posttoday

จับตา “ล้งมะพร้าว" ส่อฮั้วราคาเหลือลูกละ 2 บาท ทุนใหญ่คุมเกม

21 มีนาคม 2569

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ตรวจ “ล้งมะพร้าว” จับตารวมกลุ่มฮั้วราคา กดเหลือลูกละ 2 บาท แกะรอยแชตลับตัวแทน 300 โรงงานกำหนดราคาไม่เกินลูกละ 10 บาทตลอดปี ทุนใหญ่คุมเกมทั้งตลาด

สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเดินหน้าลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจรับซื้อผลไม้ (ล้ง) อย่างต่อเนื่อง หลังเกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสมจากราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนตกต่ำอย่างหนัก เหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ซึ่งสวนทางกับต้นทุนการดูแลที่สูงถึงราว 7 บาทต่อลูก

 

ผศ. ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จังหวัดราชบุรี ร่วมกับพันตำรวจโทพงศ์อินทร์ อินทรขาว ที่ปรึกษาด้านการสืบสวนสอบสวน และทีมคณะทำงานของสำนักงาน กขค.โดยร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่ พบข้อสังเกตด้านราคามะพร้าวน้ำหอมที่ไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาดแบบซื้อมาขายไปตามปกติ แต่อาจมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้ามาแทรกแซงและพยายามกำหนดราคารับซื้อ

 

ทั้งนี้ ประเด็นแรกที่สำนักงาน กขค. จับตาและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือ พฤติกรรมการจับมือกันฮั้วราคา 

จับตา “ล้งมะพร้าว" ส่อฮั้วราคาเหลือลูกละ 2 บาท ทุนใหญ่คุมเกม

โดยเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการตั้งกลุ่มแชตไลน์ลับที่เกิดจากการรวมตัวแทนโรงงานกว่า 300 แห่ง เพื่อพูดคุยส่งสัญญาณและกำหนดทิศทางราคารับซื้อมะพร้าวลูกเขียว ไม่เกินลูกละ 10 บาทตลอดทั้งปี ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่า มีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป 

 

โดยหากเป็นการฮั้วในตลาดเดียวกัน จะต้องรับโทษทางอาญา คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกประเด็นที่สำคัญคือ พฤติกรรมของรายใหญ่ในตลาดหรือที่เรียกว่า ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด 

 

ซึ่งการมีสถานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดนั้นไม่ผิด หากแต่ห้ามใช้อำนาจเหนือตลาดไปสร้างเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมเพื่อเอาเปรียบผู้อื่น ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาเช่นเดียวกับการฮั้วในตลาดเดียวกันตามข้างต้น พฤติกรรมทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมลักษณะนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเอาเปรียบเกษตรกร แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจไทยที่ต้องถูกกำหนดราคาจากระดับบน 

 

โดยมีพฤติกรรมที่ต้องตรวจสอบจากกรณีดังกล่าว เช่น การใช้อำนาจควบคุมระบบโลจิสติกส์และการกระจายตู้คอนเทนเนอร์ โดยกักตุนสินค้าไว้ในโรงงานไม่ยอมส่งออก เพื่อสร้างสถานการณ์ว่าผลผลิตล้นตลาด และใช้เป็นข้ออ้างในการกดราคารับซื้อจากเกษตรกรให้ต่ำที่สุด ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 

 

จับตา “ล้งมะพร้าว" ส่อฮั้วราคาเหลือลูกละ 2 บาท ทุนใหญ่คุมเกม

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กขค. จะตรวจสอบและติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงอยากขอความร่วมมือจากล้งต่าง ๆ ในการแสดงข้อมูลทางบัญชีและประวัติการซื้อขายเพื่อให้ตรวจสอบความโปร่งใส และขอย้ำว่า! การลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นการด่วนตัดสินว่าใครกระทำความผิด หากแต่เป็นการติดตามและกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน กขค. เพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม ให้กลไกตลาดทำงานได้อย่างเสรี 

 

พร้อมทั้งเตรียมนำรูปแบบการตรวจสอบในครั้งนี้ ไปขยายผลเพื่อใช้เป็นโมเดลในการแก้ปัญหาล้งรับซื้อผลไม้ประเภทอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาถูกกลุ่มทุนต่างชาติเข้าครอบงำด้วยเช่นกัน ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ยูนิชาร์ม แจ้งคู่ค้ารับมือต้นทุนพุ่ง เม.ย. เสี่ยงขาดบรรจุภัณฑ์