posttoday

Shichi สวนกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นหดตัว ลุยสาขาใหม่ เล็งเข้าตลาดทุนในอีก 3 ปี

01 กุมภาพันธ์ 2569

คุยกับผู้บริหารบริษัท ปั้นข้าวปั้นรัก จำกัด เส้นทาง 9 ปี Shichi ฝ่าสมรภูมิร้านอาหารญี่ปุ่นหดตัวในรอบ 17 ปี ลุย Premium Standalone ชูประสบการณ์ ไม่แข่งราคา

KEY

POINTS

  • คุยกับผู้บริหาร บริษัท ปั้นข้าว ปั้นรัก จำกัด เส้นทาง 9 ปี จากการตระเวนชิมร้านอาหารญี่ปุ่น ใช้จ่ายหลักล้าน สู่เจ้าของแบรนด์ Shichi 
  • สวนกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นหดตัวในไทย เดินหน้าขยายสาขาใหม่วางแผนขยายจาก 5 แห่งเป็น 7 แห่งภายในปีนี้
  • ตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ภายใน 3 ปีข้างหน้า

ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในหมวดที่ได้รับความนิยม แม้ผลสำรวจล่าสุดขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) จะระบุว่า ปี 2568 จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี เหลือ 5,781 ร้าน ลดลง 2.2% จากปีก่อนที่มี 5,916 ร้าน นับเป็นการหดตัวครั้งแรกตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2550

 

อย่างไรก็ตาม ภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่สัญญาณถดถอยของตลาด แต่เป็น “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” จากการแข่งขันด้านจำนวน สู่การแข่งขันด้านคุณภาพ

 

เมื่อผู้บริโภคไม่ได้เลือกเพียงรสชาติหรือราคาอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ เรื่องราว และมาตรฐานที่แตกต่าง ผู้เล่นที่ยืนระยะได้จึงต้องยกระดับคุณค่า เพื่อครองพื้นที่ Top of mind ในใจผู้บริโภค

 

Shichi เป็นหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่เปิดให้บริการมากว่า 9 ปี ด้วยสาขาเพียง 5 แห่ง อยู่สแตนอโลนนอกเมือง ยกเว้นสาขาล่าสุด ที่เพิ่งเปิดให้บริการตั้งอยู่ที่ Supalai Icon Sathorn ย่านสาทร กรุงเทพฯ เป็นสาขาแรกที่เริ่มขยายเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหารแบรนด์กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจจะชะลอ แต่ Shichi ไม่เคยได้รับผลกระทบเนื่องจากรู้ว่ากลุ่มลูกค้าเป็นใคร และเน้นคุณภาพในการให้บริการ 

Shichi สวนกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นหดตัว ลุยสาขาใหม่ เล็งเข้าตลาดทุนในอีก 3 ปี

ย้อนไป 9 ปีก่อน ตระเวนชิมอาหารญี่ปุ่น

หากการเดินทางคือครูที่ดีที่สุด การเดินทางไปชิมอาหารญี่ปุ่นของผู้บริหาร Shichi นับเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ เพื่อหาคำตอบให้ชัดเจนว่า “อาหารญี่ปุ่นแบบไหน คือคอนเซปต์อาหารที่ชอบจริงๆ”

 

นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Shichi ภายใต้การนำของ ปพนธีร์ ชาญชนะโยธิน ,ธนัท ทองโสมแก้ว และกีรติ เอี่ยมสิริธนากร กรรมการบริหาร บริษัท ปั้นข้าว ปั้นรัก จำกัด

 

ก่อนจะเปิดร้าน ผู้บริหารทั้งสามต่างมีความหลงใหลในอาหารญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง ถึงขั้นเดินทางไปตระเวนชิมตั้งแต่ร้านเล็กข้างทาง ไปจนถึงโอมากาเสะระดับดาวมิชลินในหลายเมืองของญี่ปุ่น หมดค่ากินไปเป็นหลักล้านบาท ซึ่งพวกเขาบอกว่า ไม่ใช่เพื่อจดจำรสชาติอย่างเดียว แต่เพื่อซึมซับ “แก่น” ของอาหารญี่ปุ่น ตั้งแต่ปรัชญา วิธีคิด ไปจนถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร

 

 

เริ่มจากที่ดินเปล่า 

หลังจากตระเวนชิมมาแล้วนับไม่ถ้วน ก่อนจะสร้างตัวตนของแบรนด์ ปพนธีร์ กล่าวว่า ตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยแบ่งขั้วชัดเจน ไม่ “ราคาประหยัด” ก็ “แพงแบบดั้งเดิม”

 

Shichi มองเห็นช่องว่างตรงกลาง จึงเลือกวางตำแหน่งเป็นอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมสไตล์ฟิวชั่น นำประสบการณ์จากการตระเวนชิมมา Mix & Match โดยเปิด Shichi สาขาแรกที่ย่านราชพฤกษ์ บนที่ดินเปล่า เลือกสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ทั้งหมดไม่ใช่เพราะต้องการความอลังการ แต่เพราะต้องการควบคุม “ประสบการณ์” ให้เป็นไปตามที่ตั้งใจ

 

ตัวอาคารออกแบบโดยใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก เพื่อสร้างบรรยากาศที่ใกล้เคียงร้านอาหารในญี่ปุ่นมากที่สุด ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป ลูกค้าจะรู้สึกเหมือนหลุดออกจากความวุ่นวายของเมือง เข้าสู่พื้นที่ที่เงียบ อบอุ่น และให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ ทุกจุด เหมือนเป็นความตั้งใจ ที่อยากจะ พาลูกค้าไปญี่ปุ่นโดยไม่ต้องบิน

 

มากกว่า 100 เมนู และซอสทุกหยดที่ทำขึ้นเอง

ผู้บริหารเล่าว่า ในช่วงเริ่มต้น Shichi ใช้เวลาพัฒนาเมนูกว่า 100 รายการ พร้อมตั้งโจทย์ชัดเจนตั้งแต่วันแรกว่า “ซอสทุกตัวต้องทำเอง” แม้แต่โชยุ

 

สูตรซอสทั้งหมดถูกออกแบบให้ยังคงโครงสร้างแบบญี่ปุ่นแท้ แต่ปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นคนไทย จึงออกมาเป็นรสที่นุ่ม ละมุน และติดหวานเล็กน้อย กินง่าย กินได้เรื่อย โดยไม่รู้สึกเลี่ยน

 

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ ปลาแต่ละชิ้นถูกหั่นในขนาดพอดีคำ เน้นเนื้อปลามากกว่าข้าว คล้ายการเสิร์ฟแบบโอมากาเสะ เพื่อให้ทุกคำ “พอดี” ทั้งรสชาติและความรู้สึก

Shichi สวนกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นหดตัว ลุยสาขาใหม่ เล็งเข้าตลาดทุนในอีก 3 ปี

 

ความสำเร็จที่ไม่ต้องพึ่งทำเลกลางเมือง

เพียงหนึ่งปีหลังเปิดสาขาแรก กระแสตอบรับจากลูกค้าในย่านราชพฤกษ์เกินความคาดหมาย กลุ่มหลักคือ ครอบครัว ที่ต้องการร้านอาหารคุณภาพดี บรรยากาศสบาย และไม่จำเป็นต้องฝ่ารถเข้าเมือง

 

ความสำเร็จนี้กลายเป็นฐานสำคัญให้ Shichi ขยายสาขาไปยังบางนา และพื้นที่อื่น ๆ ตามมา จนปัจจุบันมีทั้งหมด 5 สาขา รวมถึงสาขาใหม่ล่าสุดในย่านสาทร ผู้บริหารเผยว่ามีแผนขยายเป็น 7 สาขาภายในปีนี้ โดยมองพื้นที่กรุงเทพกรีฑาและโซนเมืองเพิ่มเติม

