posttoday
กขค. คลอดไกด์ไลน์คุมเข้ม ผูกขาดอีคอมเมิร์ซ เริ่มใช้บังคับทันที

กขค. คลอดไกด์ไลน์คุมเข้ม ผูกขาดอีคอมเมิร์ซ เริ่มใช้บังคับทันที

25 มีนาคม 2569

คลอดไกด์ไลน์คุมเข้ม อีคอมเมิร์ซ ห้ามบังคับเลือกบริการรับและขนส่งสินค้า ลดการผูกขาด เริ่มบังคับใช้ 25 มี.ค. 69 เป็นต้นไป

วันนี้ (25 มีนาคม 2569) ผศ. ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้ออกประกาศเรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) หรือที่เรียกว่า “ไกด์ไลน์ อีคอมเมิร์ซ” เพื่อใช้กำกับดูแลพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีผลใช้บังคับในวันถัดไปหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งก็คือตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

ไกด์ไลน์ อีคอมเมิร์ซ นี้จะสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมอันมีลักษณะผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน รวมไปถึงการตกลงร่วมกันหรือทำนิติกรรมอื่น ภายใต้ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 โดยครอบคลุมการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ระหว่างผู้ประกอบอีคอมเมิร์ซ กับผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่มีการดำเนินธุรกิจเชื่อมโยงระหว่างกัน เช่น ผู้ขาย (Sellers) ผู้ให้บริการรับและขนส่ง (Carriers) ผู้ให้บริการโฆษณาดิจิทัล (Digital Media Advertisers) หรือผู้ให้บริการการชำระเงิน (Payment Channels) เป็นต้น

สาระสำคัญของไกด์ไลน์ อีคอมเมิร์ซ ที่เป็นแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. พฤติกรรมด้านราคา (Price Behavior) โดยกำหนดการกระทำที่เข้าข่ายพฤติกรรมต้องห้ามไว้อย่างชัดเจน เช่น การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย รวมถึงผลประโยชน์ในอัตราตามคู่แข่งขัน (Parallel Pricing) แม้ไม่ปรากฏข้อตกลงหรือหลักฐานที่แสดงถึงการกระทำร่วมกันโดยชัดเจน แต่สามารถพิจารณาหรือพิสูจน์ได้จากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตระหนักรู้ของผู้ประกอบธุรกิจว่าได้กระทำร่วมกัน หรือในอัตราที่แตกต่างกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการเดียวกัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (Price Discrimination) โดยพิจารณาจากขนาด ปริมาณหรือมูลค่าการจำหน่าย เป็นต้น หรือการเรียกเก็บที่เป็นภาระอันเกินควรแก่คู่ค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่มีการแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลาที่เหมาะสม  

2. พฤติกรรมทางการค้าอื่น (Non- Price Behavior) เช่น มีพฤติกรรมต้องห้ามในการกีดกันการมองเห็นสินค้าหรือบริการของผู้ขาย โดยใช้ระบบอัลกอริทึมปิดกั้นหรือจำกัดการมองเห็น และให้สิทธิพิเศษเอื้อประโยชน์เฉพาะตน (Self-preferencing) หรือของผู้ขายรายอื่นที่ตนได้รับผลประโยชน์มากกว่า โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น การวางภาพสินค้าในพื้นที่ที่เห็นอย่างเด่นชัดบนหน้าแรก โดยไม่แสดงว่าเป็นพื้นที่ที่ใช้ภายใต้การโฆษณา (Ad) เป็นต้น 

พฤติกรรมการบังคับเลือกบริการรับและขนส่งสินค้า โดยต้องใช้บริการของแพลตฟอร์ม หรือรายที่แพลตฟอร์มกำหนดไว้เท่านั้น ไม่สามารถเลือกใช้บริการรายอื่นตามความต้องการของผู้ขายได้ นอกจากนี้ ยังมีการเอื้อประโยชน์ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น การเอื้อประโยชน์ด้านข้อมูลต่าง ๆ ที่ตนได้รับไปสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน หรือเอื้อประโยชน์ให้กับบริการของตนเหนือกว่าประโยชน์ของคู่ค้ารายอื่น

ทั้งนี้ กขค. จะพิจารณาการกระทำตามองค์ประกอบและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีอย่างรอบด้าน โดยอาจพิจารณาจากปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ลักษณะความสัมพันธ์ทางสัญญา หรือข้อจำกัดตามกฎหมายอื่น ซึ่งหากเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม หรือปราศจากเหตุผลอันสมควร หรือส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการแข่งขันโดยรวมของตลาด อันอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 จะมีบทลงโทษตามฐานความผิดนั้น ๆ ซึ่งมีทั้งโทษทางอาญา และโทษปรับทางปกครอง 

สามารถอ่านและศึกษาประกาศฯ ได้ที่ https://tcct.or.th/assets/portals/1/files/Multi_sided_Platform.pdf

ข่าวล่าสุด

เวียตเจ็ทอัดโปร 0 บาท 1 ล้านที่นั่ง ปั้นระบบนิเวศเที่ยวครบวงจร

เวียตเจ็ทอัดโปร 0 บาท 1 ล้านที่นั่ง ปั้นระบบนิเวศเที่ยวครบวงจร