“ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026” ชวนเข้าใจเกมใหม่ ธุรกิจร้านอาหาร รับมือปีเดือด69
WP ENERGY จัดเวที “ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026” เสริมแกร่งผู้ประกอบการร้านอาหาร อัปเดตเทรนด์ ขยายฐานลูกค้า บริหารต้นทุน สู่ Sustainable Food Community อย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- งานสัมมนา “ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026” จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรับมือกับความท้าทายในปี 2569 ทั้งด้านเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
- เนื้อหาหลักมุ่งเน้นการติดอาวุธให้ผู้ประกอบการใน 3 มิติสำคัญ คือ การเข้าใจเทรนด์อาหารและเทคโนโลยี, กลยุทธ์การขยายฐานลูกค้า และการบริหารจัดการต้นทุนและบุคลากรอย่างยืดหยุ่น
- ชูแนวคิดการสร้าง “Sustainable Food Community” ผลักดันให้ธุรกิจร้านอาหารเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการบริหารจัดการพลังงาน ของเสีย และการเตรียมพร้อมสู่มาตรฐาน ESG
บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP Energy ผู้นำธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ภายใต้แบรนด์ เวิลด์แก๊ส เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดสัมมนาใหญ่ประจำปี “ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026” ภายใต้แนวคิดการ “ติดอาวุธ เติมพลังไฟ เพื่อสร้างร้านที่ใช่...สำหรับคุณและลูกค้า” มุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมผลักดันสู่การสร้าง Sustainable Food Community ที่เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงในระยะยาว
คุณนพวงศ์ โอมาธิกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WP Energy เปิดเผยว่า ในปี 2026 ธุรกิจร้านอาหารต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่ผันผวนและผู้บริโภคที่มีความคาดหวังซับซ้อนมากขึ้น WP Energy จึงปรับบทบาทจากผู้ให้บริการพลังงานสู่การเป็น “เพื่อนคู่คิด” และ “Infrastructure Partner” ที่ช่วยผู้ประกอบการวางโครงสร้างต้นทุนพลังงาน บริหารจัดการ Food Waste ดูแล Carbon Footprint และเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐาน ESG ในอนาคต สอดคล้องกับพันธกิจ “WE PROMISE” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิตคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการอาหารซึ่งเป็นลูกค้าหลักขององค์กร
เวที “ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026” ถูกออกแบบให้ครอบคลุมองค์ความรู้ 3 มิติสำคัญ
1) Trend Awareness (เข้าใจเทรนด์อาหารและเทคโนโลยีการจัดการ) : การก้าวให้ทันกระแสโลกและเปิดรับนวัตกรรมไม่ใช่เพียงการวิ่งตามกระแส โดยเน้นทำความเข้าใจทั้งเทรนด์อาหารและเทคโนโลยีการจัดการร้านที่จะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต ตั้งแต่ความต้องการของผู้บริโภคที่ให้คุณค่ากับอาหารมากกว่าความอร่อยเพียงอย่างเดียว ไปจนถึงการนำเครื่องมือและระบบหลังบ้านมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและลดขั้นตอนที่ซับซ้อน เพื่อให้มีเวลาและพลังไปโฟกัสการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ซึ่งท้ายที่สุดคือการมองเห็นโอกาสก่อนคนอื่น เป็นการสร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืนให้ธุรกิจ
2) Customer Expansion (กลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย) : การขยายฐานลูกค้าในยุคนี้คือการเชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกช่วงเวลาและทุกไลฟ์สไตล์ ผ่านแนวคิดการทำการตลาดหลายช่องทาง ตั้งแต่การสร้างตัวตนบนโซเชียลเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงการใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อออกแบบการสื่อสาร และบริการแบบเฉพาะบุคคลที่ตรงใจ จนสามารถเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำ จึงไม่ใช่แค่การปั๊มยอดขายระยะสั้น แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ในใจผู้บริโภค และผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในตลาดที่แข่งขันสูง
3) Adaptive Management (การบริหารจัดการต้นทุนและบุคลากร) : การบริหารร้านให้ยืดหยุ่นและทันต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการจัดการต้นทุนอย่างชาญฉลาดโดยไม่ลดทอนคุณภาพ เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ พลังงาน และกระบวนการหลังบ้าน ควบคู่ไปกับการบริหารบุคลากรด้วยความเข้าใจ เพราะทีมงานที่แข็งแรงและพร้อมปรับตัว คือฟันเฟืองหลักในวันที่สถานการณ์เปลี่ยนเร็ว ช่วยให้ธุรกิจไม่เพียงอยู่รอดแต่เติบโตได้ในทุกสถานการณ์
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือหัวข้อ “SUSTAINABLE FOOD COMMUNITY” ที่คุณนพวงศ์ขึ้นกล่าวบนเวที โดยชี้ให้เห็นว่า การแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่รสชาติเพียงอย่างเดียว แต่คือความสามารถในการเติบโตอย่างยั่งยืน
WP Energy จึงพัฒนา “WP Energy Food Community” เป็น Strategic Platform สำหรับผู้ประกอบการในการแลกเปลี่ยนความรู้ แชร์ Best Practices และเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ Energy Reliability สร้างเสถียรภาพด้านพลังงาน Cost & Efficiency Optimization บริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด และ Sustainability Enablement สนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนและยกระดับสู่มาตรฐาน ESG
โดยมีเป้าหมายให้ร้านอาหารไทยเติบโตใน 5 มิติ คือ Resilient, Efficient, Sustainable, Connected และ Owner Can Breathe หรือเจ้าของร้านสามารถบริหารงานได้อย่างมั่นใจเพราะมีระบบและพันธมิตรที่แข็งแรงคอยสนับสนุน
นอกจากมุมมองด้านพลังงานและความยั่งยืนแล้ว เวทีนี้ยังรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการตัวจริงจากหลากหลายวงการมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และกลยุทธ์ธุรกิจอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นหัวข้อ “สร้างแบรนด์ที่ใช่…ให้คนจำว่าร้านอร่อยเป็นยังไง” โดย คุณรัส-ธัญย์ณภัคช์ ศิริประกาเจริญ CEO เจ้าของแบรนด์ชาไทยการัน
“เศรษฐกิจมันแย่ ก็ต้องแก้จนกว่าจะใช่” โดย คุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี (ต่อ เพนกวิน) ผู้ก่อตั้งธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง “ติดเตา เติมไฟ ปรับสูตรใหม่…ให้ใช่กว่าเดิม” โดย เซฟหมอตั้ม-นายแพทย์ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข จากรายการ MasterChef Thailand ซีซั่น 2 และหัวข้อ “ถ้าเครื่องมือมันใช่…ยังไงก็มีสิทธิ” โดย คุณแซม-พลสัน นกน่วม TikTok Creator Expert 2025 ที่มาแบ่งปันแนวคิดการใช้เครื่องมือดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
WP Energy เชื่อมั่นว่างานสัมมนาครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารไทย โดยเฉพาะกลุ่มขนาดกลางและขนาดเล็ก ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ขยายฐานลูกค้า และสร้างยอดขายได้จริงจากองค์ความรู้ที่ได้รับ พร้อมวางรากฐานสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว เพราะ “พลังงานที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ในถังแก๊ส แต่อยู่ในความร่วมมือของคนในอุตสาหกรรมเดียวกัน” และเมื่อร้านอาหารเติบโตได้อย่างมั่นคง ระบบนิเวศธุรกิจอาหารไทยก็จะเข้มแข็งและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนในอีกทศวรรษข้างหน้า


