ขายออนไลน์ไทยโตกระโดด ครีเอเตอร์ 3 ล้านราย สร้างรายได้ 4.5 หมื่นล้าน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยตัวเลขการค้าออนไลน์โตกระโดดแตะ 14.7 ล้านล้านบาท ครีเอเตอร์ 3 ล้านราย สร้างรายได้ 4.5 หมื่นล้าน
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจดิจิทัล พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกกำลังขยับจาก “การค้นหา” สินค้า ไปสู่ “การค้นพบ” ผ่านคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว สะท้อนชัดในประเทศไทยที่มูลค่าการค้าออนไลน์พุ่งแตะ 14.7 ล้านล้านบาท พร้อมการเติบโตของกลุ่มครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการตัดสินใจซื้อ
ในงาน TikTok Shop Awards 2026 เวทีสำคัญที่รวมพลังร้านค้า แบรนด์ไทย ครีเอเตอร์ และพันธมิตรในระบบนิเวศของ TikTok Shop จากทั่วประเทศ ที่มาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของการค้าออนไลน์ยุคใหม่
นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในงานว่าจากข้อมูลย้อนหลังในปี 2561 พบว่ามูลค่าการค้าออนไลน์ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 14.7 ล้านล้านบาท และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยประมาณ 9% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคลดการเดินทางและหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นอย่างชัดเจน
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME กว่า 3.25 ล้านราย ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสินค้าเข้าสู่ระบบออนไลน์และสร้างรายได้ให้ประเทศ
พลังของ Content Creator 3 ล้านราย
ขณะเดียวกัน ในปัจจุบันมีผู้สร้างเนื้อหาหรือ Content Creator (Influencer) ประมาณ 3 ล้านราย ในประเทศไทย ซึ่งสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 45,000 ล้านบาท และมีการเติบโตกว่า 20% ขณะเดียวกัน รูปแบบการค้าออนไลน์กำลังเปลี่ยนผ่านจากแบบเดิม (ที่ผู้ซื้อต้องค้นหาสินค้าเองเมื่อต้องการ) ไปสู่รูปแบบ "Discovery Commerce" หรือการค้นพบสินค้าผ่านเนื้อหาและการแนะนำของ Creator บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อได้ทันที
ทั้งนี้ TikTok Shop ได้กลายเป็นแพลตฟอร์ม E-Marketplace ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักการตลาดถึง 47.9% เนื่องจากช่วยให้ SME สามารถต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และขยายตลาดได้กว้างขวางขึ้น
โอกาสใหม่จากกลุ่ม "Silver Economy" และผู้ว่างงาน
นอกจากกลุ่มลูกค้าทั่วไปแล้ว ยังมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ ผู้สูงอายุที่มีจำนวนกว่า 14 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยครึ่งหนึ่งอยู่ในช่วงอายุ 60-69 ปี ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ว่างงานประมาณ 295,000 คน ก็ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะผันตัวจากการเป็นลูกจ้างมาเป็นผู้ค้าออนไลน์รุ่นใหม่
ทั้งนี้ DBD มีภารกิจหลัก 2 ประการเพื่อขับเคลื่อน SME ไทยที่มีอยู่กว่า 3.25 ล้านราย คือ
- การเสริมศักยภาพ ให้ความรู้ด้านบัญชี ภาษี การเริ่มธุรกิจ และความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซผ่านหลักสูตร e-Learning ที่ใช้เวลาเรียนเพียง 2-3 ชั่วโมงก็ได้รับใบประกาศ
- การเพิ่มรายได้ สนับสนุนกลุ่มธุรกิจชุมชน โลจิสติกส์ แฟรนไชส์ และอาหาร ให้เข้าสู่ช่องทางออนไลน์
ในปี 2568 ที่ผ่านมากรมฯ ได้ดำเนินงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับ TikTok Shop ที่เป็นพันธมิตรสำคัญ เพื่อส่งเสริมและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถใช้คอนเทนต์คอมเมิร์ซ หรือโซเชียลคอมเมิร์ซเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างยอดขายและขยายตลาดออนไลน์ จากผลการดำเนินงานเพียง 1 ปี พบว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจากกรมฯ สามารถสร้างยอดขายผ่าน TikTok Shop รวมกว่า 1,323 ล้านบาท จากผู้ขาย 454 ราย ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 315% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สะท้อนถึงศักยภาพของสินค้าไทย ความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ที่สำคัญคือการตอกย้ำให้เห็นว่าแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นทางเลือกใหม่ที่จะช่วยขยายรายได้ให้กับผู้ประกอบการในระยะยาวด้วย
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายใหญ่ระดับประเทศ รัฐบาลมุ่งหวังที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ของ SME ต่อ GDP จากปัจจุบันที่ 35% ให้เพิ่มเป็น 40% ซึ่งการค้าออนไลน์ถูกมองว่าเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้ได้ไม่ยาก
แม้ว่าปัจจุบันสัดส่วนนี้จะยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ มีสัดส่วนรายได้ SME ต่อ GDP อยู่ที่ 45% ญี่ปุ่น มีสัดส่วนรายได้ SME ต่อ GDP สูงถึง 53% แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะผ่านเวทีอย่าง TikTok Shop Award คาดจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างเครือข่ายและยกระดับเศรษฐกิจการค้าของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
แบรนด์ไทยและครีเอเตอร์ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนมิติใหม่ของการนำเสนอขายสินค้าที่เจ้าของแบรนด์จะสามารถพาสินค้าของตนเองนำเสนอผ่านโซเชียลมีเดียในรูปแบบที่น่าสนใจและผลักดันสินค้าไปจนถึงตัวลูกค้าได้โดยตรง หรือที่เรียกว่า Discovery Commerce


