เลือกตั้ง 69 เอกชนชี้โจทย์ประเทศ ไม่ใช่แข่งนโยบาย แต่ต้องทำได้จริง ชง 6 วาระฟื้นเศรษฐกิจ
เอกชน ชี้ชัดเลือกตั้ง 69 “โจทย์ประเทศไม่ใช่แข่งนโยบายสวยหรูทางการเมือง ท้ารัฐบาลใหม่ต้องทำได้จริง” พร้อมเสนอ 6 วาระแห่งชาติฟื้นเศรษฐกิจ
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ภาคเอกชนมองว่าโจทย์สำคัญของประเทศไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันด้านนโยบายหรือคำมั่นสัญญาทางการเมือง แต่คือความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่ในการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง และตรวจสอบได้ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ
เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างหลายด้านพร้อมกัน ทั้งด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ปัญหาหนี้ครัวเรือน คุณภาพแรงงาน และข้อจำกัดด้านระบบราชการ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการระยะสั้นหรือเชิงประชานิยม แต่จำเป็นต้องยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่มีเป้าหมายชัดเจนและดำเนินการอย่างต่อเนื่องข้ามรัฐบาล
6 ปัญหาวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งจัดการ
หอการค้าไทยสรุปข้อกังวลสำคัญที่เห็นว่าควรถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ได้แก่
1. กรอบยุทธศาสตร์ชาติที่ปฏิบัติได้จริง ต้องมีเป้าหมายเชิงปฏิบัติ ตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์จริง และความต่อเนื่องข้ามรัฐบาล เพื่อลดความผันผวนของนโยบายและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและภาคธุรกิจ
2. การปฏิรูประบบราชการและปราบปรามคอร์รัปชัน ระบบราชการที่ซับซ้อนและขาดประสิทธิภาพเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนนโยบายและการทำธุรกิจ จำเป็นต้องเร่งปรับกระบวนการให้โปร่งใส เป็นธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
3. การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแรงงาน แรงงานไทยยังไม่สอดรับกับความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่ จึงต้องเร่งยกระดับทักษะ แก้ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างระบบการศึกษากับภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
4. ระบบการบริหารแบบบูรณาการ ต้องยุติการทำงานแบบแยกส่วน เพิ่มการบูรณาการข้อมูล หน่วยงาน และทรัพยากร เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นระบบและลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานของภาครัฐ
5. การปฏิรูปภาคเกษตรอย่างยั่งยืน มุ่งลดต้นทุนการผลิต แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง พัฒนาโลจิสติกส์ และส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
6. แผนรับมือภัยพิบัติระดับประเทศ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบเตือนภัย การบริหารจัดการน้ำ และแผนรับมือภัยพิบัติที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ
เศรษฐกิจภูมิภาค หัวใจความยั่งยืนของประเทศ
หอการค้าไทยเน้นย้ำว่า เศรษฐกิจภูมิภาคไม่ใช่เรื่องรอง เพราะการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงจำเป็นต้องอาศัยพลังจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยปัจจัยท้าทายสำคัญที่กำลังฉุดรั้งการเติบโตในระดับพื้นที่ ได้แก่
- การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่รุนแรงขึ้น
- ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการน้ำ
- ปัญหาหนี้ครัวเรือนและสภาพคล่องของผู้ประกอบการ SMEs
- ความไม่แน่นอนของการค้าและการลงทุนภายใต้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
- ปัญหาด้านสังคมและธุรกิจสีเทาที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจ
ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ภาคเอกชนต้องการเห็น
เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างมั่นคงและขยายตัวได้จริง หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับ “กลไกเชิงยุทธศาสตร์” มากกว่ามาตรการชั่วคราว โดยประกอบด้วย
- กลไกขับเคลื่อนร่วมรัฐ–เอกชน จัดตั้งกลไกหรือคณะกรรมการเศรษฐกิจที่มีอำนาจจริง ตัวชี้วัดชัดเจน และแผนปฏิบัติที่ติดตามผลได้
- การยกระดับ SMEs และการส่งออก ผ่านการปรับโครงสร้างการผลิต เทคโนโลยี มาตรฐาน และการจัดสรรงบประมาณที่ตรงเป้า
- ระบบการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย คุณภาพ และเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวต่อหัว
- การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนและตลาดทุน ด้วยระบบกำกับดูแลที่โปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
- การสร้างรายได้ผ่านการจ้างงานจริง เน้นการสร้างงานและรายได้ที่ยั่งยืน มากกว่ามาตรการระยะสั้น
- การใช้กลไกการเงินของรัฐอย่างบูรณาการเพื่อสนับสนุนการลงทุนและการขยายตัวของภาคธุรกิจ พร้อมดูแลเสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยน
- การปลดล็อกกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ


