posttoday
"อนุทิน"นำภูมิใจไทยยื่นแก้รัฐธรรมนูญ ชู สสร. 100 คน มั่นใจเสร็จทันปี 2573

"อนุทิน"นำภูมิใจไทยยื่นแก้รัฐธรรมนูญ ชู สสร. 100 คน มั่นใจเสร็จทันปี 2573

20 พฤษภาคม 2569

อนุทินนำ สส.ภูมิใจไทย 190 คน ยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ เสนอโมเดล สสร. 100 คน ย้ำไม่แตะหมวด 1-2 มั่นใจเสร็จทันปี 2573

KEY

POINTS

  • พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
  • เสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 100 คน ซึ่งมาจากการคัดเลือกของรัฐสภา ประกอบด้วยตัวแทนจาก 77 จังหวัดและผู้เชี่ยวชาญอีก 23 คน
  • กำหนดเงื่อนไขห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ว่าด้วยบททั่วไปและพระมหากษัตริย์ โดยตั้งเป้าให้กระบวนการแล้วเสร็จภายในปี 2573

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำคณะกรรมการบริหารพรรคและ สส. รวม 190 คน ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

การยื่นร่างครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยระบุว่าเป็นพรรคการเมืองแรกที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาฯ โดยเสนอแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน 21 ล้านเสียงที่ลงประชามติ และเพื่อแสดงความจริงใจของพรรคต่อการปฏิรูปกฎหมายสูงสุดของประเทศ

สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่การออกแบบกลไกผู้ร่าง โดยเสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จำนวน 100 คน แบ่งเป็นตัวแทนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ 77 คน จังหวัดละ 1 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ การบริหารราชการ และกฎหมายมหาชน อีก 23 คน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มี สสร. ตัวสำรอง 300 คน แบ่งเป็นตัวสำรองจังหวัดละ 3 คน และตัวสำรองจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านละ 3 คน โดยตัวสำรองจะมีบทบาทในคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ไม่ใช่เพียงรอทดแทนตำแหน่งเท่านั้น

สำหรับที่มาของ สสร. ผู้สมัครต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ก่อนส่งรายชื่อให้รัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย สส. 500 คน และ สว. 200 คน เป็นผู้คัดเลือกตามสัดส่วนของพรรคการเมือง เพื่อให้กระบวนการมีความชอบธรรมและสะท้อนน้ำหนักของคะแนนเสียงประชาชนผ่านระบบตัวแทน

พรรคภูมิใจไทยยังวางเงื่อนไขสำคัญว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ โดยระบุว่าเป็นแนวทางเพื่อลดความขัดแย้งทางสังคมและลดแรงเสียดทานทางการเมือง

ขณะเดียวกัน กระบวนการยกร่างจะเปิดให้มีส่วนร่วมผ่านคณะกรรมาธิการ 2 ชุดหลัก ได้แก่ คณะกรรมาธิการยกร่าง 45 คน และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น 45 คน ซึ่งประกอบด้วย สสร. ตัวจริง สสร. ตัวสำรอง และภาคประชาชนทั่วไป เพื่อให้ความคิดเห็นจากสังคมเข้าสู่กระบวนการร่างอย่างเป็นระบบ

นายอนุทินเชื่อมั่นว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา เสียง สว. อย่างน้อย 1 ใน 4 และเสียงจากพรรคฝ่ายค้านไม่น้อยกว่า 20% เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดจากความเห็นชอบของทุกฝ่าย

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า การดำเนินการครั้งนี้ทำในนามพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองเป็นด่านแรกที่รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน พร้อมสนับสนุนร่างของพรรคอื่น หากมีเจตนารมณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ โดยคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในปี 2573 และทันใช้ในช่วงอายุของรัฐบาลชุดนี้

“มาอยู่ตรงนี้แล้วยังไม่จริงอีกหรือ จริงจังแน่นอน” นายอนุทินกล่าวถึงความมั่นใจในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้.

ข่าวล่าสุด

ททท. ชี้ท่องเที่ยวระยะไกลยังแกร่ง มั่นใจไทยเซฟโซนระดับโลก

ททท. ชี้ท่องเที่ยวระยะไกลยังแกร่ง มั่นใจไทยเซฟโซนระดับโลก