posttoday

“ยากินิกุ ไลค์” มองเศรษฐกิจปีนี้ท้าทาย ปรับลดลง จับเทรนด์หม่าล่า

19 พฤศจิกายน 2568

“ยากินิกุ ไลค์” ร้านปิ้งย่างคนเดียวได้ จากญี่ปุ่น รับเศรษฐกิจปีนี้ท้าทาย ยอมปรับลดราคาลง คอลแลป “ฟ้าไทย” จับเทรนด์หม่าล่าขยายฐานลูกค้า เร่งสปีดสู่เป้า 1,000 ล้าน

แม้ว่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยจะแน่นและมีการแข่งขันกันดุเดือด หากดูจากสถิติของ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ จะพบว่าประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นเกือบๆ 6,000 ร้าน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การเข้ามาของ ยากินิกุ ไลค์ (YAKINIKU LIKE) ในไทยเมื่อ 4 ปีก่อน โดยบริษัท เอ็มเอ็กซ์ แจแปนนิส ฟู้ด คอนเซ็ปต์ (ประเทศไทย) จำกัด ต้องการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดปิ้งย่าง โดยเฉพาะการเข้ามาเปลี่ยนภาพจำว่า “ปิ้งย่างต้องมากันเป็นกลุ่ม” กลายเป็นทานคนเดียวได้ 

 

สำหรับยากินิกุ ไลค์ เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2561 โดยคุณอาริมุระ โมริฮิสะ ซึ่งคุณอาริมุระเห็นว่าคนรุ่นใหม่ เริ่มมีไลฟ์สไตล์ที่ออกมารับประทานอาหารคนเดียว ไม่อยากรอใคร ในขณะเดียวกันก็ต้องการกินอาหารที่อร่อยและมีความรวดเร็ว 

 

โมเดลของร้านคือ Fast Casual ผสมระหว่าง Fast Food ที่เร็ว กับ Casual Dining ที่คุณภาพดี มีเตาไร้ควันส่วนตัว นั่งแบบเป็นส่วนตัวเหมือนโต๊ะสอบ และเสิร์ฟใน 3 นาทีส่วนเมนูเด่นของร้าน ก็จะมีเนื้อคุณภาพยอดนิยมตั้งแต่ เนื้อวากิว เนื้อคารูบิ เนื้อฮารามิ เนื้อไพรม์คารูบิ ลิ้นวัว และเนื้ออื่น ๆ อย่างหมูและไก่ โดยลูกค้าสามารถเลือกได้ทั้งในรูปแบบเป็นชุด หรือเป็นจานเดี่ยว

 

บริษัท เอ็มเอ็กซ์ แจแปนนิส ฟู้ด คอนเซ็ปต์ (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้ามาเปิดสาขาแรกในไทยเมื่อปี 2564 เซ็นทรัลลาดพร้าว และปัจจุบันได้ขยายจนถึง 22 สาขาแล้ว และมีแผนจะขยายครบ 30 สาขาภายในปีหน้า 

“ยากินิกุ ไลค์” มองเศรษฐกิจปีนี้ท้าทาย ปรับลดลง จับเทรนด์หม่าล่า

เป้าใหญ่ ปี 2027 ยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท

ทิพย์สุดา อเนกวัชรากรณ์ Marketing Manager เปิดเผยว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ยากินิกุ ไลค์ เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสาขา จากเป้าหมายเดิมที่จะมี 30 สาขาใน 5 ปี ปัจจุบันสิ้นปีนี้มี 22 สาขาแล้ว และวางแผนเปิดเพิ่มอีก 8 สาขาในปีหน้า ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของปี 2569 รวมถึงการขยายสาขาจะปรับโมเดลให้เล็กลงเหลือ อยู่ที่ 125–150 ตารางเมตร

 

สำหรับรายได้คาดว่าจะปิดที่ ราว 700 ล้านบาทในปีนี้ โดยสาขาที่ทำผลงานดีที่สุดคือ เซ็นทรัลลาดพร้าว ตามด้วยเซ็นทรัลเวิลด์ และเมกาบางนา และปีหน้าจะเติบโตเพิ่มประมาณ 20% หากสามารถเปิดครบ 30 สาขาตามแผน ภายในปี 2027 ยอดขายมีแนวโน้มแตะ 1,000 ล้านบาท

 

กลยุทธ์ยากินิกุ ไลค์ จับเทรนด์ Solo Dining

ปัจจัยการเติบโตที่ผ่านมา ยากินิกุ ไลค์ ชูการบริการเสิร์ฟอาหารเร็วภายใน 3 นาที พร้อม เตาย่างไร้ควัน และ ระบบดูดควัน 2 ชั้น ที่ช่วยลดกลิ่นเนื้อย่างไม่ให้ติดเสื้อผ้า โดยลงทุนในส่วนนี้ถึง 30% ของค่าก่อสร้างร้าน

 

อีกปัจจัยสำคัญที่สร้างความนิยมคือ เทรนด์ Solo Dining หรือการทานอาหารคนเดียว ซึ่งหลายคนอาจรู้สึกเขินหรือยาก โดยเฉพาะกับอาหารปิ้งย่าง แบรนด์ได้ออกแบบร้านให้สามารถทานคนเดียวได้เต็มที่ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

