
ภารกิจใหม่ "ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์" ลมใต้ปีก SME ปั้นรายได้สู่พันล้าน
กะเทาะเปลือก "ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์" จากทายาทสหพัฒน์ สู่มือปั้น SME พันล้าน กับภารกิจ Evergreen Partner ไม่ใช่แค่ลงทุน แต่คือการพา SME ไปสู่เป้าหมายที่ไกลกว่า
KEY
POINTS
- ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์ ทายาทตระกูลสหพัฒน์ ผันตัวมาสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดการกองทุน "Evergreen Partner" โดยมีภารกิจในการเป็น "ลมใต้ปีก" เพื่อปั้นธุรกิจ SME ไทยให้เติบโตสู่ระดับพันล้านและก้าวไกลในเวทีโลก
- เขาได้จัดตั้งกองทุน Evergreen Partner มูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนใน SME ไทยที่มีศักยภาพ โดยเน้น 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่แข็งแกร่งของไทย ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม, ธุรกิจสุขภาพและการแพทย์, และธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
- แนวคิด "Evergreen Partner" ไม่ใช่แค่การให้เงินทุน แต่เป็นการเป็น "Active Investor" ที่ลงทั้ง "เงิน" และ "แรง" เข้าไปช่วยวางระบบการทำงาน การตลาด การเงิน และพาขยายตลาดไปต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่ SME มักติดกับดักเมื่อรายได้แตะ 100 ล้านบาท
ในโลกของธุรกิจ "นามสกุล" อาจเป็นใบเบิกทางชั้นดี แต่สำหรับ "เอ็กซ์-ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์" ทายาทตระกูลดังแห่งอาณาจักร "สหพัฒน์" บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮล์ดิ้ง จำกัด (มหาชน) เขากลับเลือกที่จะเดินออกจากเซฟโซนเพื่อ "หาเรื่องท้าทาย" ในโลกของการทำธุรกิจด้วยตัวเอง
จากประสบการณ์การเป็นนักการเงินระดับโลกสู่การปั้นสตาร์ทอัพจนเข้าตลาดหุ้นญี่ปุ่น (IPO) มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท วันนี้เขากลับมาพร้อมบทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดการกองทุน "Evergreen Partner" ที่ตั้งเป้าจะเป็น "ลมใต้ปีก" ให้กับ SME ไทยให้โตไกลระดับโลก
ปั้นกองทุน 1,500 ล้านบาท ปักหมุด 3 อุตสาหกรรมแชมป์เปี้ยนไทย
เอ็กซ์-ศิวัตม์ เปิดเผยถึงก้าวสำคัญครั้งนี้ว่า เขาได้จัดตั้งกองทุน Evergreen Partner ร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการกองทุน โดยมีขนาดกองทุนในปี 2569 อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท (หรือประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
เป้าหมายคือการเข้าลงทุนใน SME ไทยต่อปี ประมาณ 10-15 ราย โดยเน้นไปที่ธุรกิจที่มีรายได้ประมาณ 100-500 ล้านบาท หรือหากเป็นธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์โดดเด่นและมีศักยภาพในการเติบโตสูง แม้รายได้จะไม่ถึง 100 ล้านบาท เขาก็พร้อมที่จะพิจารณา
สำหรับกลุ่มธุรกิจ "เนื้อหอม" ที่เขามองว่าเป็นจุดแข็งของประเทศไทยและสามารถไปสู้ในเวทีโลกได้ มีอยู่ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
Food & Beverage อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมและการแปรรูปอย่างมาก
Health Care ธุรกิจด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ที่หมอไทยมีชื่อเสียงระดับสากล
Pet Care ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นเทรนด์ระดับโลก เมื่อคนมีลูกน้อยลงแต่ยอมทุ่มเงินดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว
ทำไม SME ต้อง "ร่วมลงทุน" มากกว่าแค่ "กู้เงิน"?