 

สิ่งที่เหมือนกันในทุกสาขา คือการเลือกทำเลแบบ Standalone เพราะสามารถบริหารที่จอดรถ ห้องส่วนตัว และประสบการณ์ลูกค้าได้ดีกว่าห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าพรีเมียมให้ความสำคัญ

Shichi สวนกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นหดตัว ลุยสาขาใหม่ เล็งเข้าตลาดทุนในอีก 3 ปี

 

“สาทร” ขยับตำแหน่งแบรนด์

สำหรับสาขาสาทร ตั้งอยู่ที่ Supalai Icon Sathorn เป็นการยกระดับแบรนด์เข้าสู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจ เพื่อรองรับกลุ่มนักธุรกิจ และชาวต่างชาติ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Japanese Luxury พื้นที่ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ มีห้อง Private Room หลายขนาด พร้อมอุปกรณ์สำหรับการประชุมและพรีเซนต์งาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความเป็นทางการในบรรยากาศที่ยังคงความอบอุ่น

 

แนวคิด Experience-Driven Dining ถูกยกระดับผ่านบริการ Table Service โดยเชฟจะออกมาปรุงอาหารและเล่าเรื่องวัตถุดิบถึงโต๊ะ เมนูไฮไลต์อย่าง Shichi Steak Flambé ใช้เนื้อ Wagyu Australian Striploin MB 8–9 ราดสาเกและจุดไฟสด ๆ สร้างโมเมนต์บังคับที่ลูกค้าต้องหยิบมือถือขึ้นมาบันทึกภาพ เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ที่มีมูลค่า

 

ขณะเดียวกัน สาขาสาทรยังคงรวบรวมซิกเนเจอร์เมนูของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ Shichi Roll เมนูขายดีอันดับหนึ่งที่ขายได้กว่า 2,000 จานต่อเดือน ถูกเสิร์ฟบนจานรูปเลข 7 ตามความหมายของชื่อร้าน (Shichi แปลว่าเลข 7 ในภาษาญี่ปุ่น) ไปจนถึงซาชิมิและซูชิระดับพรีเมียม

 

วางตัวชัดในตลาดพรีเมียม ไม่แข่งราคา

ผู้บริหารกล่าวว่า ตลอด 9 ปี Shichi วางตัวชัดเจนในตลาดอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ลูกค้ามี Spending Power และพร้อมจ่าย เพื่อคุณภาพ มาตรฐาน และความสม่ำเสมอ

 

ยอดใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 800–1,500 บาท และอาจสูงถึง 2,000–4,000 บาท หากเลือกสั่งซาชิมิหรือของสด โดยกว่า 50% เป็นลูกค้าเก่าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ และมีฐานสมาชิกเติบโตต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจผันผวน แต่กลุ่มลูกค้าหลักได้รับผลกระทบน้อย สะท้อนความแข็งแรงของ Positioning ที่ไม่ผูกติดกับการแข่งขันด้านราคา

 

นำเข้าวัตถุดิบเอง

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการบริหาร Supply Chain Shichi มีบริษัทนำเข้าปลาเองจากญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 3 ครั้ง วัตถุดิบกว่า 80% เป็นของนำเข้า และอีก 20% เป็นวัตถุดิบในประเทศ

 

ปลาทูน่าถูกนำเข้าเป็นตัวขนาด 80 กิโลกรัม แล้วตัดแบ่งส่งทุกสาขาแบบไม่แช่แข็ง เพื่อรักษาคุณภาพสูงสุด แม้บางช่วงต้องแบกรับต้นทุนที่ผันผวน เช่น ราคาแซลมอนที่ปรับสูงขึ้น แต่ร้านเลือกไม่ปรับราคาขายง่าย ๆ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า