 

แม้ปัจจุบันมีคู่แข่งที่เปิดร้านรองรับเทรนด์ Solo Dining มากขึ้น แต่ Yakiniku Like ยังคงจุดแข็งเรื่อง รสชาติคุณภาพ, ความรวดเร็วในการเสิร์ฟ, สามารถอิ่มอร่อยใน 60 นาทีโดยไม่มีกลิ่นติดตัว และคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

 

เศรษฐกิจซบเซา ร้านอาหารแข่งเดือด 

ทิพย์สุดา กล่าวว่า ในความท้าทายของตลาดปิ้งย่างคือการรักษา Positioning ให้ชัด ทั้งความเป็น Casual Dining ราคาที่เข้าถึงได้ และคุณภาพระดับพรีเมียมที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า สิ่งที่จะทำให้เรายืนระยะในตลาดได้คือคุณภาพ ทั้งเรื่อง Health, Quick และ Value ที่เรายึดไว้เป็นมาตรฐาน

 

เช่นเดียวกับกำลังซื้อคน ที่กระทบอย่างมากต่อร้านอาหารประเภทนี้ ยากินิกุ ไลค์ พยายามปรับลดราคาลงราว ๆ 2% ในบางเมนู หลังได้ยินเสียงผู้บริโภคสะท้อนมาว่าราคาแพง และพยายามหาลูกเล่นใหม่ ๆ ทางการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้า 

“ยากินิกุ ไลค์” มองเศรษฐกิจปีนี้ท้าทาย ปรับลดลง จับเทรนด์หม่าล่า

คอลแลปฟ้าไทย ออกรสหม่าล่า 

อีกหนึ่งกลยุทธ์ล่าสุดของ Yakiniku Like คือการร่วมกับ ฟ้าไทย เปิดตัวเมนูพิเศษ Boss & Baby รสหมาล่า 2 ระดับความเผ็ด ให้บริการทุกสาขาถึง วันที่ 11 ธันวาคม 2568

 

ทิพย์สุดา กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 4 ปีในไทย ทางแบรนด์จึงมองหาสิ่งใหม่ ๆ ให้ลูกค้า เพิ่มโปรดักต์และประสบการณ์ที่แตกต่าง ซึ่งถือเป็น Collaboration ครั้งแรก ของทั้งสองแบรนด์ในรูปแบบ Casual Dining

 

“หลายคนรู้ว่ายากินิกุ ไลค์ เด่นเรื่องเนื้อพรีเมียม ขณะที่ฟ้าไทยเป็นเบอร์หนึ่งด้านหมาล่า การจับมือครั้งนี้เหมือนนำจุดแข็งของทั้งสองฝั่งมาเจอกัน ทำให้ลูกค้าได้ทั้งเนื้อคุณภาพดีและหมาล่ารสต้นตำรับในมื้อเดียวกัน และเพื่อแก้ปัญหาเรื่องกลิ่น ฟ้าไทยและยากินิกุใช้ เตา Smokeless พร้อมระบบดูดควัน 2 ชั้น ที่ออกแบบมาเพื่อลดกลิ่นติดตัว ทำให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถทานได้โดยไม่ต้องกังวล"

 

ด้านอริญชย์ เพ็งแป้น ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท วันทูเทรดดิ้ง จำกัด จาก ฟ้าไทย กล่าวว่า แบรนด์ต้องพัฒนาซอสสำหรับปิ้งย่างสูตรใหม่ทั้งหมดสำหรับโปรเจกต์นี้โดยใช้เวลาลองกว่า 40 เวอร์ชัน จนได้รสชาติที่ลงตัวและตอบโจทย์ทั้งสองแบรนด์


“แม้บางคนคิดว่ากระแสหมาล่าดูเงียบลง แต่จริง ๆ การบริโภคยังสูง หมาล่ากลายเป็นเมนูประจำของคนไทยแล้ว การคอลแลปครั้งนี้ช่วยเข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่ม และเป็นโอกาสให้ผู้บริโภครู้จักทั้งสองแบรนด์มากขึ้น”

 

ทิพย์สุดาเสริมว่า หากผลตอบรับดี ปีหน้ามีโอกาสปรับสูตรใหม่ เช่น เพิ่มระดับความเผ็ดกลาง หรือเพิ่มความสนุกด้วยสูตรใหม่ ๆ โดยปัจจุบัน สูตร Boss ขายดีกว่า Baby ถึง 80:20

 

ส่องผลประกอบการ ยากินิกุ ไลค์ 

  • ปี 2564 : รายได้ 7 ล้านบาท, ขาดทุน 3 ล้านบาท
  • ปี 2565 : รายได้ 126 ล้านบาท, กำไร 20 ล้านบาท
  • ปี 2566 : รายได้ 273 ล้านบาท, กำไร 22 ล้านบาท
  • ปี 2567 : รายได้ 436 ล้านบาท, กำไร 30 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ เป้าหมายปี 2568 ปิดที่ 700 ล้านบาท และภายใน 2 ปีแตะ 1,000 ล้าน 

 

 

ข่าวล่าสุด

นายกฯอนุทิน - ประธานฉาย บุนนาคร่วมฉลองความสัมพันธ์170ปีอังกฤษ-ไทย