posttoday

แมสอีกแล้ว “โรเซ่” พก “หมึกกรุบ” ขนมขบเคี้ยวไทย ติดกระเป๋า

04 กุมภาพันธ์ 2569

รู้จัก “หมึกกรุบ” ขนมขบเคี้ยวแบรนด์ไทย SUNSU ที่ “โร่เซ่” ศิลปินระดับโลกยังพกติดกระเป๋า แก้ความหายอยากฮอตพอต

ขนมซองเล็ก ๆ อาจไม่ใช่สิ่งแรกที่หลายคนคาดว่าจะเห็นในกระเป๋าของศิลปินระดับโลก

 

แต่ล่าสุด โรเซ่ (Rosé) สมาชิกวง BLACKPINK ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อแฟชั่นเกาหลี ELLE KOREA จนทำให้ขนมไทยแบรนด์หนึ่งถูกพูดถึงไปทั่วโซเชียล

 

ช่วงหนึ่งของบทสัมภาษณ์เธอถูกถามถึง Must Have Item ที่ต้องพกติดตัวเป็นประจำ

 

ในบรรดา 8 ไอเท็มที่เธอหยิบขึ้นมาเล่า มีขนมซองเล็กสีส้มจากประเทศไทยรวมอยู่ด้วย นั่นก็คือบุกปรุงรสตรา “หมึกกรุบ” รสหม่าล่าของแบรนด์ SUNSU

 

โรเซ่ เล่าว่า หมึกกรุบหม่าล่าอร่อย บางครั้งอยากกินฮอตพอต เธอจะหยิบหมึกกรุบขึ้นมาทานแทน และบางครั้งทานถึง 6 ซองเวลาเดียว

 

แมสอีกแล้ว “โรเซ่” พก “หมึกกรุบ” ขนมขบเคี้ยวไทย ติดกระเป๋า

คำอธิบายสั้น ๆ ในคลิปสัมภาษณ์ ทำให้หมึกกรุบได้รับความสนใจบนโซเชียล โดยเฉพาะชาวไทย

 

 

ทั้งนี้ หมึกกรุบ คือขนมบุกปรุงรส ภายใต้แนวคิดสแน็กเคี้ยวหนึบ รสจัดแบบเอเชีย ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 รสชาติ ตั้งแต่หม่าล่าสูตรดั้งเดิม หม่าล่าสูตรเผ็ด ปูผัดผงกะหรี่ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ไปจนถึงน้ำจิ้มงา

 

แมสอีกแล้ว “โรเซ่” พก “หมึกกรุบ” ขนมขบเคี้ยวไทย ติดกระเป๋า

หมึกกรุบเป็นแบรนด์ของ ซารต์–ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ กานต์–อรรถกร รัตนารมย์ ครีเอเตอร์ออนไลน์ที่เคยร่วมสร้างแบรนด์เครื่องดื่ม Bearhouse มาก่อน

 

เส้นทางธุรกิจของทั้งคู่เริ่มต้นจากโลกคอนเทนต์ หลังทำรีวิวอาหารมาเกือบ 6 ปี ก่อนจะมองเห็นโอกาสจากตลาดชานมไข่มุกในไต้หวัน และนำใบชาไทยมาพัฒนาสูตรเฉพาะ จนเกิดเป็น Bearhouse ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

 

ความสำเร็จนั้นทำให้ทั้งคู่ต้องการขยายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเกิดเป็น “ซันสุ ชานมกระป๋อง” ซึ่งแม้จะทำยอดขายได้ถึง 100 ล้านบาท แต่กลับกลายเป็นบทเรียนธุรกิจครั้งใหญ่ จากการบริหารจัดการหลังบ้านและการวางแผนสต็อกที่ยังไม่แข็งแรง

 

ความผิดพลาดครั้งนั้นสร้างความเสียหายทางการเงินกว่า 17 ล้านบาท และเกือบทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจถอยกลับไปทำ YouTube เต็มตัว

 

แต่สุดท้ายพวกเขาเลือกเดินหน้าต่อในโลกธุรกิจ พร้อมบทเรียนสำคัญว่า FMCG ไม่ใช่เกมของคอนเทนต์ แต่เป็นเกมของการเงินและการวางแผน

 

หมึกกรุบ เปิดตัว 1 ปี ก็แมสแล้ว 

จุดเริ่มต้นของ “หมึกกรุบ” เกิดจากสัญชาตญาณของผู้ก่อตั้ง หลังได้ลองขนมเคี้ยวหนึบที่ได้รับความนิยมในจีน แต่รู้สึกว่ายังไม่ใช่รสชาติที่อยากกิน

 

ทั้งคู่ใช้เวลากว่าหนึ่งปีในการปรับสูตรร่วมกับโรงงาน เพื่อให้ได้รสจัดจ้านที่เชื่อว่าจะถูกปากคนไทย โดยอาศัยประสบการณ์จากการตระเวนชิมขนมทั่วเอเชียในช่วงที่ยังเป็น YouTuber

 

แม้หมึกกรุบจะเพิ่งเปิดตัวในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 แต่สามารถสร้างการรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว 

 

ท่ามกลางกระแสขนมเคี้ยวหนึบ รสหม่าล่า ที่กำลังแข่งขันดุเดือด ทั้งจากแบรนด์จีน และแบรนด์ไทยมากหน้าหลายตา

 

จุดแข็งสำคัญของหมึกกรุบ คือรสชาติที่ถูกจริตผู้บริโภคไทย และราคาที่เข้าถึงง่าย ซองใหญ่ราคา 25 บาท ภายในแบ่งเป็นซองเล็ก 6 ซอง ทำให้เป็นของกินเล่นที่ หยิบง่าย ลองง่าย

 

ขณะเดียวกัน ภายใต้แบรนด์เดียวกันยังมีเยลลี่บุก SUNSU ที่เคยสร้างกระแสในตลาดมาก่อน

 

อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ “หมึกกรุบในกระเป๋าโรเซ่” อาจไม่ใช่เรื่องของยอดขายในชั่วข้ามคืน แต่สะท้อนให้เห็นว่า Soft Power ไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อาหารจานหลัก วัฒนธรรม หรือแฟชั่น

 

แม้แต่ขนมซองเล็ก ๆ ก็สามารถกลายเป็นตัวแทนประเทศได้ เมื่อจังหวะ เวลา และอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาบรรจบกันอย่างพอดี

 

 

ข่าวล่าสุด

ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยคืบหน้า จ่อก่อสร้างปี 2572 เปิดใช้ปลายปี 2576