ตำรวจพบ 6 คลังน้ำมันต้องสงสัยกักตุน เร่งขยายผลเรือไทยลอบขายน้ำมันกลางทะเล
รอง ผบ.ตร. เผยพบ 6 คลังต้องสงสัยกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร ทำปั๊มขาดแคลน ทั้งที่โรงกลั่นผลิตเต็มกำลัง พร้อมสอบเรือไทยลอบขายน้ำมันต่างประเทศ
พล.ต.อ.ธัธชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันในช่วงวิกฤตว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบพฤติกรรมกักตุนและเอาเปรียบประชาชนในสถานีบริการน้ำมัน
จากการสุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมัน 27 แห่ง และผู้ค้าส่ง (จ็อบเบอร์) 12 แห่ง พบว่า มีถึง 6 แห่งที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่ามีการกักตุนน้ำมัน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานีบริการบางแห่งมีน้ำมันไม่เพียงพอสำหรับประชาชน
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า พฤติกรรมที่ตรวจพบมีลักษณะผิดปกติ โดยแม้คลังน้ำมันยังมีปริมาณเพียงพอ แต่กลับลดการจ่ายลง เช่น จากเดิมจ่ายประมาณ 18 ล้านลิตรต่อเดือน ลดลงเหลือเพียง 11 ล้านลิตรในช่วงเดือนมีนาคม ทั้งที่โรงกลั่นยังคงเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง 100%
ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ก็พบแนวโน้มเดียวกัน โดยจากเดิมมีการจ่ายน้ำมันวันละ 2 ล้านลิตร ลดลงเหลือเพียง 1.2 ล้านลิตร สะท้อนพฤติการณ์เข้าข่ายกักตุนเพื่อเก็งกำไร
เจ้าหน้าที่ตรวจพบเพิ่มเติมว่า มีการสั่งซื้อน้ำมันแต่ไม่ส่งเข้าสถานีบริการตามปกติ กลับนำไปจำหน่ายให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม ซึ่งสามารถทำกำไรได้ทันทีเฉลี่ยลิตรละ 10 บาท
กรณีตัวอย่างในพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร พบการสั่งน้ำมันแต่เปลี่ยนเส้นทางไปส่งยังจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมตรวจพบการกักเก็บน้ำมันไว้ด้านหลังสถานีบริการ สะท้อนรูปแบบการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้นในหลายพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีกรณีคลิปเผยแพร่ใน TikTok ที่อ้างว่าเป็นเรือจากต่างชาติลักลอบซื้อน้ำมัน แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเรือของคนไทย มีลูกเรือ 6 คน ใช้ชื่อ “โชคชนกร” ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวเจ้าของเรือ เพื่อตรวจสอบว่ามีการจำหน่ายน้ำมันกลางทะเลไปยังต่างประเทศ หรือไม่
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า จะเร่งขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสในช่วงวิกฤตพลังงาน และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน


