posttoday
ภารกิจใหม่ "ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์" ลมใต้ปีก SME ปั้นรายได้สู่พันล้าน

ภารกิจใหม่ "ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์" ลมใต้ปีก SME ปั้นรายได้สู่พันล้าน

11 พฤษภาคม 2569

กะเทาะเปลือก "ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์" จากทายาทสหพัฒน์ สู่มือปั้น SME พันล้าน กับภารกิจ Evergreen Partner ไม่ใช่แค่ลงทุน แต่คือการพา SME ไปสู่เป้าหมายที่ไกลกว่า

KEY

POINTS

  • ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์ ทายาทตระกูลสหพัฒน์ ผันตัวมาสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดการกองทุน "Evergreen Partner" โดยมีภารกิจในการเป็น "ลมใต้ปีก" เพื่อปั้นธุรกิจ SME ไทยให้เติบโตสู่ระดับพันล้านและก้าวไกลในเวทีโลก
  • เขาได้จัดตั้งกองทุน Evergreen Partner มูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนใน SME ไทยที่มีศักยภาพ โดยเน้น 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่แข็งแกร่งของไทย ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม, ธุรกิจสุขภาพและการแพทย์, และธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
  • แนวคิด "Evergreen Partner" ไม่ใช่แค่การให้เงินทุน แต่เป็นการเป็น "Active Investor" ที่ลงทั้ง "เงิน" และ "แรง" เข้าไปช่วยวางระบบการทำงาน การตลาด การเงิน และพาขยายตลาดไปต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่ SME มักติดกับดักเมื่อรายได้แตะ 100 ล้านบาท

ในโลกของธุรกิจ "นามสกุล" อาจเป็นใบเบิกทางชั้นดี แต่สำหรับ "เอ็กซ์-ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์" ทายาทตระกูลดังแห่งอาณาจักร "สหพัฒน์" บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮล์ดิ้ง จำกัด (มหาชน) เขากลับเลือกที่จะเดินออกจากเซฟโซนเพื่อ "หาเรื่องท้าทาย" ในโลกของการทำธุรกิจด้วยตัวเอง

จากประสบการณ์การเป็นนักการเงินระดับโลกสู่การปั้นสตาร์ทอัพจนเข้าตลาดหุ้นญี่ปุ่น (IPO) มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท วันนี้เขากลับมาพร้อมบทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดการกองทุน "Evergreen Partner" ที่ตั้งเป้าจะเป็น "ลมใต้ปีก" ให้กับ SME ไทยให้โตไกลระดับโลก

ปั้นกองทุน 1,500 ล้านบาท ปักหมุด 3 อุตสาหกรรมแชมป์เปี้ยนไทย

เอ็กซ์-ศิวัตม์ เปิดเผยถึงก้าวสำคัญครั้งนี้ว่า เขาได้จัดตั้งกองทุน Evergreen Partner ร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการกองทุน โดยมีขนาดกองทุนในปี 2569 อยู่ที่ 1,500 ล้านบาท (หรือประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

เป้าหมายคือการเข้าลงทุนใน SME ไทยต่อปี ประมาณ 10-15 ราย โดยเน้นไปที่ธุรกิจที่มีรายได้ประมาณ 100-500 ล้านบาท หรือหากเป็นธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์โดดเด่นและมีศักยภาพในการเติบโตสูง แม้รายได้จะไม่ถึง 100 ล้านบาท เขาก็พร้อมที่จะพิจารณา

สำหรับกลุ่มธุรกิจ "เนื้อหอม" ที่เขามองว่าเป็นจุดแข็งของประเทศไทยและสามารถไปสู้ในเวทีโลกได้ มีอยู่ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

Food & Beverage อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมและการแปรรูปอย่างมาก

Health Care ธุรกิจด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ที่หมอไทยมีชื่อเสียงระดับสากล

Pet Care ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นเทรนด์ระดับโลก เมื่อคนมีลูกน้อยลงแต่ยอมทุ่มเงินดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว

ทำไม SME ต้อง "ร่วมลงทุน" มากกว่าแค่ "กู้เงิน"?

