posttoday
ไก่แก้บนรักษ์โลก "ขูดเลข–ปลูกต้นไม้ได้" ธุรกิจคนรุ่นใหม่เจาะสายมู

ไก่แก้บนรักษ์โลก "ขูดเลข–ปลูกต้นไม้ได้" ธุรกิจคนรุ่นใหม่เจาะสายมู

27 เมษายน 2569

ไอเดียจากเด็กนครศรีธรรมราช ที่เห็นไก่ปูนปั้นแก้บนมหาศาลในลานวัด สู่ธุรกิจที่เปลี่ยนศรัทธาให้ยั่งยืน “ไก่บนบาน” รักษ์โลก ที่คืนชีวิตกลับสู่ธรรมชาติ

KEY

POINTS

  • ไอเดียจากเด็กนครศรีธรรมราช ที่เห็นไก่ปูนปั้นแก้บนมหาศาลในลานวัด
  • สู่ธุรกิจที่เปลี่ยนศรัทธาให้ยั่งยืน “ไก่แก้บน” คืนชีวิตกลับสู่ธรรมชาติ ชูกิมมิกขูดหวย-ปลูกต้นไม้
  • ขยายไลน์สินค้า สู่เหรียญงานวิ่ง - เจาะกลุ่มลูกค้า B2C ปั๊มยอดขายถึงหลักล้าน 

บนบาน (BONBAN) ของแก้บนรักษ์โลก เริ่มเป็นที่รู้จัก และออกสื่อครั้งแรกเมื่อปี 2566 หลังจากที่ “ถากูร เชาว์ภาษี” ชายหนุ่มจากนครศรีธรรมราช ใช้ความถนัดด้านการออกแบบที่เขามีมาต่อยอดทำผลงาน "ไก่แก้บน" ชิ้นแรก เพื่อเผยแพร่แนวคิดงานออกแบบที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมออกงานอีเว้นต์ต่าง ๆ ก่อนจะขยับเป็นธุรกิจจริงจังในภายหลัง 

 

บนบาน "ไก่แก้บน" เกิดจากอะไร? 

 

สำหรับสายมูในไทยน้อยคนนัก ที่จะไม่รู้จัก “วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่)” ที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช จุดหมายยอดฮิตของคนที่เดินทางไปกราบไหว้ ขอพร เสริมดวง หรือแม้แต่หาที่พึ่งทางใจในวันที่ชีวิตกำลังเผชิญความยากลำบาก 

 

ภาพคุ้นตาของที่นี่ตั้งแต่เส้นทางเข้าสู่วัด สองข้างทางมักจะเห็นภาพของร้านขาย “ไก่ปูนปั้น” ก่อนจะไปเจอกับกองทัพไก่จำนวนมหาศาลที่เรียงรายอยู่ในบริเวณวัด ซึ่งล้วนเป็นของแก้บนจากผู้ศรัทธาตามความเชื่อที่มีมานาน 

 

ซึ่งภาพเหล่านี้อยู่ในสายตาของ “ถากูร ” ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท บนบาน จำกัด มาตั้งแต่เด็ก เพราะเขาเกิดและเติบโตที่นครศรีธรรมราช 

 

เขากล่าวกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า ปริมาณไก่แก้บนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยิ่งมีแววจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ แบบมหาศาลตามกระแสมูเตลูที่มาแรง 

 

“ผมคิดว่าถ้าประเมินคร่าว ๆ ก็น่าจะกินพื้นที่ราว 50 ไร่แล้ว” เขากล่าว 

 

จากภาพจำที่เห็นมาตลอด ได้กลายเป็นไอเดียรักษ์โลก เมื่อถากูรนำความรู้ด้านการออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) มาต่อยอด เพื่อเปลี่ยนรูปแบบ “ของแก้บน” ให้สอดคล้องกับยุคสมัยมากขึ้น

 

