posttoday

“Nice Two Meat U – Fire Tiger” เตรียมปรับราคา ลด-เพิ่มเมนู สู้ศึก F&B

11 มีนาคม 2569

รวยไม่หยุด ปรับใหญ่ 2 แบรนด์หลักในเครือ "ปิ้งย่าง Nice Two Meat U – ชานมเสือพ่นไฟ Fire Tiger" เตรียมรีเฟรชเมนู-ราคา บางสาขารีเพลสด้วยแบรนด์ใหม่

ถึงเวลารีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ เมื่อ ชุติมา เปรื่องเมธางกูร ผู้บริหารเครือรวยไม่หยุด กรุ๊ป เปิดเผยว่าปีนี้จะปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของแบรนด์ร้านอาหารในเครือ โดยเฉพาะสองแบรนด์ดังอย่างปิ้งย่าง Nice Two Meat U และ ชานมเสือพ่นไฟ Fire Tiger ที่เตรียมปรับโครงสร้างทั้งเมนู และราคา ให้เกิดความคุ้มค่ากับผู้บริโภคมากขึ้น ท่ามกลางร้านอาหารแข่งเดือด 

 

“Nice Two Meat U” รีเฟรชครั้งใหญ่ หลังเปิดมา 9 ปี

ชุติมา เผยว่า ร้านปิ้งย่างเกาหลี Nice Two Meat U เปิดมาแล้วกว่า 9 ปี เตรียมปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับแบรนด์และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

 

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการปรับรูปแบบเมนู และบริการให้มีลักษณะ “Express” มากขึ้น โดยจะเพิ่มหมวดอาหารแบบ Set Menu เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้รวดเร็ว เหมาะกับกลุ่มพนักงานออฟฟิศหรือผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานอาหารภายในเวลาจำกัด

 

ขณะเดียวกันเตรียมลดจำนวนเมนูบางส่วน โดยเฉพาะเมนูที่มีความหลากหลายเกินไป เช่น เมนูย่อยของเนื้อและหมู หรือเครื่องเคียงบางประเภท เพื่อให้การบริหารสต๊อกวัตถุดิบมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงช่วยควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน

 

นอกจากนี้จะมีการปรับโครงสร้างราคา ควบคู่กับการปรับเมนู โดยเน้นแนวคิด “Value for Money” หรือความคุ้มค่า เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้นในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

 

ปัจจุบัน Nice Two Meat U มีประมาณ 13 สาขา และมีแผนปรับโครงสร้างบางสาขาด้วยการรีเพลสโดยจะนำแบรนด์ใหม่จากเกาหลีใต้ที่บริษัทเพิ่งซื้อแฟรนไชส์มา เข้าไปเปิดแทนที่ในสาขาเดิมของ Nice Two Meat U ประมาณ 4–5 สาขา เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตธุรกิจ

 

“Fire Tiger” รีเฟรชโปรดักต์ใหม่

ส่วนแบรนด์ชานมไข่มุก Fire Tiger หรือ “เสือพ่นไฟ” เตรียมปรับภาพลักษณ์และผลิตภัณฑ์ใหม่เช่นกัน โดยจะมีการรีเฟรชโปรดักต์ครั้งใหญ่ เพื่อให้แบรนด์สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดเครื่องดื่มที่มีการแข่งขันสูง

 

ชุติมา เผยว่า Fire Tiger เป็นแบรนด์ที่ยังมีฐานลูกค้า โดยคาดว่าจะปรับเมนู และทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความคุ้มค่า

 

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ต้องปรับกลยุทธ์

ชุติมา ประเมินว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงวันธรรมดา (จันทร์–ศุกร์) ที่ผู้คนออกมารับประทานอาหารนอกบ้านน้อยลง และหันไปใช้บริการเดลิเวอรี่แทน ขณะเดียวกันผู้บริโภคยังมีตัวเลือกในการใช้เงินมากขึ้น เช่น การท่องเที่ยวหรือไลฟ์สไตล์อื่น ๆ นั่นจึงเป็นที่มาที่แบรนด์ร้านอาหารในเครือรวยไม่หยุด ต้องการสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งในแผนปีนี้ แบรนด์ในเครือเน้นเข้าถึงง่าย  และรัดเข็มขัด เปิดแบรนด์น้อยลง ไม่เช่นนั้นจะขาดโฟกัส 

 

 

ชุติมา มองว่า เทรนด์ร้านอาหารปัจุบัน รายเล็กถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวกว่าเชนใหญ่ ท่ามกลางการแข่งขันสูงร้านอาหารที่ตั้งราคาสูงเกินไปมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดได้ง่าย จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่บริษัทต้องปรับกลยุทธ์เพื่อทำให้สินค้า “เข้าถึงง่ายและคุ้มค่า” มากขึ้น

 

การปรับทัพครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเครือรวยไม่หยุดกรุ๊ป ในการปรับตัวรับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มของไทย

 

“รวยไม่หยุด” ปรับพอร์ตครั้งใหญ่ โฟกัสแบรนด์ขายง่าย สู้ศึกเศรษฐกิจ

 

ข่าวล่าสุด

ธอส.ขานรับมาตรการรัฐ จัดสินเชื่อบ้านประหยัดพลังงาน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.20%