อัลติเมท เดสตินี่ เปิดตัว Human Energy x AI ใช้ศาสตร์ 5 ธาตุยกระดับองค์กร
อัลติเมท เดสตินี่ พลัส เปิดตัวแพลตฟอร์ม Human Energy x AI ผสานศาสตร์ 5 ธาตุยกระดับผู้นำยุคใหม่ ระบบวิเคราะห์ “พลังของคน” ด้วย AI ช่วยองค์กรเข้าใจจุดแข็งทีมงาน–พัฒนาภาวะผู้นำ เตรียมรับปีมะเมียไฟ 2026 ปี
มูลค่าเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับกระแสมูเตลูทั่วโลกในปี 2023 อยู่ที่ราว 493,200 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตแตะ 1.5 ล้านล้านบาทภายใน 10 ปี ขณะที่ตลาดมูเตลูในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท และยังขยายตัวต่อเนื่อง
ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชี้ว่า 96% ของคนไทยมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดูดวงหรือทำบุญ และกว่า 75% หรือคิดเป็น 52 ล้านคน มีความเชื่อด้านมูเตลู โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการดูดวงอยู่ที่ราว 500 บาทต่อครั้ง และคนไทยดูดวงเฉลี่ย 3.2 ครั้งต่อปี
หมายความว่า ผู้บริโภคไทยใช้เงิน ประมาณ 1,000–2,000 บาทต่อปี กับการดูดวง
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่แบรนด์สามารถนำไปต่อยอด พัฒนากลยุทธ์ “Muketing” เพื่อตอบโจทย์ความเชื่อ ความต้องการ และพฤติกรรมของผู้บริโภคสายมูได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อัลติเมท เดสตินี่ สตาร์ทอัพสายมู แพลตฟอร์มบริการด้านที่ปรึกษาโหราศาสตร์ E-Learning และฝึกอบรมองค์กรด้วยศาสตร์โหงวเฮ้ง อ่านใบหน้าบุคคล ฮวงจุ้ย ดวงจีน และโหราศาสตร์สากล ได้เปิดตัว “Ultimate Destiny Plus” แพลตฟอร์ม Human Energy Intelligence รุ่นล่าสุด ที่นำศาสตร์จีนโบราณ 5 ธาตุ, Face Reading และ Energy Psychology ผสานเข้ากับเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยให้องค์กรเข้าใจ “พลังของคน” ในระดับลึก พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาผู้นำและการทำงานเป็นทีมในยุคที่ AI เปลี่ยนโลกงานอย่างรวดเร็ว
แนวคิดของแพลตฟอร์มอ้างอิงหลักการ Decode Inner, Perform Outer เมื่อคนรู้จักตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และเข้าใจพลังของทีม องค์กรจะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด
AI ทำงานเร็วขึ้น แต่คนกลับเครียดขึ้น ทำให้องค์กรต้องเริ่มจากพลังภายใน
ชวนนท์ กลางเปรมจิตต์ (Nond Chowanond Klungpremchitt)
CEO & Founder, Ultimate Destiny / U Destiny กล่าวว่า ปี 2026 ตามศาสตร์จีนคือ ปีมะเมียไฟ (Fire Horse) โดดเด่นด้านพลังผู้นำ ความเร็วในการตัดสินใจ การเปลี่ยนผ่าน และความโปร่งใสในการทำงานร่วมกับทีมพลัง “ไฟ + ม้า” ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนตัวที่รวดเร็วและการรีเซ็ตวิธีการทำงานให้สมดุลกับตัวเองมากขึ้น องค์กรจึงจำเป็นต้องมองเห็น “พลังของคน” ผ่านธาตุทั้ง 5 เพื่อป้องกันความขัดแย้งและเสริมทีมเวิร์กให้ลื่นไหล
ขณะที่ AI ทำให้องค์กรเร็วขึ้น แต่ทีมจะทำงานร่วมกันได้ดี ก็ต่อเมื่อเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI แทนไม่ได้
ข้อมูลจากงานวิจัยทั่วโลกปี 2024–2025 ระบุว่า แม้ AI ช่วยเพิ่ม productivity แต่หลายประเทศกลับพบความเครียด ความสัมพันธ์ในทีม และความหมายของงานลดลง โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกที่ใช้งาน AI สูงที่สุด แต่มีอัตรา stress และ burnout สูงที่สุดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปี 2026 คือปีที่องค์กรต้อง Decode Inner เพื่อปลดล็อกศักยภาพ ก่อนพัฒนา Performance ให้ยั่งยืน
Workshop รุ่นใหม่ เข้าใจคนด้วยศาสตร์ 5 ธาตุ
อันธิกา ลิมปิอนันต์ชัย (ซินแสมาสเตอร์อลิซ) CO-CEO Ultimate Destiny และผู้เชี่ยวชาญด้านโหงวเฮ้งและศาสตร์พลังชีวิต เปิดเผยว่า คอร์สนี้ออกแบบมาเพื่อองค์กรยุคใหม่ เน้น 4 แกนสำคัญ
- Self Energy Awareness – รู้จักตัวเอง
- Team Energy Mapping – เข้าใจทีม
- Energy Communication – สื่อสารแบบตรงใจ
- Human Energy x AI Leadership – ผสานพลังมนุษย์เข้ากับเทคโนโลยี
รวมถึงการอ่านธาตุ 5 ประเภทและจุดเด่นในองค์กร
- ไม้: นักวางแผน มองไกล พร้อมเริ่มต้นสิ่งใหม่
- ไฟ: ผู้นำที่สร้างพลัง กระตือรือร้น สร้างแรงบันดาลใจ
- ดิน: เสาหลักของทีม มั่นคง ช่วยสนับสนุน
- ทอง: คิดเป็นระบบ วิเคราะห์เก่ง มีเหตุผล
- น้ำ: นักสื่อสาร เข้าใจอารมณ์ และประสานงานเก่ง
"เมื่อทุกคนรู้ว่าตัวเองเป็นธาตุอะไร และเพื่อนร่วมงานเป็นอะไร วิธีทำงานร่วมกันจะเปลี่ยนทันที การใช้ศาสตร์โบราณร่วมกับเทคโนโลยีจะช่วยให้ทีมเข้าใจกันลึกขึ้น มีความสุขขึ้น และทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม"
แพลตฟอร์มที่องค์กรยุค AI ต้องมี แพลตฟอร์มและเวิร์กช็อปถูกออกแบบเพื่อช่วยองค์กร โดยเฉพาะ HR วิเคราะห์ทีมได้ลึกขึ้น ผู้บริหารมองเห็นจุดแข็งรายบุคคลออกแบบโครงสร้างงานให้ตรงกับพลังของทีมผู้นำพัฒนา Leadership Energy ได้ตรงจุด โดยมีฟีเจอร์หลัก Element Intelligence วิเคราะห์ธาตุ, Energy Profile แบบรายบุคคลและทีม, Face Reading AI Insight, Leadership Energy ,Map Team Energy Real-Time และ Astrology & Energy Timing (รองรับปีมะเมียไฟ 2026)
อย่างไรก็ตาม Ultimate Destiny ถือเป็นบริษัทแรกในไทยที่สร้างแพลตฟอร์ม Human Energy Intelligence แบบครบวงจร นำศาสตร์พลังชีวิตจีนปรับใช้กับ Corporate Training เพื่อสร้างคนที่สมดุลและทีมที่เข้าใจกันจริง ผ่านแนวคิด Decode Inner -Perform Outer


