"พินทองทา" นำมูลนิธิไทยคมเปิด "The Present Haus" พื้นที่แห่งการตื่นรู้
มูลนิธิไทยคมเปิด The Present Haus พื้นที่เรียนรู้เพื่อใจ สานต่อภารกิจสร้าง "พลเมืองโลก" ผ่านพื้นที่ Mindful Living บนถ.ราชวิถี
นางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิไทยคม เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี มูลนิธิไทยคมยึดมั่นในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) ภายใต้แนวคิด “ตื่นรู้ คิดได้ ทำเป็น พร้อมเป็นพลเมืองโลก” ที่สามารถ “อยู่รอด” ด้วยสุขภาวะที่สมดุล “อยู่ร่วม” กับคนรอบตัวอย่างเข้าใจ และ“อยู่อย่างมีความหมาย” สร้างประโยชน์ สร้างความสุขให้กับตนเองและสังคมผ่านโครงการต่างๆ ที่พัฒนาเยาวชนและคนรุ่นใหม่ให้ตระหนักรู้ เข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้ง คิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมีคุณค่า
ประกอบด้วย 3 มิติแห่งสุขภาวะที่สมดุล ได้แก่
- Heart (สุขภาวะใจ) สนับสนุนการเรียนรู้โลกภายในจิตใจ สร้างพื้นที่เติมพลังใจให้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมายท่ามกลางโลกภายนอก
- Health (สุขภาวะกาย) สนับสนุนด้านสุขภาพของคนไทยผ่านการระดมทุน การบริจาค และการจัดกิจกรรม ขยายโอกาสในการเข้าถึงการรักษาและการได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นในยามวิกฤต
- Head (สุขภาวะปัญญา) บ่มเพาะเยาวชนให้เข้าใจตนเองและโลก สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมผ่านเครือข่ายการเรียนรู้ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง สู่การเติบโตเป็น Young Purposeful Innovators ผู้นำทางความคิดรุ่นใหม่ที่คิดเป็น ออกแบบเป็น มีจิตสำนึกต่อสังคม และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องและวัดผลได้จริง
ล่าสุด มูลนิธิได้เดินหน้าขับเคลื่อนแก่นด้าน Heart ด้วยการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้เพื่อการใช้ชีวิตอย่างตื่นรู้อยู่กับปัจจุบันแห่งใหม่ ติดถนนใหญ่บนถนนราชวิถี ภายใต้ชื่อ “The Present Haus” รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรม ตลอดจนวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลและพัฒนาจิตใจ เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ได้ร่วมเรียนรู้ แบ่งปันและเบ่งบานจากภายใน เพื่อเติบโตและใช้ชีวิตอย่างมีความหมายด้วยจิตใจที่เข้มแข็งในฐานะพื้นที่ดีต่อใจเยาวชน และดีต่อใจคนรุ่นใหม่
“วันนี้โลกภายนอกอาจเต็มไปด้วยความรู้และโอกาสที่เข้าถึงได้ง่าย แต่การกลับมาเชื่อมต่อกับโลกข้างในของตัวเองกลับเป็นเรื่องยากมากขึ้นทุกวัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างเผชิญกับสิ่งเร้า สิ่งรบกวนที่ทำให้เราไม่มีพื้นที่หยุดฟังเสียงของตัวเอง เราเชื่อว่าการเรียนรู้จากภายในเป็นสิ่งที่สำคัญ การตั้งคำถามกับตัวเองว่าเรารู้สึกอะไร ต้องการอะไร และมีเป้าหมายชีวิตเพื่ออะไร ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ที่เอื้อให้ทุกคนได้เรียนรู้จากภายในอย่างแท้จริง The Present Haus จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้กลับมาเชื่อมต่อตัวเองอีกครั้ง” นางสาวพินทองทา กล่าว
สำหรับพื้นที่ภายใน The Present Haus ประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่
- Workshop Area เป็นพื้นที่จัดกิจกรรม รองรับการจัดกิจกรรมได้สูงสุดถึง 3 กิจกรรม โดยมีทั้ง Workshop ด้านจิตใจที่ทางมูลนิธิฯ เป็นเจ้าภาพจัดงานในแต่ละเดือน พร้อมทั้งเป็นพื้นที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้จัดกิจกรรมได้
- Exhibition Zone โซนจัดนิทรรศการ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ นิทรรศการระยะยาวด้านจิตใจ เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี โดยมีค่าเข้าชม 150 บาท และนิทรรศการหมุนเวียน ที่จัดครั้งละ 3-6 เดือน
- The Present Haus Café พื้นที่ที่เป็นมากกว่าร้านกาแฟ เพราะเป็นพื้นที่เตือนใจให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านกลิ่นหอมและรสของกาแฟ สัมผัสของแก้วในมือ บทสนทนาอุ่นๆ และสายตาที่ทอดมองเรื่องราวต่างๆ รอบตัว โดยใช้กาแฟ ชา นมสดและเบเกอรี่ ที่คัดสรรจากวัตถุดิบคุณภาพและโลคอลแบรนด์
- Co-Working Space โซนพื้นที่เช่าสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามาทำงาน
- ปัจจุบัน Playground สนามเด็กเล่นที่รวบรวมหลากหลายเรื่องราวเพื่อให้อยู่กับปัจจุบัน
สำหรับไฮไลต์ของ Workshop ที่มูลนิธิจะดำเนินการในช่วงแรก อาทิ Present Moment กิจกรรมตื่นรู้อย่างสร้างสรรค์ที่ออกแบบมาให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ได้กลับมาเชื่อมโยงกับตนเอง เพื่อพักฟื้นฟู และรับมือกับภาวะความเหนื่อยล้าทางใจ และ Mindful Family พื้นที่สำหรับพ่อแม่และลูกได้สื่อสารด้วยใจ และสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในครอบครัว โดย The Present Haus จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 20 มี.ค.นี้ ผู้สนใจเข้าร่วม Workshop จองพื้นที่จัดกิจกรรม หรือเข้าใช้พื้นที่ส่วนอื่นๆ สามารถดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://thaicomfoundation.org โดยรายได้ 100% หลังหักค่าใช้จ่าย ทั้งจากร้านกาแฟ การจองพื้นที่ การเข้าร่วมกิจกรรม และการจำหน่ายสินค้าของมูลนิธิ จะกลับเข้าสู่มูลนิธิไทยคมเพื่อกลับคืนสู่สังคมต่อไป
“เราเชื่อว่าถ้าเราไม่สามารถเข้าใจตัวเองจากภายใน เราจะรับมือกับโลกที่ซับซ้อนนี้ได้ยาก โดยคุณสมบัติที่จำเป็นของการเป็นพลเมืองโลก คือความสามารถที่จะ ‘อยู่รอด’ คือ มีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง รู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง ไม่ปล่อยให้ความทุกข์ท่วมท้น ‘อยู่ร่วม’ คือ อยู่กับผู้อื่นอย่างมีความเข้าอกเข้าใจ เคารพความแตกต่าง และ ‘อยู่อย่างมีความหมาย’ คือ การค้นพบเป้าหมายของตัวเองและใช้ชีวิตเพื่อสร้างคุณค่าให้ผู้คนและสังคม พร้อมเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ” นางสาวพินทองทา กล่าว


