จากคนป่วย สู่เจ้าของแบรนด์ “กุลแก้วเฮิร์บ” ขยะส้มโอ GI ชัยนาท
พลิกวิกฤตชีวิต สู่ธุรกิจกลิ่นส้มโอ “กุลแก้วเฮิร์บ” เปลี่ยนขยะเกษตรชัยนาทเป็นน้ำมันหอมระเหย สร้างยอดขายด้วยพลังความจริงใจ
"กุลแก้วเฮิร์บ" จากจังหวัดชัยนาท ที่ใช้ความรู้แพทย์แผนไทยเปลี่ยน "ขยะทางการเกษตร" อย่างเปลือกส้มโอขาวแตงกวา ให้กลายเป็นน้ำมันหอมระเหยบำบัดจิตใจ สร้างนิยามใหม่ให้สินค้าความงามและสุขภาพที่เน้นความยั่งยืน
สิ่งที่น่าสนใจมากกว่ายอดขาย คือการใช้ TikTok Shop เป็นเวทีสื่อสาร Owner Branding เพื่อโชว์ความโปร่งใสของกระบวนการผลิต อย่างการกลั่นน้ำมันหอมระเหยแบบหยดต่อหยด ซึ่งคอนเทนต์ที่ "จริงใจ" และ "ให้ความรู้" ยังเป็นกุญแจสร้าง "ความเชื่อมั่น" จนเกิดเป็นยอดขายที่ยั่งยืน
"ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เราป่วย อาหารเป็นพิษ จนทำให้เกิดตับวายเฉียบพลัน ต้องหยุดทำงานขายเครื่องสำอาง เพราะโดนสารเคมีอะไรไม่ได้เลย และมีอาการข้างขวาเป็นอัมพฤกครึ่งซีก" อนากุล ชนะ เจ้าของแบรนด์และช่อง "กุลแก้วเฮิร์บ" เล่าถึงช่วงนาทีวิกฤตที่ชีวิตต้องเปลี่ยนอย่างไม่คาดฝัน
แต่การเจ็บป่วยครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการลุกขึ้นสู้อีกครั้ง จนค้นพบพลังแห่งธรรมชาติ จากการที่เธอต้องหันมาใช้สมุนไพรรักษาตัว กินแต่ปลาลวก ไม่ทานหวานมัน และต้องทำกายภาพทุกวันเป็นเวลาหลายเดือน แต่ละวันต้องดมแต่กลิ่นสมุนไพรแบบดั้งเดิมที่แรงเตะจมูก จึงเกิดเป็นไอเดียต่อยอดให้ผลิต "น้ำมันหอมระเหย" ที่อ่อนโยนต่อมา
"จากกลิ่นฉุนของสมุนไพรที่เราต้องเจอทุก ๆ วัน เลยเกิดไอเดีย ว่าอยากมีสินค้าที่มีกลิ่นหอม ไม่แรงจนเกินไป แต่ยังคงมีสรรพคุณของสมุนไพรไว้"
อนากุล ชนะ
ความคิดนี้นำพาเธอไปสู่การเรียนรู้น้ำมันหอมระเหยและแพทย์แผนไทยอย่างจริงจัง และค้นพบว่าการบำบัดด้วยกลิ่นสามารถเยียวยาได้ทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างอ่อนโยน
จากเปลือกส้มโอสู่ขุมทรัพย์ที่สร้างชื่อแห่งเมืองชัยนาท
ระหว่างการศึกษา เธอพบว่า กลิ่นซิตรัสที่นิยมใช้ในการบำบัดนั้นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เธอจึงเริ่มมองหาทางเลือกที่มาจากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของตัวเอง แล้วก็ได้พบกับ "ส้มโอขาวแตงกวา" สินค้า GI (Geographical Indication) ที่มีแหล่งกำเนิดเฉพาะเจาะจง ของอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานและกลิ่นหอมชื่นใจ
"ช่วงเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่ส้มโอหวานที่สุด หอมที่สุด แต่ที่คนไม่รู้คือ เปลือกส้มโอที่ถูกทิ้งนั้นกลับมีคุณค่ามหาศาล"
เธอเริ่มต้นด้วยการเอาเปลือกส้มโอมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย และค้นพบว่ากลิ่นส้มโอมีคุณสมบัติในการลดอาการซึมเศร้า ช่วยให้จิตใจสดชื่น และช่วยให้ผ่อนคลาย แต่กระบวนการสกัดน้ำมันจากเปลือกส้มโอนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
"เราต้องใช้เปลือกส้มโอที่มีเยื่อขาวมาแล่สีขาวออก เอาแค่เปลือกนอกมาสกัด ใช้เปลือกส้มโอถึง 100 กิโลกรัม เพื่อสกัดน้ำมันหอมระเหยเพียงแค่ 50 มิลลิลิตรเท่านั้น" ความท้าทายนี้ทำให้น้ำมันหอมระเหยจากส้มโอของพี่ผึ้งมีคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ
