จากตาชั่งยาจีนสู่แบรนด์ Bangkok Balm เตรียมบุกตลาดโลก
จากการทดลองผสมสมุนไพรด้วยตาชั่งยาจีนในบ้าน สู่การสร้างแบรนด์สมุนไพรไทยที่อยู่ในตลาดมากว่า 15 ปี วันนี้ Bangkok Balm กำลังขยับเกมใหม่ เตรียมขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
KEY
POINTS
- จากการทดลองผสมสมุนไพรด้วยตาชั่งยาจีนในบ้าน สู่การสร้างแบรนด์สมุนไพรไทยที่อยู่ในตลาดมากว่า 15 ปี
- วันนี้ Bangkok Balm กำลังขยับเกมใหม่ เตรียมขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ปลายปี 2569
- ชูจุดขาย “ยาหม่องเนื้อเจล” หวังต่อยอดสมุนไพรไทยสู่ตลาดสุขภาพระดับโลก
จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในบ้านที่ใช้เพียงตาชั่งยาจีนของพ่อและเครื่องตีแป้งของแม่ วันนี้ “Bangkok Balm” แบรนด์สมุนไพรไทยอายุกว่า 15 ปี กำลังเตรียมก้าวอีกขั้นสู่ตลาดต่างประเทศ โดยตั้งเป้าขยายตลาดในอาเซียนภายในปลายปี 2569 ก่อนต่อยอดไปยังภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป
การขยายตัวครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับแผนยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ ASEAN GMP ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพในหลายประเทศของภูมิภาค และถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันสมุนไพรไทยให้เข้าถึงตลาดโลกมากขึ้น
โดยหัวหอกของการรุกตลาดต่างประเทศ คือผลิตภัณฑ์เจลสมุนไพร 2 รายการ ได้แก่ เจลเสลดพังพอนออร์แกนิค และ เจลไพลสูตรผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของแบรนด์
จาก “ยาหม่องเหนียว” สู่เจลสมุนไพรซึมไว
จุดขายสำคัญของ “บางกอกบาล์ม” อยู่ที่การพัฒนา ยาหม่องเนื้อเจลสูตรเฉพาะ ซึ่งใช้สมุนไพรเป็นส่วนผสมหลักและมีน้ำเป็นองค์ประกอบ ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว ลดปัญหาความเหนียวเหนอะหนะหลังการใช้ ผู้ใช้สามารถสวมเสื้อผ้าทับได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องคราบหรือความมันบนเสื้อผ้า ต่างจากยาหม่องแบบดั้งเดิมที่มักใช้ขี้ผึ้งเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์มีลักษณะเป็นไขและทิ้งความมันบนผิว จนอาจทำให้เสื้อผ้าเกิดคราบหรือรอยด่างได้
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงามที่ใช้งานสะดวกและไม่ทิ้งคราบ
โดยรายงานเทรนด์ความงามและสุขภาพของไทยปี 2568 จาก Kantar/Euromonitor ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสแบบน้ำมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยราว 12.4% ต่อปี ซึ่งสูงกว่ากลุ่มยาหม่องแบบดั้งเดิม สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย ไม่เลอะเสื้อผ้า แต่ยังคงประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้เช่นเดิม
สมุนไพรไทยตลาดโต ดันแบรนด์ท้องถิ่นสู่เวทีโลก
ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ คาดการณ์ว่าภายในปี 2569 อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 6.3 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ) นอกจากนี้ ผลการศึกษาในปี 2568 โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM) ยังชี้ให้เห็นว่า คุณสมบัติ “ไม่เหนียวเหนอะหนะ” และ “ซึมไว” กลายเป็นปัจจัยหลักอันดับต้น ๆ ที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจเลือกซื้อเจลสมุนไพรในปัจจุบัน
เป้าหมายการขยายตลาดต่างประเทศของบางกอกบาล์ม (Bangkok Balm) ยังสอดคล้องกับโครงการ “Think Wellness, Think Thai Herb” ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ผลักดันให้ภาคส่วนสมุนไพรเป็น “Soft Power” ที่มีมูลค่าสูง
โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ตั้งเป้าที่จะนำภูมิปัญญาไทยมาผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดค้าปลีกสมุนไพรโลก ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าทะลุ 7.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2572
ปัจจุบัน แม้ตลาดในประเทศจะมีสัดส่วนรายได้กว่า 90% แต่ยอดขายในต่างประเทศของบางกอกบาล์ม ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมี Great Natural Taste Malaysia เป็นผู้จัดจำหน่ายในสิงคโปร์และมาเลเซีย รวมถึงมีตัวแทนจำหน่ายในฮ่องกงและไต้หวันด้วย
จากการวิจัยตลาดพบว่ามีความต้องการเจลสมุนไพรของแบรนด์อย่างมากในกลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และยุโรป เนื่องจากผู้บริโภคในตลาดเหล่านี้มองหาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ
นำชัย เลิศเวชกุล ผู้ก่อตั้งบางกอกบาล์ม กล่าวว่า อยากให้พลังแห่งการเยียวยาจากธรรมชาติของสมุนไพรไทยไปถึงมือผู้คนทั่วโลก ยาหม่องทั่วไปนั้นใช้ดี แต่ผู้บริโภคสมัยใหม่จำนวนมากไม่ชอบความเหนียวเหนอะหนะ
เจลสูตรเฉพาะของเราจึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ การได้รับมาตรฐาน ASEAN GMP จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและร้านค้าต่างประเทศในการนำสินค้าเราไปวางจำหน่าย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเราตามแนวทาง 'Think Wellness, Think Thai Herb' ของภาครัฐ
เรื่องราวของบางกอกบาล์ม (Bangkok Balm)
นำชัย เลิศเวชกุล เริ่มต้นก่อตั้งบางกอกบาล์ม ขึ้นในปี 2554 หลังจากได้เรียนรู้เรื่องการรักษาแบบดั้งเดิมจากคุณพ่อผู้มีความเชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีน รวมทั้งได้เข้าศึกษาต่อจนคว้าปริญญาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งความรู้ที่เขาได้รับนี่เองที่กลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของบางกอกบาล์ม
จุดเริ่มต้นที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อลูกของเขาเป็นผื่นคันตามผิวหนัง นำชัยพบว่ายาหม่องสูตรน้ำมันแบบดั้งเดิมนั้นเหนียวเหนอะหนะเกินไปสำหรับผิวเด็ก เขาจึงทุ่มเทเวลาถึง 6 เดือนในการพัฒนาเจลสูตรเฉพาะที่ให้ประสิทธิภาพดีเยี่ยมไม่ต่างกัน แต่ให้ความรู้สึกสะอาดและเบาสบายผิว โดยได้ปรุงเจลชุดแรกขึ้นที่บ้าน โดยใช้ตาชั่งยาจีนของคุณพ่อมาตวงสมุนไพร และใช้เครื่องตีแป้งของคุณแม่ในการผสมส่วนผสมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
หลังจากทดลองใช้เจลด้วยตัวเองและคนในครอบครัวแล้ว ยังได้ส่งต่อให้ผู้ใช้ทดลองอีกกว่า 500 ท่าน เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ก่อนที่จะดำเนินการจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างเป็นทางการ
“นวัตกรรมและความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของธุรกิจเรา เรานำเสนอทางเลือกจากธรรมชาติที่ปราศจากสเตียรอยด์เพื่อให้ทุกครอบครัวไว้วางใจได้ เราตั้งตารอที่จะได้รับมาตรฐาน ASEAN GMP เพื่อนำเจลเสลดพังพอนออร์แกนิคและเจลไพลไปสู่ครอบครัวต่าง ๆ ในอาเซียน ภูมิภาคเอเชีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และยุโรป นอกจากนี้ บางกอกบาล์ม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนภาครัฐในการผลักดันสมุนไพรไทยให้เป็น Soft Power ที่ทรงคุณค่าเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ” ” นำชัยกล่าวทิ้งท้าย