แม้ภาครัฐมีการสนับสนุนให้ปล่อยเงินกู้สำหรับ SME แต่ในภาพรวมก็ยังมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปล่อยกู้ไม่ได้ตามเป้า หรือ SME เองก็ขอกู้ตามเงื่อนไขของธนาคารยาก ในขณะที่ธนาคารเองก็กลัวเกิดหนี้เสีย 

เอ็กซ์-ศิวัตม์ วิเคราะห์ถึง "เพนท์พ้อยท์" สำคัญที่ทำให้ SME ไทยไปไม่ถึงดวงดาวว่า ธุรกิจส่วนใหญ่มักจะ "ติดกับดัก" เมื่อรายได้แตะระดับ 100 ล้านบาท การจะสเกลจาก 100 ไปสู่ 1,000 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทุนเพียงอย่างเดียว

ภารกิจใหม่ "ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์" ลมใต้ปีก SME ปั้นรายได้สู่พันล้าน

นี่คือเหตุผลที่การ "ร่วมลงทุน"  แตกต่างจากการ "กู้เงิน" เพราะการกู้เงินคือการนำเงินไปใช้แล้วต้องคืนพร้อมดอกเบี้ย แต่ Evergreen Partner ทำหน้าที่เป็น Active Investor ที่นำทั้ง "เงิน" และ "แรง"  ลงไปช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ

สิ่งที่ SME จะได้รับจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือการมีพาร์ทเนอร์เข้าไปช่วยจัดระบบ Operation ทำการตลาดออนไลน์ วางโครงสร้างการเงิน และพาขยายตลาดไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการอาจไม่ถนัด

SME รายไหนที่ต้องการโตแบบก้าวกระโดด เขาจะเข้าไปลงทุนในบริษัท 30% และจะทำให้ลูกค้าโตได้ถึง 4-5 เท่า เพราะเขาไม่ได้แค่เข้าไปลงทุน แต่เราเข้าไปวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนธุรกิจให้ด้วย

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเกษียณ การร่วมลงทุนยังเป็นทางออกที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตต่อได้โดยมีมืออาชีพมาดูแล ในขณะที่เจ้าของเดิมยังคงถือหุ้นบางส่วนและได้รับประโยชน์จากการเติบโตนั้นด้วย

เปิดโปรไฟล์  พ่อมดการเงินผู้สร้าง Exit ระดับหมื่นล้าน

สำหรับเส้นทางของ เอ็กซ์-ศิวัตม์ เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่ Merrill Lynch ในแผนก Special Situation ซึ่งดูแลบริษัทที่กำลังจะล้มละลายหรือเบี้ยวหนี้ในช่วงวิกฤต Hamburger Crisis ปี 2007 ทำให้เขาได้เรียนรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของความล้มเหลวในโลกธุรกิจ ซึ่งเขาได้ผ่านความสำเร็จในบริษัทระดับโลกมาแล้ว ประกอบด้วย 

Exit ครั้งที่ 1: ก่อตั้งเว็บไซต์ "Delicious" รวบรวมดีลร้านอาหารและสปา (Web 1.0) ก่อนจะขายกิจการให้บริษัทจดทะเบียน (Listed Company) ได้เงินก้อนแรกในระดับ 7 หลักตั้งแต่อายุเพียง 20 ต้นๆ

Exit ครั้งที่ 2: ร่วมลงทุนและบริหาร "Indy" เอเจนซี่ดูแลศิลปินบน YouTube (MCN) เขาเข้าไปช่วยจัดระบบหลังบ้านและวางกลยุทธ์จนบริษัทเติบโตและถูกควบรวมโดย AnyMind Group ซึ่งเป็นบริษัทระดับ Global

Exit ครั้งที่ 3 : หลังการควบรวม เขาได้รับบทบาทสำคัญเป็น Managing Director และ Founder ของ AnyMind Philippines ปั้นทีมจาก 5 คน สู่ 150 คน จนกระทั่งนำพา AnyMind Group เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ได้สำเร็จในปี 2023 โดยมีมูลค่าบริษัท สูงถึง 15,000 ล้านบาท (500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ภารกิจใหม่ "ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์" ลมใต้ปีก SME ปั้นรายได้สู่พันล้าน

ศิวัตม์ วิลาสศักดานนท์

วันนี้ในวัย 40 ปี เอ็กซ์-ศิวัตม์ ไม่ได้หยุดเพียงแค่ความสำเร็จส่วนตัว แต่เขากำลังใช้ประสบการณ์ "โชกโชน" ตลอด 15 ปีใน 12 ประเทศ มาเป็นพลังสำคัญในการสร้างตำนานบทใหม่ให้กับ SME ไทยผ่าน Evergreen Partner เพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจไทยก็สามารถ "Evergreen" หรือเติบโตอย่างยั่งยืนและสง่างามในเวทีโลกได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

แบรนด์ไทยไวรัลอีกรอบ “คริส เจนเนอร์” แห่งตระกูลคาร์เดเชี่ยน ป้ายยา Cathy Doll

แบรนด์ไทยไวรัลอีกรอบ “คริส เจนเนอร์” แห่งตระกูลคาร์เดเชี่ยน ป้ายยา Cathy Doll