posttoday

ผลสำรวจชี้ ภาวะสงครามยืดเยื้อ SME กว่า 80% รอดได้ไม่ถึงสิ้นปี

23 เมษายน 2569

สสว. เปิดตัวเลขดัชนี SME มี.ค. 69 ความเชื่อมั่นลดลงหลังเผชิญปัจจัยด้านต้นทุนพลังงาน เผยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ SME กว่า 80% อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน 20% มีทุนสำรองอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน

ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ สสว. รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนมี.ค. 2569 ว่า ภาพรวมปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 48.2 ต่ำกว่าค่าฐานที่ระดับ 50.0 เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา 

สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ทำให้เกิดภาวะ “แรงบีบสองด้าน” ทั้งจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบของค่าดัชนีในแต่ละด้าน พบว่าด้านกำไรมีการปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 47.7 ขณะที่ด้านต้นทุนปรับตัวลงมาอยู่ที่ 37.3 (ลดลง 5.2)

สะท้อนถึงแรงกดดันจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้องค์ประกอบด้านคำสั่งซื้อและปริมาณการผลิตชะลอตัวลงที่ 6.4 และ 1.8 ตามลำดับ 

ผลสำรวจเจาะลึกพบว่า SME ถึง 96.7% ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยผลกระทบหลักมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งด้านพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ คิดเป็น 47.1% รองลงมาคือปัญหาด้านกำลังซื้อ 26.2% และสภาพคล่อง 19.1%

สิ่งที่น่ากังวลคือหากสถานการณ์ยืดเยื้อ SME กว่า 80% ระบุว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ไม่เกิน 6 เดือนเนื่องจากไม่มีทุนสำรอง ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 20% ที่มีทุนสำรองอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น

ต่อคำถามที่ว่า SME มีความสนใจปรับตัวสู่ Green SME มากน้อยเพียงใดนั้น สสว.เปิดเผยว่า จากการสำรวจพบว่าผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่ หรือประมาณ 80% มีความสนใจและต้องการที่จะปรับตัวไปสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green SME

แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการกังวลคือ เมื่อเปลี่ยนแล้วจะสามารถเพิ่มยอดขายได้จริงหรือไม่ รวมถึงยังมีความกังวลเรื่องความพร้อมของตัวธุรกิจเองในการปรับเปลี่ยน ทำให้ปัจจุบันการปรับตัวเข้าสู่ระบบ Green SME ยังมีจำนวนไม่มากนัก โดย สสว.ก็มีหลายโครงการในการส่งเสริมให้ SME ปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจสีเขียวและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

รวมถึงการหาตลาดต่างประเทศตลาดใหม่ๆแทนตะวันออกกลาง ตั้งเป้า SME จำนวน 2,000 ราย ซึ่งธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ในภาวะสงคราม รวมถึงกำลังหารือกับหน่วยงานด้านอีคอมเมิร์ซแทนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติ เพื่อลดต้นทุนค่าธรรมเนียมให้กับผู้ประกอบการด้วย

อย่างไรก็ดี สสว.ได้ดำเนินโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการสนับสนุนเงินทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 1,200 ล้านบาท ผ่านความร่วมมือกับ ธพว. และ EXIM Bank รวมถึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษารวม 17 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ปี 2569 เพิ่มเติม อีกกว่า 39 โครงการ  

เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับ SME ทั่วประเทศ โดยขณะนี้ สสว. เตรียมนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ดส่งเสริมฯ)  ซึ่งโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการส่งเสริม SME เพิ่มเติมนี้ จะเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และคลี่คลายปัญหาทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการ SME กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ปรับเกมส่งออก ดันไทยสู่ยุค “ขายแพง ” ปั้นสินค้าเกษตรพรีเมียม