"กุลแก้ว" ชื่อที่เกิดจากความรักและความผูกพัน
ชื่อแบรนด์ "กุลแก้วเฮิร์บ" เกิดจากการรวมชื่อของเธอและคุณแม่เข้าด้วยกัน สะท้อนถึงความผูกพันและความรักระหว่างแม่กับลูกสาว การสร้างแบรนด์นี้พี่ผึ้งบอกว่าไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่คือการส่งต่อความรักและความห่วงใยในรูปแบบของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัย และมีคุณค่า โดยเริ่มแรกทำเป็นบาล์มสมุนไพรและยาดมส้มโอมือมาแจกเพื่อนของคุณแม่ เป็นสินค้าทดลองตลาด โดยขออนุญาตจากสำนักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดชัยนาท
"เราทำเพื่อแจกก่อน เพราะอยากให้คนได้ใช้สมุนไพรที่ดีและปลอดภัย แต่พอคนถามเยอะขึ้น เพื่อนก็บอกว่าควรนำมาขาย จากนั้นก็เลยเริ่มขายจริงจัง" นั่นคือจุดเริ่มต้นที่กุลแก้วเฮิร์บก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างเป็นทางการ ในปี 2563
เธอเล่าว่า สิ่งที่พิเศษกว่าคือ การตัดสินใจไม่เปิดหน้าร้าน เน้นที่การออกบูธ เพราะมองว่าเป็นช่องทางที่ผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ตรงมากที่สุด "เพราะเราเชื่อว่าถ้าสินค้าดีและมีเรื่องราว คนจะซื้อใช้แน่นอน โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน"
กลยุทธ์นี้เริ่มจากปากต่อปาก จากนั้นขยายไปขายบนโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ ก่อนที่จะเข้าร่วมกับ OTOP และได้รับการยอมรับเป็น OTOP 5 ดาว กลายเป็นสินค้าประจำของจังหวัดชัยนาท
หัวใจนักจิตอาสา คือ ปรัชญาธุรกิจที่แตกต่าง
"เราทำงานเป็นจิตอาสามาตลอด เลยสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมาด้วยหัวใจเดียวกัน" เธอเล่าถึงรากฐานของกุลแก้วเฮิร์บที่ไม่ได้มุ่งแค่กำไร แต่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและคนรอบข้าง เธอจึงเขียนโครงการไปยื่นทางจังหวัดเพื่อขอเงินทุนมาสนับสนุนการเรียนการสอนและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าให้แบรนด์ของเธอเป็นต้นแบบให้เจ้าของสวนส้มโออื่น ๆ สามารถนำเปลือกส้มโอมาพัฒนาเป็นน้ำมันหอมระเหยได้เช่นกัน และเปลี่ยนสิ่งที่คนไม่ต้องการให้กลายเป็นสินค้ามีมูลค่า
"เราไม่เคยหวงความรู้ ถ้าเราโต เราก็อยากให้ชุมชนโตไปด้วยกัน เป็นคอมมูนิตี้ที่คอยช่วยเหลือ คอยซัพพอร์ตกัน"
สำหรับวัตถุดิบส่วนใหญ่ของแบรนด์มาจากสวนของชาวบ้านในชุมชน โดยเธอจะรับซื้อเปลือกส้มโอจากเกษตรกรตรง เปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นขยะให้เป็นรายได้เสริมให้ผู้อื่น และตั้งโรงงานเล็ก ๆ ขึ้นมา เมื่อมีออเดอร์เข้ามามาก เธอจะใช้ outsource และเพิ่มแรงงาน part-time จากคนในชุมชน เป็นการเสริมสร้างคอมมูนิตี้ให้มีรายได้ ทุกผลิตภัณฑ์ของกุลแก้วเฮิร์บเป็นสินค้า handmade ทั้งหมด
"เราเลือกทำสินค้า handmade เพื่อจะได้จ้างงานคนในชุมชน ไม่ใช้เครื่องจักรผลิต เพราะเราอยากให้คนมีงานทำ มีรายได้จากสิ่งนี้ เราอยากสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนฐาน สร้าง cycle ที่ไม่รู้จบ เริ่มด้วยเกษตรกรขายเปลือกส้มโอ คนในชุมชนมีงานทำ และผลบวกกับสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการลดขยะทางการเกษตรด้วย"
