระดับสากล”
เบทาโกร ส่งไก่ย่างเสียบไม้ โกอินเตอร์
อีกหนึ่งผู้เล่นรายใหญ่ของวงการอาหารไทยอย่าง เบทาโกร ก็เดินเกมรุกตลาดโลกผ่านเมนูสตรีทฟู้ดที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง “ไก่ย่างเสียบไม้สไตล์ไทย” โดยนำเมนูริมทางยอดนิยมมาพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน ใช้เนื้อไก่ 100% ย่างบนเตาถ่านเพื่อคงกลิ่นหอมควันไฟแบบต้นตำรับ เคลือบซอสสไตล์ไทยรสเข้มข้น ก่อนบรรจุในแพ็กเกจพร้อมอุ่นไมโครเวฟเพียง 45 วินาทีก็สามารถรับประทานได้ทันที สะท้อนเทรนด์ที่ผู้ผลิตไทยกำลังหยิบ “อาหารข้างทาง” มาต่อยอดเป็นสินค้าอาหารระดับสากลที่เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้ง่ายขึ้น
S&P -ไทยยูเนี่ยน ส่งขนมหวาน
ฝั่งขนมหวานไทยก็เริ่มเดินเกมสู่ตลาดโลกมากขึ้นเช่นกัน โดย S&P ส่งแบรนด์ “Joy of Thai” นำขนมหวานไทยดั้งเดิมมาต่อยอดในรูปแบบแช่แข็งพร้อมรับประทาน ที่สามารถอุ่นไมโครเวฟได้ทันทีและไม่มีวัตถุกันเสีย
เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวกและรสชาติแบบต้นตำรับ เมนูมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ข้าวเหนียวทุเรียนน้ำกะทิ บัวลอยเผือก สาคูถั่วดำน้ำกะทิ ข้าวเหนียวดำน้ำกะทิ ไปจนถึงกล้วยบวชชี สะท้อนความพยายามในการผลักดัน “ขนมไทย” ให้กลายเป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ที่เข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้ง่ายขึ้น
ด้านกลุ่มไทยยูเนี่ยน ก็หยิบข้าวเหนียวมะม่วง ของหวานขึ้นชื่อของไทยมาต่อยอดในรูปแบบแช่แข็ง เพื่อเจาะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีนที่ยังมีความนิยมอาหารไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตัวผลิตภัณฑ์เลือกใช้มะม่วงสุก ข้าวเหนียวคุณภาพดี ราดน้ำกะทิและถั่วทอง พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์ภาษาจีนที่สื่อชัดว่าเป็นสินค้าจากประเทศไทย เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์อาหารไทยในตลาดโลกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังตอบโจทย์ผู้บริโภคต่างชาติที่ชื่นชอบข้าวเหนียวมะม่วงไทย ให้สามารถหาทานได้สะดวก เพียงอุ่น 1–2 นาที ก็พร้อมรับประทานทันที
ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารกำลังเร่งยกระดับ “อาหารไทย” จากร้านริมทางและร้านท้องถิ่น สู่สินค้าอาหารสำเร็จรูปที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ทั้งในห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต และคอนวีเนียนสโตร์ทั่วโลก