แม้ภาครัฐมีการสนับสนุนให้ปล่อยเงินกู้สำหรับ SME แต่ในภาพรวมก็ยังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปล่อยกู้ไม่ได้ตามเป้า หรือ SME เองก็ขอกู้ตามเงื่อนไขของธนาคารยาก ในขณะที่ธนาคารเองก็กลัวเกิดหนี้เสีย
เอ็กซ์-ศิวัตม์ วิเคราะห์ถึง "เพนท์พ้อยท์" สำคัญที่ทำให้ SME ไทยไปไม่ถึงดวงดาวว่า ธุรกิจส่วนใหญ่มักจะ "ติดกับดัก" เมื่อรายได้แตะระดับ 100 ล้านบาท การจะสเกลจาก 100 ไปสู่ 1,000 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทุนเพียงอย่างเดียว
นี่คือเหตุผลที่การ "ร่วมลงทุน" แตกต่างจากการ "กู้เงิน" เพราะการกู้เงินคือการนำเงินไปใช้แล้วต้องคืนพร้อมดอกเบี้ย แต่ Evergreen Partner ทำหน้าที่เป็น Active Investor ที่นำทั้ง "เงิน" และ "แรง" ลงไปช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ
สิ่งที่ SME จะได้รับจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือการมีพาร์ทเนอร์เข้าไปช่วยจัดระบบ Operation ทำการตลาดออนไลน์ วางโครงสร้างการเงิน และพาขยายตลาดไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการอาจไม่ถนัด
SME รายไหนที่ต้องการโตแบบก้าวกระโดด เขาจะเข้าไปลงทุนในบริษัท 30% และจะทำให้ลูกค้าโตได้ถึง 4-5 เท่า เพราะเขาไม่ได้แค่เข้าไปลงทุน แต่เราเข้าไปวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนธุรกิจให้ด้วย
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเกษียณ การร่วมลงทุนยังเป็นทางออกที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตต่อได้โดยมีมืออาชีพมาดูแล ในขณะที่เจ้าของเดิมยังคงถือหุ้นบางส่วนและได้รับประโยชน์จากการเติบโตนั้นด้วย
เปิดโปรไฟล์ พ่อมดการเงินผู้สร้าง Exit ระดับหมื่นล้าน
สำหรับเส้นทางของ เอ็กซ์-ศิวัตม์ เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่ Merrill Lynch ในแผนก Special Situation ซึ่งดูแลบริษัทที่กำลังจะล้มละลายหรือเบี้ยวหนี้ในช่วงวิกฤต Hamburger Crisis ปี 2007 ทำให้เขาได้เรียนรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของความล้มเหลวในโลกธุรกิจ ซึ่งเขาได้ผ่านความสำเร็จในบริษัทระดับโลกมาแล้ว ประกอบด้วย
Exit ครั้งที่ 1: ก่อตั้งเว็บไซต์ "Delicious" รวบรวมดีลร้านอาหารและสปา (Web 1.0) ก่อนจะขายกิจการให้บริษัทจดทะเบียน (Listed Company) ได้เงินก้อนแรกในระดับ 7 หลักตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ
Exit ครั้งที่ 2: ร่วมลงทุนและบริหาร "Indy" เอเจนซี่ดูแลศิลปินบน YouTube (MCN) เขาเข้าไปช่วยจัดระบบหลังบ้านและวางกลยุทธ์จนบริษัทเติบโตและถูกควบรวมโดย AnyMind Group ซึ่งเป็นบริษัทระดับ Global
Exit ครั้งที่ 3 : หลังการควบรวม เขาได้รับบทบาทสำคัญเป็น Managing Director และ Founder ของ AnyMind Philippines ปั้นทีมจาก 5 คน สู่ 150 คน จนกระทั่งนำพา AnyMind Group เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ได้สำเร็จในปี 2023 โดยมีมูลค่าบริษัท สูงถึง 15,000 ล้านบาท (500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์
วันนี้ในวัย 40 ปี เอ็กซ์-ศิวัตม์ ไม่ได้หยุดเพียงแค่ความสำเร็จส่วนตัว แต่เขากำลังใช้ประสบการณ์ "โชกโชน" ตลอด 15 ปีใน 12 ประเทศ มาเป็นพลังสำคัญในการสร้างตำนานบทใหม่ให้กับ SME ไทยผ่าน Evergreen Partner เพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจไทยก็สามารถ "Evergreen" หรือเติบโตอย่างยั่งยืนและสง่างามในเวทีโลกได้เช่นกัน