กลยุทธ์การผลิตที่ Smart & Focus
"กุลแก้วเฮิร์บ" มีกลยุทธ์การผลิตที่ชัดเจน แทนที่จะพยายามผลิตทุกอย่างพร้อมกัน เธอจะตั้งเป้าผลิตสินค้าแต่ละประเภท หรือ SKU ตามลำดับ "เราอาจจะผลิตบาล์มก่อนสักห้าพันขวด แล้วค่อยหันไปผลิตสินค้าอื่นตามลำดับ วิธีนี้ช่วยให้เราควบคุมคุณภาพได้ดี และไม่มีสินค้าค้างสต็อก"
ปัจจุบัน กุลแก้วเฮิร์บ มีโรงงานเป็นของตัวเอง อยู่ระหว่างขออนุมัติมาตรฐาน โดยเธอตั้งเป้าว่าภายในหนึ่งปีจากนี้ หากพัฒนาตัวเองด้านคอนเทนต์ พร้อมกลยุทธ์การตลาดที่ดีและครอบคลุม ก็จะสามารถพาธุรกิจขยายตัวได้อย่างมั่นคง โดยปัจจุบันยอดขายออนไลน์อยู่ที่ 20% และออฟไลน์อยู่ที่ 80% โดยรายได้ที่มาจากออนไลน์อยู่ที่ห้าหลักต่อเดือน โดยตั้งเป้าว่าจะขยายการขายช่องทางออนไลน์ให้เยอะขึ้นเป็น 100% ในปีนี้
เล่าเรื่องให้คนดูได้ "กลิ่น" ต้องเล่าอย่างไร?
ความท้าทายของสินค้าที่มีกลิ่นแต่ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจและรับรู้ถึงสรรพคุณผ่านสายตา ทำให้การสร้างคอนเทนต์ที่น่าเชื่อถือและดึงดูด เป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมาโดยตลอด
"เราไม่ได้ขายแค่ความหอม แต่เราขายประโยชน์และคุณค่าของสมุนไพร และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถถ่ายทอดผ่านวิดีโอคอนเทนต์สั้นๆ ที่ดึงดูดใจบน TikTok ได้อย่างดี"
ความโปร่งใสและจริงใจ คือ หัวใจสำคัญ ที่เธอเริ่มจากการแสดงกระบวนการผลิตอย่างเปิดเผย ตั้งแต่วิธีการคัดเลือกเปลือกส้มโอ การแล่เยื่อขาว กระบวนการสกัด จนถึงมาตรฐานความสะอาดในโรงงาน เธอมองว่าวิดีโอสร้าง 'ความน่าเชื่อถือมากกว่ารูปภาพ' ลูกค้าได้เห็นกระบวนการจริง เห็นว่าน้ำมันหอมระเหยแต่ละหยดมาจากไหน มีกรรมวิธีผลิตได้อย่างไร และทำไมถึงมีคุณค่าต่อสุขภาพ
สิ่งที่ทำให้ กุลแก้วเฮิร์บ โดดเด่นคือ "กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์" "กลิ่นที่ได้จากส้มโอของเราเป็นกลิ่นเฉพาะมาก เป็นกลิ่นที่ได้ของแบรนด์กุลแก้วเท่านั้น เราเป็นเจ้าแรกในประเทศที่เอาเปลือกส้มโอมาสกัดเป็นยาดม"
กลิ่นส้มโอนี้ไม่ได้แค่หอม แต่มีสรรพคุณในการลดอาการซึมเศร้า ช่วยให้จิตใจสดชื่น ผ่อนคลาย และที่สำคัญคือไม่แรงจนเกินไป จึงเหมาะกับคนที่ต้องระวังเรื่องสุขภาพเหมือนตัวเธอเอง
"ในอนาคตคือการพา กุลแก้วเฮิร์บ ไปยืนบนเวทีโลก เพื่อบอกว่าสมุนไพรไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น หากได้รับการเจียระไนด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถสร้างมูลค่าและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนได้"
"นอกจากเล่าเรื่องสินค้าแล้ว เรายังอยากให้คนเห็นเรื่องราวอาชีพของพี่ด้วยว่า ในฐานะแพทย์แผนไทย ที่ใช้ TikTok เป็นเวทีให้ความรู้เรื่องสุขภาพ สอนวิธีดูแลตัวเอง แนะนำการใช้สมุนไพรไทยอย่างถูกต้อง ไม่ได้เน้นแค่การขาย" โดยยึดหลัก "ให้ก่อนรับ" สะท้อนปรัชญา "หัวใจนักจิตอาสา" ที่เธอยึดมั่นมาตลอด


