
"ฮุน มาเนต“ ลั่นกัมพูชาจะใช้กลไกUNCLOS แก้พิพาททะเลไทย
ฮุน มาเนต ประกาศใช้กลไกประนีประนอมภายใต้ UNCLOS แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย–กัมพูชา หลังครม. อนุทินมีมติถอนตัว MOU 44
ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา แถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ตัดสินใจดำเนินการตามกลไก “การประนีประนอมโดยบังคับ” (Compulsory Conciliation) ภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลเพื่อแสวงหาทางออกโดยสันติสำหรับข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ฝ่ายไทยประกาศถอนตัวโดยฝ่ายเดียวจากบันทึกความเข้าใจระหว่างสองประเทศ หรือ MOU 44 หรือ MOU 2001 ซึ่งเคยเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการบริหารจัดการข้ออ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนกันมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 25 ปี
ผู้นำกัมพูชาระบุว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวสะท้อนถึงเจตนารมณ์แห่งความร่วมมือและความปรารถนาดีระหว่างทั้งสองประเทศมาโดยตลอด การตัดสินใจถอนตัวฝ่ายเดียวของไทยจึงเท่ากับการยุติกลไกทวิภาคีที่เป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขข้อพิพาทร่วมกัน
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว กัมพูชายืนยันจุดยืนในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และการระงับข้อพิพาทโดยสันติ จึงเห็นว่าการใช้กลไกตาม UNCLOS โดยเฉพาะการประนีประนอมโดยบังคับ เป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน
ทั้งนี้ กลไกการประนีประนอมโดยบังคับเป็นกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดไว้ใน UNCLOS เพื่อช่วยให้รัฐภาคีสามารถแก้ไขข้อพิพาทได้ แม้จะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจาทวิภาคี โดยฝ่ายหนึ่งสามารถยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของกระบวนการดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบ “ข้อเสนอแนะ” ที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่มีเป้าหมายเพื่อสร้างแนวทางที่เป็นธรรม (Equitable Result) และใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาต่อไป
ผู้นำกัมพูชาย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจอย่างจริงใจในการแสวงหาทางออกที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มั่นคง และสอดประสานกันในระยะยาว







