ส.อ.ท.วางเข็มทิศอุตสาหกรรมไทยปี 69 หนุน SME พลิกเกมสู่ยุค Next-Gen
ส.อ.ท. ประเมินปี 69 ไม่ใช่ปีรอดูทิศทางเศรษฐกิจ แต่คือปีที่ธุรกิจต้องเลือกอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เปิด 3 โอกาสสำคัญช่วย SME พลิกเกม รับคลื่นเทคโนโลยีและโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่
นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในงานแถลงข่าว Future Trends Ahead 2026 ถ่ายทอดแนวคิดในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเขียนหนังสือ “Future Trends Ahead 2026” ว่าด้วยทิศทางประเทศไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน ที่ถ่ายทอดมุมมองเชิงลึกจากผู้นำภาคอุตสาหกรรมภายใต้บทบาทของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตว่าตลอดช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นทั้ง “สัญญาณการเปลี่ยนแปลง” และ “ทิศทางใหม่” ของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมองไปข้างหน้าสู่ปี 2569 นี้ ซึ่งมีปัจจัยทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องในหลายมิติ
หากมองเทรนด์อุตสาหกรรมปี 2569 ในมุมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะเห็นภาพค่อนข้างชัดว่าอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต และอุตสาหกรรมที่กำลัง “เร่งปรับตัว” จะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือทางการแพทย์สมัยใหม่ และยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ซึ่งเติบโตตามแรงขับของอุปสงค์ เงินทุน และนโยบายสนับสนุนจากหลายประเทศ
ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่แข่งขันด้วยราคาเป็นหลัก จะเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่สูงขึ้น นโยบายการค้า หรือการแข่งขันจากผู้เล่นต่างชาติ ส่งผลให้บางส่วนจำเป็นต้องลดกำลังผลิต และหันมาทบทวนโมเดลธุรกิจใหม่อย่างจริงจัง
จากบริบทนี้เอง แม้ภาพรวมดูตึงเครียดแต่นี่คือช่วงเวลาที่โอกาสใหม่เกิดขึ้นมากที่สุดและไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทเทคโนโลยีเท่านั้นเพราะโอกาสกำลังเกิดขึ้นในสามกลุ่มหลักได้แก่
- การนำระบบอัตโนมัติ (Automation) และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) มาเพิ่มขีดความสามารถ เพราะโรงงานจำนวนมากต้องอัพเกรดเพื่ออยู่รอด
- โอกาสจากการควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) เพื่อเพิ่มการเติบโต ขยายธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยสรุปคืออุตสาหกรรมที่กำลังถูกบีบจะเริ่มรวมกิจการปรับโครงสร้างหรือหาพันธมิตรจากต่างประเทศซึ่งเปิดทางให้ทุนที่พร้อมขยายหรือ Repositions ตัวเองเข้าสู่ตลาดใหม่ได้เร็วยิ่งขึ้น
- และการสร้างความร่วมมือระหว่างทุนในประเทศกับทุนต่างชาติ เพื่อยกระดับซัพพลายเชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระดับภูมิภาค
ดังนั้นปี 2026 จะไม่ใช่ปีของคำถามว่าเศรษฐกิจจะไปทางไหนแต่เป็นปีที่ธุรกิจต้องถามว่าเรากำลังอยู่ในอุตสาหกรรมที่โลกกำลังต้องการหรือไม่และคำตอบนี้เองจะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงในเกมเศรษฐกิจรอบใหม่ของประเทศไทย
นอกจากนี้ เรายังเห็นพัฒนาการของ AI ที่ก้าวจาก Generative AI ไปสู่ Agentic AI และ Physical AI มากขึ้น ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทในภาคการผลิตอย่างชัดเจน
ส.อ.ท. จึงขับเคลื่อนนโยบาย ONE FTI – One Vision, One Team, One Goal เพื่อผลักดันภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นกลไกหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ ให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิม หรือ First Industries ไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ หรือ Next-Gen Industries ที่ตอบโจทย์โลกปัจจุบันได้
ในเชิงกลยุทธ์ ส.อ.ท. ได้วางกรอบ 4GO เพื่อยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ประกอบด้วย
- GO Digital & AI เพิ่มขีดความสามารถด้วยดิจิทัลและ AI
- GO Innovation ผลักดันผู้ประกอบการ “จิ๋วแต่แจ๋ว” ด้วยนวัตกรรม
- GO Global ขยายโอกาสสินค้าและบริการไทยสู่ตลาดโลก
- GO Green พัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
ทั้งหมดนี้ มีเป้าหมายสำคัญ คือ การยกระดับ SMEs ไทย ให้สามารถแข่งขันได้จริงในเวทีโลก และเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในอนาคต


