
ธ.ก.ส.-กรมหม่อนไหม-สวทช. ปั้นเกษตรไฮเทคเพิ่มมูลค่า ดันผ้าไหมไทยสู่เวทีโลก
ธ.ก.ส. ผนึกกรมหม่อนไหม-สวทช. เปิดเวที ECO Innovation ปั้นเกษตรกรรุ่นใหม่ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ตลาดโลก
KEY
POINTS
- ธ.ก.ส. ร่วมมือกับกรมหม่อนไหม และ สวทช. ลงนามความร่วมมือ 5 ปี ในโครงการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงด้วยนวัตกรรม เพื่อยกระดับผ้าไหมไทยสู่มาตรฐานสากล
- โครงการมุ่งพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การออกแบบ ไปจนถึงการตลาดออนไลน์ โดยมีพื้นที่นำร่องในภาคอีสานและจังหวัดน่าน
- มีการจัดประกวด “ECO – Innovation” เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และปั้นเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นนักธุรกิจเกษตรที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
เมื่อ “เกษตร - เทคโนโลยี - ความคิดสร้างสรรค์” มารวมกัน ภาคการเกษตรไทยกำลังเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่
หลังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จับมือ กรมหม่อนไหม และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามความร่วมมือ เดินหน้าโครงการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงด้วยนวัตกรรม ECO-Innovation เพื่อยกระดับผ้าไหมและสิ่งทอไทยสู่มาตรฐานสากล
ความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 5 ปี (2569-2574) เป็นส่วนหนึ่งของแผน “Agri-Transformation” ที่มุ่งเปลี่ยนเกษตรแบบเดิม สู่ “เกษตรแม่นยำ-เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม-สร้างรายได้สูง” ด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้สมัยใหม่
ทั้ง 3 หน่วยงานร่วมกันพัฒนาเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การแปรรูป การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการทำตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มของ ธ.ก.ส.
พื้นที่นำร่องอยู่ในภาคอีสาน บริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ ครอบคลุม 5 จังหวัด และจังหวัดน่าน ก่อนขยายผลทั่วประเทศ เพื่อสร้างต้นแบบ “ผ้าไหมยุคใหม่” ที่ตอบโจทย์ตลาดโลก
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการจัดประกวด “ECO – Innovation” ภายใต้แนวคิด “i Fill Goods” เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนโชว์ไอเดีย
ปีที่ผ่านมา มีทีมเข้าร่วมกว่า 83 ทีม คัดเหลือ 12 ทีมสุดท้าย ชิง 27 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 720,000 บาท ครอบคลุมด้านเกษตรอัจฉริยะ IoT การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ภายในงานยังมีเวิร์กช็อปด้านการสร้างแบรนด์และ Storytelling จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้สินค้าชุมชน “มีตัวตน” ในโลกออนไลน์
ปั้นเกษตรกรรุ่นใหม่ สู่ธุรกิจยั่งยืน
นอกจากการสร้างรายได้ โครงการยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การใช้วัสดุเหลือทิ้งให้เกิดมูลค่า และการพัฒนาแบบมีส่วนร่วมของชุมชน
ธ.ก.ส. ยังเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้ทดลอง เรียนรู้ และสร้างนวัตกรรม ผ่านกิจกรรมประกวดและเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้าง “นักธุรกิจเกษตรยุคใหม่” ที่แข่งขันได้ในเวทีโลก
ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาผ้าไหมไทย แต่คือการวางรากฐานให้เกษตรกรไทยก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียว และเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต







