ตำนาน 'ตั้งฮั่วเส็ง บางลำพู’ 63 ปี ก่อนปิดบริการ สะท้อนยุคเปลี่ยนผ่านค้าปลีก
เมื่อค้าปลีกดั้งเดิมเผชิญยุคเปลี่ยนผ่าน ย้อนตำนาน "ตั้งฮั่วเส็ง บางลำพู" เปิดมา 63 ปี จากร้านขายอุปกรณ์งานฝีมือสู่ห้างประจำย่าน ก่อนประกาศปิดให้บริการ
การปิดตำนาน “ตั้งฮั่วเส็ง บางลำพู” สะท้อนถึงยุคเปลี่ยนผ่านธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิม ที่ต้องเผชิญทั้ง การเติบโตของค้าปลีกยักษ์ใหญ่ โจทย์การแข่งขันด้านเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่หันสู่ช้อปปิ้งออนไลน์ ความท้าทายของธุรกิจครอบครัวที่ต้องปรับตัวให้ทันโลกดิจิทัล
แม้แบรนด์จะยืนหยัดมายาวนานกว่า 63 ปี แต่ในที่สุดก็ไม่อาจต้านคลื่นความเปลี่ยนแปลงได้
ตั้งฮั่วเส็ง บางลำพู ถือเป็นห้างคู่ย่านที่อยู่ในความทรงจำของคนกรุงเทพฯ มายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ ให้บริการวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ถือเป็นการปิดฉากสาขาสุดท้ายของแบรนด์สรรพสินค้าชื่อดัง หลังสาขาธนบุรีปิดตัวไปก่อนหน้าเมื่อกันยายน 2567
ด้านเพจ Tang Hua Seng Group ระบุว่า สินค้าบางส่วนจะถูกย้ายไปจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนตัวอาคารบางลำพูเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของใหม่ ซึ่งยังไม่เปิดเผยทิศทางการพัฒนาในอนาคต
จากร้านอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยสู่ห้างประจำชาวบางลำพู
ตั้งฮั่วเส็ง เดิมชื่อ “ห่วงเส็ง” (ปี พ.ศ. 2497) ช่วงแรก ๆ เปิดเป็นร้านขายถ้วยชาม ก่อนเปลี่ยนมาโฟกัสสินค้างานฝีมือ ขายเครื่องเย็บปักถักร้อย และพัฒนาจนกลายเป็น “ตั้งฮั่วเส็ง บางลำพู” สาขาแรกที่ผู้คนคุ้นเคย ในปี 2505
ผู้ก่อตั้งคือ นายอุดม จุนประทีปทอง ส่วนที่มาของชื่อคือ
- ตั้ง = แซ่ของตระกูล
- ฮั่ว = ชื่อบิดา
- เส็ง = เจริญรุ่งเรือง
ความสำเร็จทำให้ในปี 2534 มีการขยายสู่ฝั่งธนบุรี เปิดตัว “ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี” ตั้งใจให้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของย่านในช่วงเวลานั้น
ยุคปรับตัว สู่ T-SQUARE และจุดเปลี่ยนสำคัญ
ปี 2554 ตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่เป็น T-SQUARE ปรับภาพลักษณ์สู่ห้างสรรพสินค้าเต็มรูปแบบ พร้อมชูจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็น Hobby Center, ซูเปอร์มาร์เก็ตราคาย่อมเยา,แผนกเย็บปักถักร้อยอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
อย่างไรก็ตาม วิกฤตสำคัญเกิดขึ้น เมื่อการไฟฟ้านครหลวงแจ้งยุติการจ่ายไฟให้แก่อาคาร 12 ชั้นของสาขาธนบุรี ส่งผลให้ต้องปิดทำการทันที
ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ส่งหนังสือแจ้งปิดทำการแก่ผู้ประกอบการภายในห้าง สาขาธนบุรี โดยระบุสาเหตุว่า ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็งได้รับหนังสือแจ้งจากการไฟฟ้านครหลวง เรื่องขอยุติการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่อาคารสรรพสินค้า 12 ชั้น สาขาธนบุรี ในวันอังคารที่ 10 กันยายน 2567 เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องปิดทำการห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง สาขาธนบุรี อาคาร 12 ชั้น ซึ่งมีผลกระทบในพื้นที่ขายทั้งหมด
ก่อนจะปิดตัว “ตั้งฮั่วเส็ง” มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องมานาน และหากส่องรายได้ตั้งแต่ปี 2560 - 2564 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่รายงาน ดังนี้
- ปี 2560 รายได้รวม 892.86 ล้านบาทขาดทุน 122.47 ล้านบาท
- ปี 2561 รายได้รวม 827.34 ล้านบาทขาดทุน 28.88 ล้านบาท
- ปี 2562 รายได้รวม 792.10 ล้านบาทขาดทุน 93.52 ล้านบาท
- ปี 2563 รายได้รวม 613.58 ล้านบาทขาดทุน 49.30 ล้านบาท
- ปี 2564 รายได้รวม 409.74 ล้านบาทขาดทุน 43.78 ล้านบาท
ตลาดค้าปลีกแข่งเดือด
ค้าปลีกในปี 2568 เข้าสู่ช่วงที่มีการแข่งขันดุเดือด จากข้อมูลของแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย เผยว่า ณ สิ้นปี 2567 พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ ได้เพิ่มขึ้นเป็น 9.06 ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้น 163,028 ตารางเมตร หรือ 1.83% จากปีก่อน และในปี 2568 นี้ พื้นที่ค้าปลีกขยายตัวอีก 269,458 ตารางเมตร โดยส่วนใหญ่จะมาจากโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ การเปิดคอมมูนิตี้มอลล์ใหม่ และการรีโนเวทพื้นที่เดิม
แม้ว่าอุปทานที่เพิ่มขึ้นนี้จะสะท้อนถึงความต้องการที่สูงจากทั้งแบรนด์ต่างชาติและธุรกิจในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ในขณะเดียวกัน การแข่งขันในตลาดนี้ก็ทวีความเข้มข้นขึ้น ผู้พัฒนาจึงต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การปรับพื้นที่ให้ทันสมัย พร้อมกับพัฒนาโมเดลธุรกิจให้รองรับการเชื่อมต่อระหว่างช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ (Omni Channel) ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้พัฒนาต้องพิจารณา ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคมากขึ้น


