posttoday

ITD เตือน SME รับมือกติกาใหม่การค้าโลก ไม่ปรับตัวเสี่ยงหลุดซัพพลายเชน

12 มกราคม 2569

ITD เตือน SME ไทย รับมือกติกาใหม่ในเวทีโลก เกมการค้าไม่วัดกันแค่ราคาอีกต่อไป ปรับตัวรับมาตรการทางการค้าใหม่ๆ เช่น CBAM และ EUDR เพื่อไม่ให้หลุดออกจากห่วงโซ่อุปทานโลก

KEY

POINTS

  • กติกาการค้าโลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านมาตรฐาน ความยั่งยืน และความโปร่งใส
  • SME ไทยต้องปรับตัวรับมาตรการทางการค้าใหม่ๆ เช่น CBAM และ EUDR ของยุโรป เพื่อไม่ให้หลุดออกจากห่วงโซ่อุปทานโลก
  • ITD ชูเป็นที่ปรึกษา SME มีแพลตฟอร์มที่ปรึกษาออนไลน์ "ITD Expert Anywhere"

เวทีการค้าโลกในปี 2569 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่อาจ “เร่งสปีด” ด้วยกฎกติกาใหม่ที่ซับซ้อนและเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) กล่าวว่า โครงสร้างการค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้านมาตรฐาน ความยั่งยืน และความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน

 

สำหรับ SME ไทย ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจและมีสัดส่วนราว 35% ของ GDP ความท้าทายไม่ได้หยุดอยู่แค่ต้นทุนการผลิตหรือการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่กำลังเผชิญ “กติกาที่มองไม่เห็น” เช่น มาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Measures) ปีที่ผ่านมา มีประเด็นเรื่องภาษีสหรัฐฯ แม้ระยะหลังจะเริ่มผ่อนคลายลง แต่ต่อไปอาจจะมีมาตรการหรือกฏระเบียบบางอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา อย่างล่าสุดประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างยุโรปเริ่มทยอยบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นกฎ CBAM , EUDR หรือกฎระเบียบสหภาพยุโรปว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอื่น ๆ ที่จะตามมา

นายสุภกิจ เจริญกุล

นายสุภกิจย้ำว่า ในโลกการค้าแบบปัจจุบัน ทุกธุรกิจล้วนอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน หากกระบวนการผลิตเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ ก็อาจทำให้ทั้งระบบสะดุด และสูญเสียโอกาสทางการค้าโดยไม่รู้ตัว

 

FTA ยังเป็นโอกาส หาก SME ใช้เป็น

นายสุภกิจกล่าวต่อว่า ท่ามกลางความท้าทาย กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามผลักดันให้ SME ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ให้มากที่สุด แต่โจทย์สำคัญคือ SME จำนวนมากมีข้อจำกัดด้านเวลา และมองว่าเรื่องการค้าโลกเป็นเรื่องซับซ้อน

 

ITD จึงพยายาม “แปลความรู้ยากให้เข้าใจง่าย” ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้รูปแบบใหม่ เช่น คลิปวิดีโอสั้นในสไตล์ Reels เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับการทำธุรกิจในชีวิตประจำวัน

 

เป้าหมายหลักในส่วนนี้คือการมุ่งเน้นไปที่ SME ที่มีความพร้อมในระดับหนึ่ง (กลุ่ม SME ขนาดกลาง) ที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศได้ เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ITD Expert Anywhere ที่ปรึกษาข้างตัว SME

ด้านนายภานุมาส เทพทอง รองผู้อำนวยการ ITD กล่าวว่า ตลอดปี 2568 ITD เดินหน้าจัดกิจกรรมพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ITD Exponential Trade Fair, SHE Commerce, Southeast Asia Trade and Development Forum 2025, ITD Research Forum 2025 และหัวใจสำคัญคือแพลตฟอร์ม ITD Expert Anywhere

 

แพลตฟอร์มดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็น “คลินิกปรึกษาธุรกิจออนไลน์” ที่ SME สามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญได้จากทุกที่ ทุกเวลา ผ่านระบบจองคิวออนไลน์และการให้คำปรึกษาแบบเรียลไทม์ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ ไอทีและ AI, บัญชีและการเงิน, กฎหมาย และการค้าระหว่างประเทศ

 

ปัจจุบันแพลตฟอร์มเข้าสู่ปีที่ 4 มีผู้ใช้งานสะสมกว่า 200,000 ราย และตั้งเป้ามีผู้ดาวน์โหลด 600,000 ราย หรือราว 20% ของ SME ไทย ภายในปี 2572

นายภานุมาส เทพทอง

ปัญหาเดิมที่ยังไม่หาย กับความท้าทายใหม่ที่ต้องเร่งเรียนรู้

ข้อมูลจาก ITD สะท้อนว่า ปัญหาของ SME ไทยยังคงมีทั้ง “โจทย์คลาสสิก” และ “โจทย์ใหม่”

 

โจทย์คลาสสิกคือ ด้านบัญชีและการเงิน ตั้งแต่การ ไม่ทำบัญชีที่แท้จริง ไม่แยกเงินส่วนตัวกับธุรกิจ ไปจนถึงการละเลย Statement ซึ่งเป็นด่านแรกในการเข้าถึงแหล่งทุน

