posttoday

เปิดลิสต์ 5 อันดับกาแฟไทย ยอดขายปังปี 68 มูลค่าตลาดรวม 1.49 พ้นล้าน

13 มกราคม 2569

เปิดลิสต์ 5 อันดับ เมล็ดกาแฟไทย ยอดขายสุดปังในปี 2568 สร้างมูลค่าการตลาดรวมทะลุ 1.49 พ้นล้าน "กาแฟคอยสวนยาหลวงน่าน" ขึ้นแท่นอันดับ1 ตามด้วยกาแฟระนอง

นางอรมนทรัพย์ทวีธรรมอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทย มีการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI)ในกลุ่มสินค้า "กาแฟ" รวมทั้งสิ้น 11 รายการจาก 8 จังหวัดได้แก่

  1. กาแฟดอยตุง (เชียงราย)
  2. กาแฟดอยช้าง (เชียงราย)
  3. กาแฟเทพเสด็จ (เชียงใหม่)
  4. กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน
  5. กาแฟดอยมูเซอตาก
  6. กาแฟวังน้ำเขียว (นครราชสีมา)
  7. กาแฟดงมะไฟ (นครราชสีมา)
  8. กาแฟระนอง
  9. กาแฟเขาทะลุ (ชุมพร)
  10. กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร
  11. กาแฟเมืองกระบี่

 

โดยสินค้าแต่ละรายการต่างมีลักษณะพิเศษ ที่เชื่อมโยงกับแหล่งผลิตอย่างชัดเจนทั้งสภาพภูมิประเทศความสูงจากระดับน้ำทะเลปริมาณน้ำฝนอุณหภูมิและองค์ประกอบของดินตลอดจนภูมิปัญญาและวิธีการเพาะปลูกของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่

 

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของเมล็ดกาแฟเอกลักษณ์ด้านรสชาติกลิ่นคุณลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป ตามถิ่นกำเนิดซึ่งมีมูลค่าเชิงเศรษฐกิจสูงและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค โดยในปี 2568 กาแฟ GI ไทย ทั้ง 11 รายการสามารถทำยอดยายรวมกว่า 1,497 ล้านบาท

 

โดยกาแฟ GI ไทยที่ทำมูลค่าตลาดสูงสุด 5 อันดับแรก (ยอดขายรวม 1,318 ล้านบาท) ประกอบด้วยกาแฟ GI จาก 4 จังหวัด ดังนี้ 

 

กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน

 

อันดับที่ 1 “กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน”

 

ครองตำแหน่งกาแฟ GI ไทยที่สร้างมูลค่าสูงสุดด้วยยอดขายกว่า 526 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 2,257 ตัน

 

โดยปัจจุบันมีราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 500 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นกว่า 1.78 เท่า จากราคาเดิมก่อนเป็น GI ที่ 280 บาทต่อกิโลกรัม

 

กาแฟดอยสวนยาหลวงน่านเป็นกาแฟพันธุ์อราบิก้าจากแหล่งปลูกบนพื้นที่ดอยสวนยาหลวง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน พื้นที่ต้นน้ำซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000-1,500 เมตร มีอากาศเย็นตลอดปี ดินอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งสะสมของแร่ธาตุ

 

ส่งผลให้ต้นกาแฟเจริญเติบโตได้ดี ประกอบกับมีกระบวนการบ่มและคั่วในระยะเวลาที่เหมาะสม ทำให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นช็อกโกแลต กลิ่นถั่ว และกลิ่นผลไม้ ให้รสชาติเข้มกลมกล่อม และมีความเป็นสมุนไพรรสเผ็ดซ่า เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟดอยสวนยาหลวงน่านที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เป็นที่จดจำและชื่นชอบของผู้บริโภค

 

กาแฟระนอง

อันดับที่ 2 “กาแฟระนอง”

 

สร้างยอดขายกว่า 262 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 947 ตัน โดยปัจจุบันมีราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 600 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นกว่า 7.5 เท่า จากราคาเดิมก่อนเป็น GI ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม

 

กาแฟระนองเป็นกาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่มีประวัติการนำเข้าพันธุ์จากปีนังเมื่อกว่าร้อยปีก่อน และได้รับการพัฒนาและจัดระบบการผลิตอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี ส่งผลให้จังหวัดระนอง เป็นแหล่งผลิตกาแฟโรบัสต้าที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ

 

ด้วยจุดเด่นของลักษณะดินที่อุดมสมบูรณ์และสภาพภูมิอากาศที่มีฝนตกชุกและความชื้นสูง จึงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นกาแฟ ทำให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้น นุ่มลึก มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โดยกาแฟระนองได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ พร้อมคว้ารางวัลระดับนานาชาติมากมาย สามารถยกระดับมูลค่าสินค้า สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชนอย่างต่อเนื่อง

