ไหว้วัดภูเขาทอง ปลุกทุนวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเมืองมรดกโลก
เทศกาลไหว้วัดภูเขาทอง จุดพลังทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมปลูกจิตสำนึกรักษามรดกอยุธยาอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- โครงการวิจัยได้ฟื้นฟู "ทุนทางวัฒนธรรม" ของชุมชนทุ่งภูเขาทอง ซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมทั้งไทยพุทธและอิสลาม เพื่อแก้ปัญหาการท่องเที่ยวกระจุกตัวในเกาะเมืองอยุธยาและกระจายรายได้สู่พื้นที่รอบนอก
- การจัด "เทศกาลไหว้วัดภูเขาทอง" เป็นกิจกรรมหลักที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้นับหมื่นคนและสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ทำให้พื้นที่กลายเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ
- โครงการได้ต่อยอดสู่การพัฒนา "ตลาดทุนวัฒนธรรม" เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนผ่านกิจกรรม "ไกด์น้อย" เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม
“ทุ่งภูเขาทอง” หนึ่งในพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงกับยุคกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันตั้งอยู่ในตำบลภูเขาทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นสนามรบสำคัญในอดีต ก่อนจะกลายมาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ที่หล่อเลี้ยงผู้คนในชุมชน วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน เมื่อชุมชน วัด มัสยิด และโรงเรียนอยู่ร่วมกันมาอย่างยาวนาน จนเกิดการหลอมรวมของสองวัฒนธรรมหลัก คือ ไทยพุทธและอิสลาม กลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ทุ่งภูเขาทองที่ยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน
ในปีงบประมาณ 2566 คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาได้มองเห็นปัญหาการท่องเที่ยวของอยุธยาที่นักท่องเที่ยวมักกระจุกตัวอยู่เพียงบริเวณเกาะเมือง ทำให้พื้นที่โดยรอบซึ่งมีทรัพยากรทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีคุณค่าไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร จากการศึกษาศักยภาพของทุ่งภูเขาทองซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาอย่างลึกซึ้ง
จึงเกิดโครงการวิจัย “การฟื้นฟูทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ทุ่งภูเขาทอง” โดยนำประเพณีท้องถิ่นสำคัญกลับมาสร้างชีวิตชีวาอีกครั้ง ผ่านการจัดเทศกาลและตลาดทุนวัฒนธรรม ได้แก่ ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีไหว้วัด และประเพณีมูโหลดของชาวมุสลิม ซึ่งล้วนเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่สะท้อนตัวตนของชุมชน
อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานพบว่า แม้กิจกรรมทางวัฒนธรรมจะได้รับความสนใจ แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและตลาดทุนวัฒนธรรมยังขาดการเชื่อมโยงกับตลาดในระยะยาว ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ ในปีงบประมาณ 2568 คณะวิจัยจึงต่อยอดการดำเนินงานผ่านโครงการ “การยกระดับตลาดทุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองมรดกโลกในพื้นที่ทุ่งภูเขาทอง” ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) เพื่อผลักดันให้วัฒนธรรมท้องถิ่นกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชน พร้อมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้กับคนรุ่นใหม่
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่สร้างการรับรู้ให้กับพื้นที่อย่างกว้างขวาง คือ “เทศกาลไหว้วัดภูเขาทอง” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10–11 ตุลาคม 2568 ภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงกลองรำมะนา รวมถึงการแสดงมินิไลท์แอนด์ซาวด์ที่เล่าประวัติของเจดีย์ภูเขาทองและประเพณีไหว้วัดอย่างมีชีวิตชีวา เทศกาลดังกล่าวได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทั้งจากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่น โดยเกิดกระแสพูดถึงในสื่อสังคมออนไลน์จนมียอดเข้าถึงรวมมากกว่า 10 ล้านครั้ง และมีผู้เข้าร่วมงานนับหมื่นคน ส่งผลให้ทุ่งภูเขาทองกลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
ควบคู่ไปกับการจัดเทศกาล คณะวิจัยยังได้พัฒนาตลาดทุนวัฒนธรรม “ย่านสิบสองภาษา ป่าพนมมาศ ตลาดวัดภูเขาทอง” ให้เป็นมากกว่าพื้นที่ซื้อขายสินค้า แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้แสดงศักยภาพของตนเองผ่านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ทั้งอาหารพื้นบ้าน งานหัตถกรรม และสินค้าชุมชนที่ได้รับการพัฒนาให้มีรูปแบบร่วมสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขนมพื้นถิ่นอย่างขนมลูกบอม ปลาตะเพียนสาน ตุ๊กตาดินเผา กระเป๋าผ้า หรือของที่ระลึกที่มีลวดลายอัตลักษณ์ภูเขาทอง ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับชุมชน แต่ยังช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง อีกทั้งชาวบ้านยังได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการเล่าเรื่องสินค้า หรือ Storytelling เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจ โครงการยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนในชุมชน โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานวัฒนธรรม ผ่านกิจกรรม “ไกด์น้อยพาเที่ยวภูเขาทอง” ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้การเป็นมัคคุเทศก์ ฝึกทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการเล่าเรื่องอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงกิจกรรม “ปู่อยากรู้ หนูอยากเล่า” ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาของปราชญ์ชุมชนกับคนรุ่นใหม่ ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของท้องถิ่น ทำให้เด็ก ๆ เกิดความภาคภูมิใจและตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่ของตนเอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรา ดอกไม้ หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า ความสำเร็จของการพัฒนาพื้นที่ทุ่งภูเขาทองเกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายหลากหลายภาคส่วน ทั้งชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งได้ร่วมกันจัดตั้ง “คณะกรรมการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่ทุ่งภูเขาทอง” เพื่อบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา และเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวให้กลายเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน และปลูกฝังความรู้สึก “เป็นเจ้าของร่วม” ต่อมรดกทางวัฒนธรรมของพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาทุ่งภูเขาทองดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว


