“วราวุธ” อัด 2 หมื่นล้าน อุ้ม SME ชูดอกเบี้ยต่ำ 3% สู้พิษพลังงาน
“วราวุธ” สั่งอัดฉีด 2 หมื่นล้านบาท ช่วย SME สู้วิกฤตพลังงาน ชูดอกเบี้ยต่ำ 3% หนุน Solar Cell-EV พร้อมช่วยลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง ลดเงินต้น-ดอก-ค่างวด มุ่งยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ธุรกิจสีเขียว
KEY
POINTS
- กระทรวงอุตสาหกรรมอัดฉีดเงิน 2 หมื่นล้านบาทผ่าน SME D Bank เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
- เสนอมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษคงที่ 3% เป็นเวลา 3 ปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและประคองธุรกิจ
- สินเชื่อครอบคลุมการปรับธุรกิจสู่สีเขียว การเพิ่มประสิทธิภาพ และสินเชื่อสำหรับรายย่อยที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์เฟซบุ๊ก “ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา” ระบุว่า วันนี้ผมมาประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 1 / 2569 มีท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน โจทย์ใหญ่คือจะทำอย่างไรให้พี่น้องผู้ประกอบการอยู่รอดในวันที่ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงจากวิกฤตตะวันออกกลาง
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปราะบาง กระทรวงอุตสาหกรรม นำเสนอมาตรการช่วยผู้ประกอบการและ SME ให้ฝ่าวิกฤตพลังงาน ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงิน 20,000 ล้านบาท จาก SME D Bank เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เงินก้อนนี้ไม่ต้องตั้งงบประมาณใหม่จากรัฐบาล
ไฮไลต์สำคัญแนวทางแบบ 3 มิติที่ว่า คือการเข้าถึงแหล่งทุน ซึ่งมีจุดเด่นดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่ 3 ปี เพื่อประคับประคองผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ ขนาดกลางและ SME
สินเชื่อแรกคือ SME Green Productivity ใครอยากติด Solar Cell หรือเปลี่ยนมาใช้รถ EV ขนส่ง มีวงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ไปเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นสีเขียว เพื่อลดต้นทุนระยะยาว ส่วนอีกแพ็คเกจ ปลุกพลัง SME เหมาะกับรายย่อย ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันวงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท ส่วน Beyond ติดปีก SME วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และปรับตัวสู่ยุคใหม่
สำหรับลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่เริ่มหายใจไม่ออก ผมสั่งการให้ SME D Bank อะลุ่มอล่วยให้มากที่สุดผ่านหลักการ ลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย ลดค่างวด เพื่อให้ทุกคนได้หายใจและสู้ต่อได้
ส่วนมิติสุดท้าย ก็คือ ผู้ประกอบการเองต้องยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ อัพสกิล รีสกิล รับมือกับโลก ด้วยการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ขยายตลาด เพื่อเดินหน้าปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) ในอนาคต
สุดท้าย สิ่งที่ผมเริ่มต้นจากตัวเองอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และอยากส่งต่อ คือพกกระบอกน้ำ แทนการดื่มน้ำจากขวดพลาสติก จุดนี้เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในช่วงปัญหาเม็ดพลาสติกแพงและขาดแคลน