 

กาแฟเขาทะลุ

อันดับที่ 3 “กาแฟเขาทะลุ”

 

จากจังหวัดชุมพร สร้างยอดขายกว่า 234 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 390 ตัน โดยปัจจุบันมีราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 450 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.95 เท่า จากราคาเดิมก่อนเป็น GI ที่ 230 บาทต่อกิโลกรัม

 

กาแฟเขาทะลุเป็นกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ปลูกในพื้นที่ตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ที่ระดับความสูงประมาณ 200-300 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้วยดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุริมเชิงเขาและอินทรียวัตถุจากธรรมชาติ

 

โดยเฉพาะมูลค้างคาวซึ่งเป็นปุ๋ยธรรมชาติสำคัญ ประกอบกับการคัดเลือกพันธุ์ การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถัน รวมถึงกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้กาแฟเขาทะลุมีรสชาติเข้ม หนักแน่น และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โดยมีผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดทั้งในรูปแบบกาแฟคั่ว กาแฟบด และกาแฟสำเร็จรูป เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม

กาแฟดอยช้าง

อันดับที่ 4 “กาแฟดอยช้าง” จากจังหวัดเชียงราย

 

สร้างยอดขายกว่า 160 ล้านบาท จากปริมาณการผลิต 75 ตัน โดยปัจจุบันมีราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 1,600 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.43 เท่า จากราคาเดิมก่อนเป็น GI ที่ 1,120 บาทต่อกิโลกรัม

 

กาแฟดอยช้างเป็นกาแฟพันธุ์อราบิก้า สายพันธุ์หลักคาทูรา คาติมอร์ และคาทุย ปลูกในพื้นที่หุบเขาดอยช้างที่ระดับความสูง 1,000-1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้วยระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และระบบควบคุมคุณภาพรอบด้าน จึงได้กาแฟสารและกาแฟคั่วบดที่มีคุณภาพสูง รสชาติกลมกล่อม มีความเปรี้ยวสดชื่นเบา ๆ แฝงความหวาน และมีกลิ่นหอมโดดเด่น ได้รับการยอมรับในมาตรฐานและเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ กาแฟดอยช้างยังได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นอีกด้วย

 

กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร

อันดับที่ 5 “กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร”

 

สร้างยอดขายกว่า 136 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตกว่า 120 ตัน โดยปัจจุบันมีราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 850 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า จากราคาเดิมก่อนเป็น GI ที่ 500 บาทต่อกิโลกรัม

 

กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพรเป็นกาแฟโรบัสต้าปลูกบนที่ราบเชิงเขาหินปูนในจังหวัดชุมพรที่ระดับความสูง 85-120 เมตรจากระดับน้ำทะเล เกษตรกรจะนำผลกาแฟสดมาผ่านกระบวนการบ่มและคัดเมล็ดด้วยกรรมวิธีเฉพาะตามมาตรฐานจนได้กาแฟสาร ก่อนนำไปแปรรูปเป็นกาแฟคั่วและกาแฟคั่วบดมีรสชาติเข้ม กลมกล่อม ไม่เปรี้ยว ไม่ฝาด และมีกลิ่นหอมของผลไม้คล้ายเชอรี่

 

จุดเด่นของกาแฟ GI ไทยอยู่ที่กลิ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของแหล่งผลิตอย่างชัดเจน ทั้งสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ วิธีการปลูก ตลอดจนภูมิปัญญาในการผลิตของเกษตรกรที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เมื่อผสานกับกระบวนการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน จึงช่วยคงคุณภาพและเอกลักษณ์ของกาแฟ GI ไทยจากแหล่งผลิตต่าง ๆ และส่งต่อถึงผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน

 

ปัจจัยดังกล่าวไม่เพียงยกระดับกาแฟไทยจากสินค้าเกษตรทั่วไปสู่สินค้าพรีเมี่ยมที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในหลายภูมิภาค นำไปสู่รายได้และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่นต่าง ๆ อย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ นางอรมน กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้ายกระดับกาแฟ GI ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ชุมชนในทุกภูมิภาคผ่านกระบวนการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การควบคุมคุณภาพสินค้า รวมถึงการขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของกาแฟไทยในเวทีโลก และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่เกษตรกร สนองต่อนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ต่อไป

 

 

ข่าวล่าสุด

คาราบาว สานฝันนักเตะจิ๋ว! เปิด "สนามแห่งโอกาส" ติวเข้มทักษะฟุตบอลเยาวชนบางปะกง