เขามองว่า ไก่ปูนปั้นจำนวนมากไม่เพียงย่อยสลายยาก แต่ยังอาจกลายเป็นภาระของวัดในระยะยาว จึงเกิดคำถามว่า จะทำอย่างไรให้การแก้บนยังคงความเชื่อ แต่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงออกแบบเป็น “ไก่บนบานรักษ์โลก” ที่ผลิตจากกระดาษ ย่อยสลายได้ 

 

“ผมเรียนออกแบบมา เลยมองเห็นปัญหาว่าวัสดุพวกนี้ไม่ย่อยสลาย และส่วนหนึ่งอาจ สร้างภาระให้วัด ผมจึงเกิดไอเดียว่า จะทำอย่างไรให้ของแก้บนเหล่านี้ย่อยสลายได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก็เลยเป็นของบนบานที่ใช้วัสดุจากกระดาษที่ย่อยสลายได้”

 

ไก่แก้บนรักษ์โลก "ขูดเลข–ปลูกต้นไม้ได้" ธุรกิจคนรุ่นใหม่เจาะสายมู

เขาเล่าต่อว่า ไก่แก้บน ผลงานชิ้นแรก ทำจากกระดาษรีไซเคิล 100% ผ่านกระบวนการขึ้นรูปเยื่อกระดาษ (Pulp Molding) อบแห้ง และทำให้แข็งตัว ใช้สีจากธรรมชาติ และเคลือบด้วยน้ำยางชนิดพิเศษเพื่อเพิ่มความทนทานต่อความชื้นและสภาพอากาศ ลดความเสียหายระหว่างขนส่ง โดยตัวผลิตภัณฑ์สามารถย่อยสลายได้ภายในประมาณ 2–6 เดือน

 

ฟังดูแล้วอาจเป็นเพียงแค่การออกแบบธรรมดา ด้วยความสงสัยว่าจุดเด่น หรือความต่างของไก่แก้บนตัวนี้คืออะไร? 

 

ถากูร บอกว่า เขาได้เพิ่มกิมมิก ลูกเล่นเล็ก ๆ เข้าไปคือ ในตัวของไก่ จะบรรจุเมล็ดพันธุ์ดอกไม้มงคล เช่น ดาวเรือง ดาวกระจาย และกระดุมทอง เมื่อวัสดุย่อยสลาย เมล็ดเหล่านี้จะเติบโตเป็นต้นไม้ ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและดูดซับคาร์บอน กลายเป็นการ “แก้บนที่คืนกลับสู่ธรรมชาติ” ได้อีกด้วย 

 

ซึ่งนอกจากรูปไก่ ยังต่อยอดเป็นรูปสัตว์อื่น เช่น หมู ช้าง และม้าลาย โดยยังคงใช้กระดาษรีไซเคิลเป็นวัสดุหลัก กระบวนการผลิตทั้งหมดเน้นลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การนำกระดาษจากร้านของเก่ามาแปรรูป ไปจนถึงการใช้สีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  และเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าสายมู สินค้ายังเพิ่มลูกเล่นด้วย “แถบขูดเลขเสี่ยงโชค” บนตัวผลิตภัณฑ์ ผสานความเชื่อเรื่องโชคลาภเข้ากับแนวคิดความยั่งยืนได้อย่างลงตัว

ไก่แก้บนรักษ์โลก "ขูดเลข–ปลูกต้นไม้ได้" ธุรกิจคนรุ่นใหม่เจาะสายมู

โดยปัจจุบันสินค้า มีให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบออริจินัล (ไม่ลงสี) แบบสีประจำวันเกิด และแบบพรีเมียมสีเงิน–ทอง ราคาเริ่มต้นคู่ละ 199–299 บาท

 

ในเชิงธุรกิจ เริ่มจากการขายตรงสู่ผู้บริโภค (B2C) ผ่านออนไลน์ ก่อนขยายสู่ตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าในวัด และพื้นที่ค้าปลีกอย่างโซนคราฟต์ในห้างและสนามบิน ขณะเดียวกันก็รุกตลาด B2B โดยร่วมงานกับองค์กรและผู้จัดอีเวนต์ที่ต้องการลดขยะ เช่น การออกแบบเหรียญงานวิ่งรักษ์โลกที่สามารถปลูกต้นไม้ได้

