สหรัฐเขย่าค่าเงินโลก ฉุดความเชื่อมั่นอุตฯ - ดิจิทัล ไทย ลดลง
สหรัฐเขย่าค่าเงินโลก กดความเชื่อมั่นธุรกิจไทย ส.อ.ท.–ดีป้า ชี้เงินบาทแข็งฉุดส่งออก แม้อุตสาหกรรมดิจิทัลเริ่มฟื้น แต่ยังไม่พ้นโซนไม่เชื่อมั่น
แรงสั่นสะเทือนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายการเงินโลก กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทย ทั้งภาคอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยล่าสุดทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) สะท้อนตรงกันว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสหรัฐฯ กำลังกระทบความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ แม้บางดัชนีเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวก็ตาม
เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 88.2 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยมีแรงกดดันสำคัญจาก การแข็งค่าของเงินบาท ภายหลังสหรัฐฯ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้เกิดกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย และฉุดรายได้ภาคส่งออก ขณะที่ต้นทุนการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยลบดังกล่าวซ้ำเติมภาคอุตสาหกรรมไทยที่เผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก การชะลอตัวของประเทศคู่ค้าอย่างจีน ญี่ปุ่น และอาเซียน รวมถึงความกังวลต่อการเจรจาการค้าไทย–สหรัฐฯ ภายหลังการยุบสภา ซึ่งอาจกระทบความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ
ภาพเดียวกันนี้สะท้อนมาถึง อุตสาหกรรมดิจิทัล โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ระดับ 48.6 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับ 50 และยังคงอยู่ในโซน “ไม่เชื่อมั่น”
ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ระบุว่า แม้ผลประกอบการ คำสั่งซื้อ และต้นทุนบางส่วนเริ่มปรับดีขึ้น แต่ ผู้ประกอบการดิจิทัลยังเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า อันเป็นผลจากทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งกระทบรายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัล รวมถึงการแข่งขันในตลาดโลก
ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยลบจากเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ที่กระทบภาคการผลิตและบริการ รวมถึง ปัญหาการขาดแคลนชิปในตลาดโลก ซึ่งทำให้ต้นทุนฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทั้ง ส.อ.ท. และ ดีป้า มองตรงกันว่า การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และความชัดเจนด้านทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ รวมถึงการบรรลุกรอบข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ช่วยผ่อนคลายความกังวลของภาคธุรกิจ และเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นในระยะถัดไป
เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล พบว่า ไตรมาส 4/2568 มี 3 กลุ่มที่ดัชนีความเชื่อมั่นสูงกว่า 50 ได้แก่ กลุ่มซอฟต์แวร์ กลุ่มบริการด้านดิจิทัล และกลุ่มโทรคมนาคม ขณะที่กลุ่มฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงดิจิทัลคอนเทนต์ ยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนและภาวะตลาดโลก
ทั้งนี้ ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐเร่งดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ลดความผันผวนจากเงินทุนเคลื่อนย้าย พร้อมเพิ่มโอกาสให้ SMEs ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และสนับสนุนการปรับตัวต่อกติกาการค้าโลก ขณะที่ ดีป้า เรียกร้องให้รัฐส่งเสริมการใช้โซลูชันดิจิทัลไทย พัฒนาบุคลากรดิจิทัล และเร่งพัฒนา National Digital Trade Platform เพื่อช่วยลดต้นทุนและผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
แรงกดดันจากสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกจึงยังเป็นโจทย์ใหญ่ของปี 2569 ที่ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องรับมือ ท่ามกลางความหวังว่าความชัดเจนนโยบายรัฐและการปรับตัวเชิงโครงสร้าง จะช่วยพยุงความเชื่อมั่นให้กลับมาได้ในระยะถัดไป