 

อีกด้านคือเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าผู้ประกอบการจะตามทัน ITD จึงมุ่งสอนการใช้ Generative AI เพื่อลดต้นทุน เช่น การออกแบบสินค้า สร้างภาพและคลิปโฆษณา โดยไม่ต้องพึ่งต้นทุนสูง

 

ปั้น SME รุ่นใหม่ สู่ตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้า ITD เตรียมเดินหน้าโครงการ SME Commerce เป็นปีที่ 3 โดยเน้นผู้ประกอบการสตรีและกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อตอบรับเทรนด์โลก คัดเลือกผ่านระบบออนไลน์ทั่วประเทศ ก่อนนำ 40 รายสุดท้ายเข้าอบรมแบบเข้มข้น (Bootcamp) ที่ไม่ได้สอนแค่ความรู้ธุรกิจ แต่รวมถึงทักษะการเจรจา การนำเสนอ และการสร้างบุคลิกภาพ

 

นอกจากนี้ยังเตรียมจัดงานมหกรรมธุรกิจกลางปี รวมบูทเครื่องมือธุรกิจกว่า 50 บูท ตั้งแต่ต้นน้ำถึงหลังบ้าน พร้อมเชิญสปีเกอร์ต่างชาติ และเปิดรับผู้เชี่ยวชาญจิตอาสาเข้ามาเป็นที่ปรึกษาบนแพลตฟอร์ม เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศ SME ไทยให้แข็งแรงและแข่งขันได้ในเวทีโลก และยังเตรียมจัดงานใหญ่ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ซึ่งจะมีบูทแสดงเครื่องมือธุรกิจกว่า 50 บูท ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ (OEM, บรรจุภัณฑ์) ไปจนถึงระบบหลังบ้าน (บัญชี, โลจิสติกส์)

 

เศรษฐกิจไทยยังมีหวัง ถ้าการเมืองนิ่ง 

อย่างไรก็ตาม นายสุภกิจ กล่าวอีกว่า นอกจากโจทย์การค้าโลกแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยท้าทายสำหรับ SME ผู้ประกอบการ คนทำธุรกิจคือเรื่องเศรษฐกิจ

 

โดยนายสุภกิจ กล่าวว่าแม้จะมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวช้ากว่าหลายประเทศในอาเซียน  แต่จากการได้พูดคุยกับนักลงทุน และภาควิชาการจากหลายภาคส่วนพบว่า “ความมั่นคงทางการเมือง” และ “ความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใช้พิจารณา โดยเฉพาะความนิ่งของภาครัฐซึ่งมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในการตัดสินใจลงทุน

 

ปัจจัยที่นักลงทุนต่างชาติให้ความกังวลมากที่สุด คือความไม่แน่นอนทางการเมือง ความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ซึ่งล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว

 

แม้จะมีความท้าทายดังกล่าว แต่ไทยยังคงมี “รากฐาน” ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง จากมุมมองของต่างชาติ โดยเฉพาะการเป็นผู้ผลิตต้นน้ำ (Upstream Producer) ในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ภาคเกษตรกรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต และเป็นสิ่งที่โลกยังคงต้องการอย่างต่อเนื่อง จุดแข็งนี้ทำให้เศรษฐกิจไทยมีความยืดหยุ่นและสามารถฟื้นตัวได้ดีกว่าประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมกลางน้ำหรือปลายน้ำเป็นหลัก

 

สำหรับบทบาทของ ITD นั้น เป็นหน่วยงานด้านวิชาการที่วางตัวเป็นกลาง และเกี่ยวข้องกับการเมืองค่อนข้างน้อย จึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางการเมืองไม่มาก โดย ทำหน้าที่สะท้อนเสียงจากผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ เพื่อนำข้อมูลจริงมาวิเคราะห์และเสนอเป็นข้อแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐ เป็นต้น 

 

วางโรดแมป 3I ดันเศรษฐกิจไทย

ITD ได้วางโรดแมปเชิงรุกผ่านกลยุทธ์ 3I เพื่อดึงจุดแข็งของสถาบันมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคเศรษฐกิจไทย ประกอบไปด้วย  

  • INSIGHT ยกระดับการจัดการความรู้สู่การเป็น Intelligence Hub ขับเคลื่อนองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียด้วยข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงลึก ผ่านการพัฒนาฐานข้อมูลการค้าระดับภูมิภาคที่รวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจและการค้าไว้อย่างเป็นระบบ 
  • IMPACT มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงประจักษ์ในภาคธุรกิจ โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานจากการจัดอบรม สู่การเป็น Action-based Incubation หรือการบ่มเพาะเชิงปฏิบัติการที่เข้มข้น
  • INTEGRATION การสร้างความร่วมมืออย่างเป็นเอกภาพระหว่างภาคนโยบาย ภาคเอกชน และสถาบันวิชาการทั้งในและต่างประเทศ

 

“ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3I ผลลัพธ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นคือการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้จริงในโครงสร้างการค้าโลกใหม่ ผู้ประกอบการจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหรือโมเดลธุรกิจเดิม"

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด ลิเวอร์พูล พบ บาร์นสลี่ย์ ฟุตบอลเอฟเอ คัพ วันนี้ 12 ม.ค.69