เครือซีพีแท็กทีมพันธมิตร ดันทรัพย์สินทางปัญญาไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
แท็กทีมกู้เศรษฐกิจ! รัฐ-เอกชน เปิดตัว “CP IP Service Center” บริการด้าน IP หนุนคุ้มครอง–ต่อยอดนวัตกรรม เปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นเงิน จิ๊กซอว์สำคัญ ดึงดูดคนเก่ง-เพิ่มรายได้ประเทศ
ในอดีต “ทรัพย์สินทางปัญญา” (Intellectual Property : IP) มักถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องกฎหมาย เต็มไปด้วยขั้นตอนการจดทะเบียนที่ซับซ้อน หรือจบลงแค่การเก็บเอกสารไว้ในตู้ แต่ในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่กำลังขับเคลื่อนด้วย “ไอเดีย” และ“นวัตกรรม” มากกว่าเครื่องจักร
IP ได้เปลี่ยนสถานะจากต้นทุนทางกฎหมาย กลายเป็น "สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์" ที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งใครสามารถคุ้มครองและต่อยอดนวัตกรรมได้ก่อน ย่อมถือแต้มต่อบนเวทีการแข่งขันโลก
สำหรับประเทศไทย แม้จะมีนวัตกรรมจำนวนไม่น้อย ข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า ปัจจุบันมีสิทธิบัตรอยู่ในฐานข้อมูลกว่า 97,000 รายการ และเครื่องหมายการค้าที่มีผลคุ้มครองราว 600,000 รายการ แต่ความท้าทายสำคัญคือ IP เหล่านี้จำนวนมากยัง “หยุดอยู่บนหิ้ง” ไม่ได้ถูกนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ หรือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเต็มศักยภาพ
ด้วยเหตุนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) โดยศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีความเป็นเลิศ (CP COE) จึงเดินหน้าสร้างกลไกใหม่ เปิดตัว CP IP Service Center ภายใต้ความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท เอทีพีเซิร์ฟ จำกัด ในรูปแบบ One Stop Service ด้าน IP ครอบคลุมตั้งแต่การจดทะเบียน การให้คำปรึกษา การวางกลยุทธ์ ไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อเร่ง “แปลงองค์ความรู้และนวัตกรรม” ให้กลายเป็น “มูลค่าเศรษฐกิจ” และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว
ทำไมการเปิดตัว CP IP Service Center จึงมีความหมาย?
โดย ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ประเทศไทยตั้งเป้าก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2580 ตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยย้ำว่าประเทศไทยซึ่งปัจจุบันอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบน ไม่อาจยืนอยู่ในสถานะเดิมต่อไป มิฉะนั้นจะเผชิญกับภาวะ “กับดักรายได้ปานกลาง” ซึ่งทางออกสำคัญคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการใช้นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเป็นกลไกหลักในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าและพาประเทศกระโดดสู่ระดับประเทศพัฒนาแล้ว
ในบริบทโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะยุค AI ภาคธุรกิจไม่อาจก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำได้ หากไม่ปรับตัวสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งการที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ในฐานะภาคเอกชนขนาดใหญ่ เดินหน้าทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Tech-Driven Company) ผ่านการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีความเป็นเลิศ (CP COE) และการพัฒนา CP IP Service Center ให้เป็น One Stop Service ด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อยกระดับการคุ้มครอง ต่อยอดองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเชิงพาณิชย์
จึงเป็นบทบาทสำคัญของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย และเป็นพลังสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดบนเวทีโลก
ไอเดียดีๆ มัก “อยู่บนหิ้ง”
ขณะที่นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายหรือการจดทะเบียนอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศ
วันนี้ประเทศไทยมีระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทย (Value Chain) ครบทั้ง 4 มิติ ตั้งแต่การสร้างสรรค์ การคุ้มครอง การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ไปจนถึงการปกป้องการละเมิด
ในมิติของ “การสร้างสรรค์” ไทยถือว่าแข็งแรงมาก เพราะคนไทยมีความคิดสร้างสรรค์สูง สะท้อนผ่านตัวเลขสิทธิบัตรในฐานข้อมูลที่มีกว่า 97,000 รายการ และเครื่องหมายการค้าที่มีผลคุ้มครองอยู่ราว 600,000 รายการ
แต่ท่ามกลางความแข็งแรงนั้น กลับมี “ช่องว่างสำคัญ” นวัตกรรมจำนวนไม่น้อยยังคง “อยู่บนหิ้ง” ถูกจดทะเบียนแล้ว แต่ไม่ถูกนำไปใช้จริง ไม่ถูกต่อยอดเป็นธุรกิจ หรือสร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจอย่างที่ควรจะเป็น
กรมทรัพย์สินฯ พร้อมเป็นพี่เลี้ยงทางปัญญา
บทบาทของกรมฯ ไม่ได้หยุดแค่การคุ้มครอง แต่พร้อมทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยงทางปัญญา” ตั้งแต่การให้คำแนะนำด้านการประดิษฐ์คิดค้น การสืบค้นข้อมูลก่อนยื่นจด ไปจนถึงการชี้ทางใหม่อย่างการนำ สิทธิบัตรที่หมดอายุแล้ว มาต่อยอด สร้างนวัตกรรมใหม่โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
ในระดับประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญาวาง KPI ชัดเจน ตั้งแต่การลดปัญหาการยื่นขอจดทะเบียนที่ไม่ผ่าน ซึ่งปัจจุบันยังสูงถึงครึ่งหนึ่งของคำขอทั้งหมด รวมถึงการผลักดันอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านดัชนี Global Innovation Index (GII) และ IMD รวมถึงโจทย์ใหญ่ของประเทศ คือการเพิ่มการลงทุนด้าน R&D ต่อ GDP โดยเฉพาะจากภาคเอกชน
เพราะหากตัวเลข R&D และการจดสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นจริง อันดับการแข่งขันของไทยจะดีขึ้น และนั่นไม่ใช่เป้าหมายของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพียงหน่วยงานเดียว แต่คือเป้าหมายของประเทศ
IP แม่เหล็กดึงดูด Talent และมูลค่าเศรษฐกิจ
ด้าน ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นปัจจัยจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศในยุคที่เศรษฐกิจต้องเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมแบบเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ประเทศโดยเฉพาะเมื่อองค์ความคิด ความรู้ และผลงานสร้างสรรค์ได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
หากไทยต้องการก้าวข้ามอุตสาหกรรมแบบเดิม ไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การคุ้มครอง IP ที่เข้มแข็ง ไม่เพียงปกป้องผลงาน แต่ยังเป็นแม่เหล็กดึงดูด Talent จากทั่วโลก ให้เข้ามาลงทุน สร้างสรรค์ และเติบโตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดสังคมแห่งภูมิปัญญา(Sustainable Intelligence) ตามแนวคิดของนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์
ทั้งนี้สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในระบบเศรษฐกิจโลก โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 143% และมีมูลค่ารวมราว 7.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 14% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลกสะท้อนว่าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เพียงเรื่องกฎหมาย แต่เป็น “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” ที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์
นี่คือโอกาสของไทย เพราะคนไทยมีจุดแข็งด้านบริการ ศิลปะ อาหาร และดนตรี ซึ่งทั้งหมดสามารถแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ หากมีระบบ IP ที่แข็งแรงรองรับ
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “การจดทะเบียน” แต่คือ การทำ Commercialization ให้เกิดจริง ผ่านกระบวนการที่ชัดเจน การทำงานแบบพาร์ตเนอร์ที่ต่อยอดกันแบบ Win-Win และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่าน IP Financing ที่สามารถประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อตอบโจทย์นี้ เครือ CP จัดตั้ง IP Service Center แบบ One Stop Service ที่ True Digital Park ดูแลครบตั้งแต่สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ไปจนถึงเครื่องหมายการค้า และทำงานร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาอย่างไร้รอยต่อ
ปัจจุบัน เครือซีพีมีสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรสะสม 4,592 ฉบับ ดังนั้นการเปิดตัว CP IP Service Center สะท้อนบทบาทของ CP COE ในการยกระดับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของเครือซีพีอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำขององค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ในโลกธุรกิจจริง
สะท้อนทิศทางการทรานส์ฟอร์มของเครือซีพีสู่การเป็น Tech-Driven Company โดยมองว่า IP ไม่ใช่เพียงประเด็นเชิงกฎหมาย แต่เป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ที่ช่วยสร้างรายได้ สร้างความแตกต่างเชิงนวัตกรรม
ก้าวถัดไปคือแนวคิด IP Market หรือตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา พื้นที่ที่คนมีไอเดียและคนมีตลาดสามารถมาเชื่อมโยงกัน เลือก “ช้อป” นวัตกรรมไปต่อยอดธุรกิจได้จริง
IP ช่วยผู้ประกอบการปกป้องนวัตกรรมตนเอง