 

สร้างงานให้กับคนในพื้นที่ 

 

อย่างไรก็ตาม ถากูร บอกว่า ธุรกิจเปิดตัวอย่างจริงจังในปี 2566 ที่งาน Bangkok Design Week และได้รับกระแสตอบรับบนโซเชียล ซึ่งเป็นการนำผลิตภัณฑ์ “ไก่บนบานรักษ์โลก” ออกสื่อครั้งแรก และได้กระแสตอบรับกลับมาค่อนข้างดี ทำให้ทางร้านนำฟีดแบกดังกล่าวเข้าไปขอทุนสนับสนุนกลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และดำเนินธุรกิจในรูปแบบอุตสาหกรรมขนาดเล็กได้

 

ถากูร ยังเล่าว่า แม้จะจดทะเบียนบริษัทที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เลือกที่จะตั้งโรงงานผลิตใน จังหวัดยะลา บริเวณพื้นที่ติดชายแดนมาเลเซีย เหตุผลคือเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ ให้กับคนในพื้นที่ยะลา เนื่องจากชาวบ้านมีรายได้ค่อนข้างน้อยและพื้นที่ดังกล่าวมีความทุรกันดารหาเงินได้ยาก เมื่อเทียบกับนครศรีฯ 

 

อีกทั้ง คนในพื้นที่ยะลาต้องการทำงานที่สามารถ อยู่ติดบ้านและอยู่กับครอบครัวได้ โดยไม่ต้องเดินทางออกไปหางานทำในที่ไกลๆ ซึ่งต่างจากจังหวัดใหญ่อย่างนครศรีธรรมราชที่การหาเลือกงานทำไม่ได้ยากจนเกินไป

ไก่แก้บนรักษ์โลก "ขูดเลข–ปลูกต้นไม้ได้" ธุรกิจคนรุ่นใหม่เจาะสายมู

ปัจจุบันเติบโตจากทีมเล็ก ๆ โดยมีการจ้างลูกน้องที่เป็น แรงงานรายวันหรือจ้างเป็นรายงาน ไปตามปริมาณงาน ตอนนี้เริ่มมีการทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่ และคาดว่าปีนี้รายได้จะแตะหลักล้านบาท โดยเป้าหมายต่อไป คือการสร้างความเข้าใจเรื่อง “การแก้บนแบบรักษ์โลก” ผ่านแคมเปญปลูกป่าในวัด 

 

ทั้งนี้ เมื่อมองในมุมธุรกิจ ถากูร เชี่ยวชาญจากการออกแบบมากกว่าการเป็นนักธุรกิจ เขาเล่าว่า ช่วงสองปีแรกที่เริ่มต้น ค่อนข้างสะดุดเพราะให้ความสำคัญกับงานแฟร์มากเกินไป เพราะอยากสร้างตัวตนให้คนรู้จัก 

ไก่แก้บนรักษ์โลก "ขูดเลข–ปลูกต้นไม้ได้" ธุรกิจคนรุ่นใหม่เจาะสายมู

ซึ่งจากนี้ไปเขามองว่าจะต้องพัฒนาสินค้าใหม่จากวัสดุรีไซเคิลและของเหลือใช้ เพื่อผลักดันตลาด “สายมูรักษ์โลก” ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกับการปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ลูกค้าองค์กรและพันธมิตรระยะยาว ทำให้ธุรกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น เมื่อมียอดสั่งผลิตมากขึ้น (โดยเฉพาะเหรียญงานวิ่งและดีล B2B) ธุรกิจจะเริ่ม หาคนมาควบคุมการผลิต เพื่อขยายกำลังการผลิตและช่วยตนเองสามารถไปบริหารจัดการงานส่วนอื่นได้มากขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. เพิกถอน-แบนพ้นตลาดทุน 4 ปี ผู้แนะนำลงทุนทุจริตบัญชีลูกค้า

ก.ล.ต. เพิกถอน-แบนพ้นตลาดทุน 4 ปี ผู้แนะนำลงทุนทุจริตบัญชีลูกค้า