posttoday

DITP ชี้โอกาสส่งออกสินค้าไทย รับรถไฟความเร็วสูงสายแรกของอินเดีย

27 มกราคม 2569

DITP เกาะติดการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมุมไบ–อาห์เมดาบัด สายแรกของอินเดีย โอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุน ส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้อง

KEY

POINTS

  • กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เกาะติดการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมุมไบ–อาห์เมดาบัด สายแรกของอินเดีย
  • เตรียมทดสอบวิ่งครั้งแรก ปี 2570 เปิดเต็มระบบปี 2572
  • ชี้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุนงานด้านโยธา ส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาเขตพาณิชยกรรมรอบสถานี

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนางสาวสัญฉวี พัฒนจักร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ อินเดีย ถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายแรกมุมไบ–อาห์เมดาบัด ที่จะเป็นอนาคตใหม่แห่งการเดินทาง และโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปร่วมลงทุนด้านงานโยธา การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาเขตพาณิชยกรรมรอบสถานี

โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า อินเดียได้ดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงมุมไบ-อาห์เมดาบัด ระยะทาง 508 กิโลเมตร และมีกำหนดทดสอบวิ่งรถครั้งแรกช่วงระยะทาง 100 กิโลเมตรระหว่างเมืองสุรัตและวาปี รัฐคุชราต ในเดือน ส.ค. 2570 และคาดว่าจะเปิดบริการเต็มรูปแบบภายในเดือน ธ.ค. 2572 ใช้เวลาเดินทางตลอดเส้น 1 ชั่วโมง 58 นาที ความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

 

สำหรับโอกาสของไทย ทูตพาณิชย์ให้ข้อมูลว่าบริษัทไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานโยธา องค์ประกอบโครงสร้างทางรถไฟ ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้างมาตรฐานระบบราง สามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้รับเหมาหลักของอินเดีย เพื่อร่วมดำเนินโครงการในลักษณะการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการร่วมผลิต

 

มีโอกาสด้านการส่งออกของไทยครอบคลุมสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง อาทิ ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป หมอนรองราง อุปกรณ์ยึดราง วัสดุฉนวน สายเคเบิล ชิ้นส่วนเหล็ก ผลิตภัณฑ์ควบคุมแรงสั่นสะเทือน และระบบกำแพงกันเสียง ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของโครงการรถไฟความเร็วสูง

 

นอกจากนี้ ผู้พัฒนาโครงการ นักออกแบบ และแบรนด์ด้านการบริการและการโรงแรมของไทยมีศักยภาพอาจพิจารณาเข้าร่วมพัฒนาเขตพาณิชยกรรมรอบสถานี ศูนย์อาหาร และบริการผู้โดยสาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างรายได้เสริมและยกระดับประสบการณ์การเดินทาง

 

แต่ต้องพิจารณานโยบาย “Make in India” ของรัฐบาลอินเดียที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาและการผลิตภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งอาจจำกัดการนำเข้าสินค้าโดยตรงจากต่างประเทศ เว้นแต่บริษัทไทยจะจัดตั้งฐานการผลิต การประกอบ หรือการร่วมทุนในอินเดีย ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจไปสู่การลงทุนระยะยาวและการสร้างพันธมิตรในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

 

“บริษัทไทยที่ต้องการเข้าสู่โครงการรถไฟความเร็วสูงของอินเดีย ควรวางกลยุทธ์เชิงรุก โดยเริ่มจากพิจารณาการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของผู้รับเหมาหลัก ในฐานะผู้รับเหมาช่วงหรือซัปพลายเออร์ชิ้นส่วน จากนั้นพิจารณาจัดตั้งโรงงานประกอบหรือร่วมทุนกับพันธมิตรอินเดีย เพื่อสอดคล้องกับนโยบาย Make in India และเพิ่มขีดความสามารถในการรับงานขนาดใหญ่ ควบคู่กับการเสนอรูปแบบการขายเทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมในประเทศ 

 

โดยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานและการรับรองตามข้อกำหนดของมาตรฐานพื้นฐานของการรถไฟอินเดีย และมาตรฐานเฉพาะสำหรับรถไฟความเร็วสูงที่เข้มงวด รวมถึงการขึ้นทะเบียนกับ RITES ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอินเดียภายใต้กระทรวงรถไฟ และแพลตฟอร์มจัดซื้อของภาครัฐอินเดีย” นางสาวสุนันทากล่าว

 

ข่าวล่าสุด

SUSCO รุกขยายธุรกิจ Non-Oil เต็มพิกัด!