posttoday
ตลาดสัตว์เลี้ยงบูม จ่อแตะแสนล้าน มีผู้เล่นในตลาดกว่า 400 แบรนด์

ตลาดสัตว์เลี้ยงบูม จ่อแตะแสนล้าน มีผู้เล่นในตลาดกว่า 400 แบรนด์

19 มีนาคม 2569

ตลาดสัตว์เลี้ยงบูม จ่อแตะแสนล้าน มีผู้เล่นในตลาดกว่า 400 แบรนด์ มูลค่าตลาดจ่อทะลุแสนล้านปี 69 เว็ทซินโนว่าเร่งเครื่อง ปั้นรายได้ 700 ล้าน

ภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงมีการแข่งขันอย่างดุเดือด ข้อมูลจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) พบว่าตั้งแต่ปี 2567 อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเป็นท็อป 5 ของอุตสาหกรรมที่บริษัทอยากเข้ามาทำธุรกิจมากที่สุด โดยช่วง 1-3 ปีที่ผ่านมาจำนวนสัตว์เลี้ยงและมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 10% มีจำนวนแบรนด์สินค้าสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 100 แบรนด์เป็น 400 แบรนด์ จำนวนร้านค้าสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น 4-5 เท่า 

 

โดย ttb analytics คาดการณ์มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยปี 2568 มีการขยายตัว 13.2% แตะ 9.2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะทะลุแสนล้านบาทในปี 2569 จากแรงหนุนของกระแสสัตว์เลี้ยงที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

 

ในขณะที่ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย (TPIA) พบว่าตลาดสัตว์เลี้ยงรวมในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 69,800 ล้านบาท เติบโต 8.5% จากปี 2566 ที่มีมูลค่า 64,000 ล้านบาท

 

โดยหมวดอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) มีสัดส่วน 55% ด้วยมูลค่าตลาด 38,300 ล้านบาท (อาหารสุนัข 18,700 ล้านบาท และอาหารแมว 19,600 ล้านบาท) บริการรักษาสัตว์เลี้ยง (Pet Health และ Medical Care) มีสัดส่วน 22% มีมูลค่าตลาด 15,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากความตระหนักในการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง หมวดขนม 6.96 พันล้านบาท หมวดอาหารเสริม 950 ล้านบาท เป็นต้น

 

โดย ttb analytics พบว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เลี้ยง เช่น ค่าอาหาร ขนม ค่ารักษาดูแลสุขภาพ ค่าอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ค่ารับบริการ แบ่งเจ้าของเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยง (Pet Ownership) มีค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000 บาท/ตัว/ปี และกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัว (Pet Humanization) มีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท/ตัว/ปี

 

เว็ทซินโนว่า รายได้โต ปี 69 เป้า 67%

 

เว็ทซินโนว่า (VetSynova) ผู้นำนวัตกรรมสัตวแพทย์เพื่อครอบครัว ประกาศความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจปี 2568 ด้วยรายได้รวม 420 ล้านบาทสูงกว่าเป้าที่วางไว้ พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตขึ้น 67% ขับเคลื่อนผ่าน 6 กลยุทธ์ธุรกิจสำคัญ ควบคู่กับการยกระดับแบรนด์ผ่านแคมเปญการสื่อสารชุดใหม่ “ช่วงเวลาแห่งสายสัมพันธ์ของครอบครัว” พร้อมดึง ‘โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร’ เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของแบรนด์พร้อมเดินหน้าผลักดันยอดขายในประเทศและขยายฐานตลาดต่างประเทศ เล็งเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอีก 3 ปีข้างหน้า ด้วยยอดขาย 1,000 ล้านบาท

 

น.สพ.มนัยธร เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เว็ทซินโนว่า จำกัด กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาว่า ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ด้วยรายได้รวม 420 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถึง 13% สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์เทรนด์เลี้ยงสัตว์เหมือนคนในครอบครัว (Pet Humanization) และการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี (Pet Longevity) ของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงแบบสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม การคัดสรรผลิตภัณฑ์อาหารเสริมช่วยส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง การป้องกัน ดูแลสุขภาพ การรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากสัตวแพทย์  ซึ่งได้รับความนิยมและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ”

น.สพ.มนัยธร เสริบุตร

ปัจจุบัน เว็ทซินโนว่า มีกลุ่มสินค้าอยู่ 3 กลุ่มที่ครอบคลุมด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ได้แก่ 

 

1.ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตวแพทย์ (Veterinary Therapeutic & Healthcare) ได้แก่แบรนด์ VFCore, DeliSci, MicrocynAH, Dermacore, Zymox เป็นต้น  

 

2.ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ (Functional Pet Food) 

 

3.สินค้านวัตกรรมไลฟ์สไตล์สัตวเลี้ยง (Pet Lifestyle Innovation) โดยมีแบรนด์วีเอฟคอร์ (VFCore) อาหารเสริมสัตว์เลี้ยงที่สัตวแพทย์แนะนำสำหรับทั้งสุนัขและแมว และแบรนด์เดลิซาย (DeliSci) อาหารประกอบการรักษาโรคและอาหารเพื่อสุขภาพที่สัตวแพทย์แนะนำและเจ้าของสัตว์เลี้ยงไว้วางใจ เป็น 2 แบรนด์เรือธงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ

 

“บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมในปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 700 ล้านบาท หรือเติบโต 67% ด้วยแผนรุกตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการขยายตลาดการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและนานาประเทศ พร้อมมุ่งสู่การเป็นบริษัทอันดับหนึ่งในธุรกิจสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคเอเชีย และก้าวสู่การยอมรับระดับโลกในธุรกิจนวัตกรรมสัตวแพทย์ ด้วยการได้รับรางวัลการันตีทั้งจากในประเทศไทยและระดับนานาชาติ

 

รวมทั้งล่าสุดที่คว้า 3 รางวัลจาก 'The International Innovation Awards 2025” ทั้งในด้านวัฒนธรรมองค์กร และผลิตภัณฑ์ VFCore และ DeliSci ซึ่งปัจจุบัน VFCore ยังคงเป็นแบรนด์วิตามินแมวเลียสุนัขเลียอันดับ 1 ของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง”

 

สำหรับแนวทางการเติบโตผ่าน 6 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 

 

1.การลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมตามหลักสัตวแพทย์ ด้วยทีมสัตวแพทย์ นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าในตลาดสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์ ผลักดันแนวคิดการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเพื่อให้มีอายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Pet Longevity Concept) ซึ่งเว็ทซินโนว่า เริ่มทำไปแล้วและกำลังจะมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพิ่มขึ้นอีกเร็วๆ นี้ 

 

2.การพัฒนาสินค้าที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้เลี้ยงสัตว์ยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงสินค้ารักษาโรค  

 

3.ความมุ่งมั่นเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุดของผู้คน สัตวแพทย์ สัตว์เลี้ยง และโลกใบนี้ ไม่เพียงแต่จำหน่ายสินค้าแต่ต้องดูแลทุกส่วนเพื่อโลกที่ดีกว่า 

 

4.ขยายเครือข่ายพันธมิตรทางวิชาการ และมหาวิทยาลัย  เพื่อวิจัยและสร้างนวัตกรรม รวมถึงการให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการดูแลด้วยรักตามหลักสัตวแพทย์  

 

5.สร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคผ่านทุกช่องทางการตลาดและแคมเปญ  ที่สร้าง Emotional Connection 

 

6.การขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ในฐานะแบรนด์ระดับโลกจากประเทศไทย โดยปัจจุบันส่งออกไปใน 7 ประเทศได้แก่ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ ฮ่องกง สิงค์โปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ลาว โดยตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 4 ประเทศในปีนี้ (อินเดีย ปานามา ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย)

 

ทุ่มงบ 10 ล้านพัฒนานวัตกรรม

 

เว็ทซินโนว่า ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างมาก ด้วยการทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาทต่อปี เพื่อพัฒนานวัตกรรมสิทธิบัตรและผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Evidence) และรับรองโดยสัตวแพทย์ (Veterinary Validation) โดยทีมสัตวแพทย์ภายในขนาดใหญ่ ที่ทำงานร่วมกันกับคณะสัตวแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ห้องปฏิบัติการวิจัย  ศูนย์สัตว์ทดลอง ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology หรือ SynBio Technology) การพัฒนานวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีจำเพาะขั้นสูง (Advanced Specific Antibody Technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้แอนติบอดีจำเพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ

 

สำหรับผลการวิจัยตลาดของเว็ทซินโนว่า ปี 2568 พบว่าปัจจุบันการเลือกซื้อสินค้าสัตว์เลี้ยง ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคาที่สมเหตุสมผล คุ้มค่าเงิน มากที่สุดถึง 90% โดยต้องเป็นของดีที่ราคาเหมาะสมและคุ้มค่าเงินที่ต้องจ่าย ซึ่งสอดคล้องกับสินค้าของเว็ทซินโนว่า ซึ่งแตกต่างจากผลสำรวจในปี 2567 ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมาก่อนราคา

 

นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าของใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงมากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวันมากถึง 70% และอยู่ด้วยกันตลอดเวลา (เกือบทั้งวัน) 25%

 

“เราเชื่อว่าสัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยง แต่คือสมาชิกของครอบครัว คือเพื่อน คือความสุข และคือช่วงเวลาที่มีความหมายในชีวิตของเรา ในฐานะบริษัทนวัตกรรมสัตวแพทย์ เราจึงไม่ได้มองเพียงการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงแต่ยังใส่ใจถึงคุณภาพชีวิตของพวกเขา ผ่านสิ่งแวดล้อมที่เราและสัตว์เลี้ยงจะเติบโตและใช้ชีวิตร่วมกัน เราจึงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติของการดำเนินงาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยง ครอบครัว และโลกของเราในระยะยาว”

 

วางเป้าเข้าตลาดฯใน 3 ปี

 

ทั้งนี้ นอกจากการเติบโตทางธุรกิจแล้ว เว็ทซินโนว่า ยังวางเป้าหมายระยะกลางในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน 3 ปีข้างหน้าหรือในปี 2572 โดยตั้งเป้ารายได้รวม 1,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในช่วงครบรอบ 9 ปีของการดำเนินธุรกิจ

 

“เชื่อมั่นว่าด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่น ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสัตว์เลี้ยงที่แตกต่างและหลากหลาย ซึ่งสัตวแพทย์แนะนำและเจ้าของสัตว์เลี้ยงไว้วางใจ รวมทั้งแคมเปญล่าสุดจะช่วยผลักดันให้บริษัทเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งในด้านรายได้ การขยายตลาด และการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งในระดับสากล” น.สพ.มนัยธร กล่าวทิ้งท้าย

 

 

ข่าวล่าสุด

ผ่ายุทธศาสตร์ TFM เส้นทางสู่เป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 73

ผ่ายุทธศาสตร์ TFM เส้นทางสู่เป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 73