posttoday

เลือกตั้ง 69 เอกชนชี้โจทย์ประเทศ ไม่ใช่แข่งนโยบาย แต่ต้องทำได้จริง ชง 6 วาระฟื้นเศรษฐกิจ

07 มกราคม 2569

เอกชน ชี้ชัดเลือกตั้ง 69 “โจทย์ประเทศไม่ใช่แข่งนโยบายสวยหรูทางการเมือง ท้ารัฐบาลใหม่ต้องทำได้จริง” พร้อมเสนอ 6 วาระแห่งชาติฟื้นเศรษฐกิจ

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ภาคเอกชนมองว่าโจทย์สำคัญของประเทศไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันด้านนโยบายหรือคำมั่นสัญญาทางการเมือง แต่คือความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่ในการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง และตรวจสอบได้ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

 

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างหลายด้านพร้อมกัน ทั้งด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ปัญหาหนี้ครัวเรือน คุณภาพแรงงาน และข้อจำกัดด้านระบบราชการ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการระยะสั้นหรือเชิงประชานิยม แต่จำเป็นต้องยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่มีเป้าหมายชัดเจนและดำเนินการอย่างต่อเนื่องข้ามรัฐบาล

 

 

6 ปัญหาวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งจัดการ

 

หอการค้าไทยสรุปข้อกังวลสำคัญที่เห็นว่าควรถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ได้แก่

 

1. กรอบยุทธศาสตร์ชาติที่ปฏิบัติได้จริง ต้องมีเป้าหมายเชิงปฏิบัติ ตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์จริง และความต่อเนื่องข้ามรัฐบาล เพื่อลดความผันผวนของนโยบายและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและภาคธุรกิจ

 

2. การปฏิรูประบบราชการและปราบปรามคอร์รัปชัน ระบบราชการที่ซับซ้อนและขาดประสิทธิภาพเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนนโยบายและการทำธุรกิจ จำเป็นต้องเร่งปรับกระบวนการให้โปร่งใส เป็นธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

 

3. การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแรงงาน แรงงานไทยยังไม่สอดรับกับความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่ จึงต้องเร่งยกระดับทักษะ แก้ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างระบบการศึกษากับภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมมูลค่าสูง

 

4. ระบบการบริหารแบบบูรณาการ ต้องยุติการทำงานแบบแยกส่วน เพิ่มการบูรณาการข้อมูล หน่วยงาน และทรัพยากร เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นระบบและลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานของภาครัฐ

 

5. การปฏิรูปภาคเกษตรอย่างยั่งยืน มุ่งลดต้นทุนการผลิต แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง พัฒนาโลจิสติกส์ และส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

 

6. แผนรับมือภัยพิบัติระดับประเทศ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบเตือนภัย การบริหารจัดการน้ำ และแผนรับมือภัยพิบัติที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ

 

เศรษฐกิจภูมิภาค หัวใจความยั่งยืนของประเทศ

 

หอการค้าไทยเน้นย้ำว่า เศรษฐกิจภูมิภาคไม่ใช่เรื่องรอง เพราะการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงจำเป็นต้องอาศัยพลังจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยปัจจัยท้าทายสำคัญที่กำลังฉุดรั้งการเติบโตในระดับพื้นที่ ได้แก่

  • การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่รุนแรงขึ้น
  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการน้ำ
  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนและสภาพคล่องของผู้ประกอบการ SMEs
  • ความไม่แน่นอนของการค้าและการลงทุนภายใต้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
  • ปัญหาด้านสังคมและธุรกิจสีเทาที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจ

 

ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ภาคเอกชนต้องการเห็น

 

เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างมั่นคงและขยายตัวได้จริง หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับ “กลไกเชิงยุทธศาสตร์” มากกว่ามาตรการชั่วคราว โดยประกอบด้วย

  • กลไกขับเคลื่อนร่วมรัฐ–เอกชน จัดตั้งกลไกหรือคณะกรรมการเศรษฐกิจที่มีอำนาจจริง ตัวชี้วัดชัดเจน และแผนปฏิบัติที่ติดตามผลได้
  • การยกระดับ SMEs และการส่งออก ผ่านการปรับโครงสร้างการผลิต เทคโนโลยี มาตรฐาน และการจัดสรรงบประมาณที่ตรงเป้า
  • ระบบการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย คุณภาพ และเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวต่อหัว
  • การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนและตลาดทุน ด้วยระบบกำกับดูแลที่โปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
  • การสร้างรายได้ผ่านการจ้างงานจริง เน้นการสร้างงานและรายได้ที่ยั่งยืน มากกว่ามาตรการระยะสั้น
  • การใช้กลไกการเงินของรัฐอย่างบูรณาการเพื่อสนับสนุนการลงทุนและการขยายตัวของภาคธุรกิจ พร้อมดูแลเสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยน
  • การปลดล็อกกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ

 

ข่าวล่าสุด

เลือดสาด! DELTA ทุบหุ้นไทยดิ่งหนัก 16 จุด จังหวะนี้แค่มอง หรือ ซื้อ ?