สิงหาฟู้ดทุ่ม 200 ล. รีแบรนด์ ในรอบ 15 ปี April Bakery ดันยอดโต 200%
กนกกัญจน์ มธุรพร แม่ทัพสิงหาฟู้ดฯ อัดงบ 200 ล้าน รีแบรนด์ April Bakery ครั้งแรกใน 15 ปี ผุดโรงงานที่ 7 รับดีมานด์พุ่ง ปั้นรายได้ทะลุ 2 พันล้าน จ่อเข้าตลาดฯ mai ปี 70
KEY
POINTS
- สิงหาฟู้ดฯ ทุ่มงบลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อรีแบรนด์ "April Bakery" ครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี
- ตั้งเป้าสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด 200% พร้อมปรับภาพลักษณ์ใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ขนมอบสดใหม่จากเตา"
- แผนการลงทุนครอบคลุมการขยายโรงงานแห่งที่ 7 เพื่อรองรับการผลิต และเตรียมนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2570
สิงหาฟู้ดฯ เปิดเกมรุก! ทุ่ม 200 ล้าน รีแบรนด์ April Bakery ครั้งใหญ่ รับเทรนด์เบเกอรี่โตสวนกระแส
นางกนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือเจ้าของแบรนด์ดัง "เอพริล เบเกอรี่" (April Bakery)
เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจปี 2569 ที่เตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยการทุ่มงบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อรีแบรนด์ ปรับภาพลักษณ์ และขยายฐานการผลิต รองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ตั้งเป้าไว้ถึง 200% จากเดิมที่โตเฉลี่ยปีละ 10%
รีแบรนด์ครั้งแรกในรอบ 15 ปี: สู่ยุค "Fresh from Oven"
นับเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ที่ "เอพริล เบเกอรี่" ลุกขึ้นมาปรับโฉมครั้งใหญ่ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยชูจุดขาย "ขนมอบสดใหม่จากเตา" ไม่ใช่แค่ขนมฝากขาย และวางแผนเปิดตัวโมเดลต้นแบบที่ บรรทัดทอง
ซึ่งเดิมเป็นทำเลทางเลือกตั้งเป้ากระบวนการรีแบรนด์และปรับปรุงสาขาที่มีอยู่ 40 สาขาให้แล้วเสร็จภายในกลางปี 2569
นอกจากแบรนด์หลัก บริษัทเตรียมเปิดตัวแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอรวม 5 แบรนด์ และไฮไลท์สำคัญช่วงสิ้นปีคือการเปิด "คาเฟ่ช็อกโกแลต" ที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะนำผลผลิตโกโก้มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม
ขยายอาณาจักรการผลิต: ผุดโรงงานที่ 7 ย่านสุขสวัสดิ์
เพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะช่องทาง 7-Eleven ที่สร้างรายได้หลักถึง 80% ของบริษัท ปัจจุบันสิงหาฟู้ดฯ มีโรงงาน 6 แห่ง และกำลังเจรจาซื้อโรงงานแห่งที่ 7 ในพื้นที่สุขสวัสดิ์ รวมพื้นที่ปฏิบัติการกว่า 4 ไร่
- กำลังการผลิตปัจจุบัน: 4 แสนกล่อง/วัน หรือ 1.6 ล้านชิ้น (ขนมเปี๊ยะเป็นสินค้าหลัก)
- โรงงานใหม่: จะเพิ่มกำลังผลิตอีก 5 หมื่นกล่อง/วัน หรือ 2 แสนชิ้น
แผนปีนี้เตรียมส่งสินค้าใหม่ (NPD) อีก 15 รายการเข้าสู่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศกว่า 16,000 สาขา โดยตั้งเป้าการเติบโตปี 2569 ไว้ที่ 30% และกลุ่มรับจ้างผลิต (OEM) อีก 10%
เจาะอินไซต์สินค้า: "อร่อยจริง" สำคัญกว่า KOL
นางกนกกัญจน์ เผยเคล็ดลับความสำเร็จว่า ปัจจุบันการทำการตลาดผ่าน KOL อาจไม่ได้ผลเท่ากับ "กระแสรีวิวจากผู้บริโภคตัวจริง" (Real User) บนโซเชียลมีเดีย สินค้าแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักคือ เปี๊ยะลาวา, ช็อกโกแลตเคลือบ และเค้ก
- Success Case: ขนมเปี๊ยะยังคงเป็นพระเอก และสินค้าพรีเมียมอย่าง "มัจฉะ" แม้ต้นทุนสูงแต่ลูกค้าพร้อมจ่าย
- Lesson Learned: สินค้ากลุ่มมาชเมลโลว์ และคัตตอนแคนดี้ แม้จะเป็นที่ชื่นชอบส่วนตัวแต่กลับทำยอดขายได้ไม่ดี
มุ่งสู่ปี 2570: เป้า 2 พันล้าน และเส้นทาง IPO
ภาพรวมรายได้ปี 2569 คาดว่าจะปิดที่ 1,700 ล้านบาท และทะยานสู่ 2,000 ล้านบาทในปี 2570 โดยบริษัทมีแผนนำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2570 (ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 10 ล้านบาท)
วัตถุประสงค์หลักของการระดมทุน คือการนำเงินมาขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักร (Automation) เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนแรงงานที่สูงถึง 20 กว่าล้านบาทต่อเดือน จากพนักงานกว่า 1,200 คน ซึ่งหากได้เงินทุน 200 ล้านบาท จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนระยะยาวได้มหาศาล
ความท้าทายและปัจจัยเสี่ยง
แม้ภาพรวมตลาดเบเกอรี่จะเติบโตทุกปี และคนรุ่นใหม่เปิดใจรับขนมมากขึ้น แต่ความท้าทายคือ "คนเบื่อเร็ว" และเทรนด์สุขภาพที่ยังเป็นดาบสองคม (เคยปรับสูตรลดหวานแต่ยอดตก) นอกจากนี้ยอดขายเดือน ม.ค. 69 ที่ผ่านมาปรับตัวลง 10% เมื่อเทียบกับม.ค.ปี 68 สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ผันผวน บริษัทจึงฝากความหวังถึง ครม.ชุดใหม่ ในการดูแลราคาวัตถุดิบการเกษตรเพื่อช่วยผู้ประกอบการ
"นิยามของเราคือ การเป็น 1 ในโรงงานผลิตเบเกอรี่ที่ใหญ่และเป็นที่รู้จักในไทย เคล็ดลับเดียวที่ทำให้เราอยู่รอดและโตจาก 100% สู่ 200% ได้ คือการปรับตัวให้เร็วที่สุด" นางกนกกัญจน์ กล่าวทิ้งท้าย