Shichi สวนกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นหดตัว ลุยสาขาใหม่ เล็งเข้าตลาดทุนในอีก 3 ปี

“Always Better” กรอบคิดที่ใช้ตัดสินใจทุกเรื่องในธุรกิจ

Shichi ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด "Always Better" เลือกสิ่งที่ดีกว่าเพื่อคุณ ถูกถอดออกมาเป็น 3 หลักคิดสำคัญ

  • Better Choice เลือกสิ่งที่ดีที่สุด
  • Better Care ดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว
  • Better Experience สร้างประสบการณ์ที่มากกว่ามื้ออาหาร

 

เติบโตในตลาดที่ “คัดกรองมากขึ้น”

ตามผลสำรวจล่าสุดของ JETRO ที่ระบุว่า ปี 2568 ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยลดลงเป็นครั้งแรกนั้น กลุ่มผู้บริหารมองว่า นี่ไม่ใช่สัญญาณถดถอย แต่คือการเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันเชิงปริมาณ สู่การแข่งขันเชิงคุณภาพ ร้านที่มีตัวตนชัด เมนูเฉพาะทาง เล่าเรื่องได้ และเข้าใจผู้บริโภคไทย คือกลุ่มที่ยังมีโอกาสเติบโต 

 

จากวันนี้…สู่ตลาดทุนในอีก 3 ปี 

อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมา Shichi มียอดขายราว 300 ล้านบาท และตั้งเป้าเติบโตอย่างน้อย 20% ในปี 2569 จากการเปิดสาขาสาทร พร้อมเป้าหมายเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ภายใน 3 ปีข้างหน้า

 

โดยผู้บริหารทั้งสามให้เหตุผลว่า เดิมทีโครงสร้างธุรกิจประกอบด้วยบริษัทแยกย่อยประมาณ 2-3 บริษัทที่ดูแลแต่ละสาขา (เช่น สาขาราชพฤกษ์ และสาขาบางนา) การเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ทำให้บริษัทต้องปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ โดยรวมบริษัททั้งหมดที่เคยแยกกันอยู่มาไว้ภายใต้แบรนด์เดียวคือ "บริษัท ปั้นข้าวปั้นรัก จำกัด" เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและมีโครงสร้างที่ชัดเจนตามมาตรฐานของตลาดหลักทรัพย์

 

อีกทั้งยังเพื่อการขยายตัวและกระจายความเสี่ยง เพราะการเข้าตลาดฯ จำเป็นต้องมีแผนการเติบโตที่ต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทไม่ได้มองเพียงแค่การขยายสาขาของร้าน Shishi เท่านั้น แต่ยังมีแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจไปยังอาหารญี่ปุ่นประเภทอื่น เช่น ธุรกิจชาบูระดับพรีเมียม หรือร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นอื่น ๆ เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัท

 

โดยสรุปแล้ว การเข้าตลาด MAI เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ผลักดันให้บริษัทต้องจัดระเบียบองค์กรให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น และเป็นโอกาสในการระดมทุนเพื่อขยายอาณาจักรอาหารญี่ปุ่นให้ครบวงจรยิ่งขึ้น

 

สุดท้ายถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ Shichi ยังคงยืนได้ในตลาดอาหารญี่ปุ่นที่มีผู้เล่นมากหน้าหลายตา 

 

ผู้บริหารตอบอย่างหนักแน่นว่า ไม่เคยลดมาตรฐาน และไม่ขยายสาขาเร็ว เป้าหมายของ Shichi ไม่ใช่การเป็นร้านที่โตเร็วที่สุดแต่เป็นร้านที่ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการกลับมาซ้ำกว่า 50% จากฐานสมาชิกมากกว่า 20,000 ราย

 

ข่าวล่าสุด

Shichi สวนกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นหดตัว ลุยสาขาใหม่ เล็งเข้าตลาดทุนในอีก 3 ปี