นายพลกฤต กิจวชรโสภณ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอทีพีเซิร์ฟ จำกัด ย้ำว่า การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทรัพย์สินที่เป็นรูปแบบทางการเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงทรัพย์สินที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ซึ่งผู้ประกอบการควรเลือกแนวทางการคุ้มครองให้เหมาะสมกับลักษณะของทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง และควรดำเนินการจดทะเบียนให้รวดเร็วเนื่องจากการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
โดยเอทีพีเซิร์ฟได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของ CP IP Service Center เพื่อช่วยคู่ค้าและลูกค้าในการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้องและเป็นระบบพร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงคุณค่าในการคุ้มครองและการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
เนื่องจากเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์กายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ อาทิ ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจยุคใหม่
ทรูขับเคลื่อน IP 4 แกนหลัก
นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ต้องสร้างสมดุลระหว่างสิทธิของผู้สร้างสรรค์และการเข้าถึงของผู้ใช้งาน เพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตอย่างยั่งยืน โดยทรูขับเคลื่อนการป้องกัน IP ผ่าน 4 แกนหลัก
- เทคโนโลยี ใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลในระดับโครงข่าย (Network Level) เพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติและแก้ไขปัญหาเชิงรุกได้อย่างรวดเร็ว
- ความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิ ทำงานร่วมกับภาครัฐ เอกชน และแพลตฟอร์มระดับโลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องสิทธิ
- การให้ความรู้ด้านกฎหมาย เสริมความเข้าใจในประเด็นใหม่ ๆ เช่น Streaming และคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างเอง (UGC) ซึ่งกฎหมายยังต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี
- การสร้างความตระหนักรู้ ปลูกฝังความเข้าใจว่าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องสำคัญของสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล
ซีพี ออล์ สร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมในองค์กร
นางสาวมาลี อุทัยกิตติศัพท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มุ่งปลูกฝังวัฒนธรรมการคิดสร้างสรรค์ให้พนักงาน “สังเกต เห็นโอกาส และต่อยอด” จนพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สามารถจดทะเบียนคุ้มครองได้ โดยมีหน่วยงานดูแล IP โดยเฉพาะ และนำเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
ซีพี ออลล์มองว่า IP ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็น ทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ ขององค์กร ทั้งในมิติการคุ้มครองนวัตกรรม การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ยกระดับการบริหารจัดการ IP อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การตั้งคณะทำงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา การนำดิจิทัลและ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตรและเทคโนโลยี ไปจนถึงการทำงานร่วมกับคู่ค้าและ SMEs ผ่านแนวคิด “ร่วมพัฒนา (Co-development)”
โดยใช้จุดแข็งของคู่ค้าในด้านการผลิต ผสานกับข้อมูลความต้องการผู้บริโภคของซีพี ออลล์ พร้อมกลยุทธ์ Test and Learnทดลองตลาดในวงจำกัดก่อนขยายสเกลและจด IP เพื่อลดความเสี่ยง
การสนับสนุนให้คู่ค้าจดทะเบียน IP ยังช่วยปกป้องการลงทุน ป้องกันการลอกเลียนแบบ และสร้างความเชื่อมั่นในการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว
CPF กับ มิติอุตสาหกรรมอาหารและความยั่งยืน
นายสหัส ไชยโย ผู้บริหารสูงสุด ด้านวิศวกรรมเพื่อความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพีเอฟใช้นวัตกรรมทั้งชีวเทคโนโลยีและวิศวกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยทางอาหารและการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ควบคู่การจดสิทธิบัตร คุ้มครอง IP เพื่อรักษาคุณค่าของนวัตกรรม เสริมการแข่งขัน และต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม
ภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หนุน SME ใช้ IP
ขณะที่ภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นายพอล สิริสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์ อีเลฟเว่นจำกัด ระบุว่า บริษัท คลาวด์ อีเลฟเว่น จำกัด มุ่งทำให้ความรู้ด้าน IP เข้าถึงนักสร้างสรรค์รายย่อยและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและใช้งานได้จริง รวมถึงบูรณาการความรู้ IP ในหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อให้ผู้สร้างสรรค์เห็นคุณค่าการปกป้องผลงานและนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน


