posttoday

ส่อง 3 ธุรกิจสายมูของคนรุ่นใหม่ สร้างซอฟต์พาวเวอร์แฟชั่นไทย

11 พฤศจิกายน 2568

รู้จัก 3 ธุรกิจแฟชั่นสายมูมาแรง จากหนังรีไซเคิล สู่จิวเวลรี่และอโรมาเสริมพลัง คนรุ่นใหม่สร้างซอฟต์พาวเวอร์

แฟชั่นสายมูไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วในยุคนี้ ก่อนหน้านี้โพสต์ทูเดย์เคยรายงานว่า คนไทยเริ่มเปิดใจซื้อเครื่องราง กำไล เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าที่ซ่อนสัญลักษณ์มงคลอยู่เบื้องหลัง เพื่อเป็นแรงยึดเหนี่ยวใจและสร้างพลังบวกให้ชีวิต https://www.posttoday.com/smart-sme/733229

และนี่คือ 3 ธุรกิจน้องใหม่ ของคนรุ่นใหม่ ที่กำลังเชื่อมโยงโลกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์เข้ากับความเชื่อสายมูได้อย่างน่าสนใจไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าแฟชั่นสุดเก๋, จิวเวลรีดีไซน์เก๋, หรือแม้แต่ น้ำมันอะโรม่า ทุกธุรกิจล้วนมีเคล็ดลับและเรื่องราวที่สะท้อนความเชื่อ ความโชคดี และความตั้งใจของผู้สร้างสรรค์

"ธาอีส อีโคเลทเธอร์" หนังรีไซเคิลสู่แฟชั่นสายมูมงคล

ธันยวัฒน์ ทั่งตระกูล ผู้ร่วมก่อตั้ง THAIS ECOLEATHERS (ธาอีส อีโคเลทเธอร์) เล่าเบื้องหลังแบรนด์ว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากความตั้งใจแก้ปัญหาขยะเศษหนังที่สะสมนับหมื่นตันต่อปี ด้วยการใช้เวลา 2 ปีในการวิจัยและพัฒนา จนสำเร็จสร้าง หนังรีไซเคิล ที่ไม่ซ้ำชิ้นและใช้งานได้นาน 3–5 ปี พร้อมสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้อีกครั้ง การพัฒนานี้ยังคว้ารางวัล Green Technology จาก UNIDO อีกด้วย

“เรามองเห็นโอกาสในการต่อยอดให้สินค้ามีมิติใหม่ จึงเข้าร่วมโครงการส่งเสริมแฟชั่นสายมูมงคลกับดีพร้อม ซึ่งได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญช่วยพัฒนาดีไซน์ที่ผสมผสานความเป็นไทยกับความทันสมัย”

ธันยวัฒน์ ทั่งตระกูล

ผลลัพธ์คือ กระเป๋าพลังหิน ที่มีลวดลายคล้ายหินจริง พร้อมสื่อความหมายของหินมงคลได้อย่างลงตัว ได้รับความสนใจจากตลาด เพราะลูกค้าหลงใหลในเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ แบรนด์ยังขยายคอลเลกชันหินมงคล เช่น Tiger Eye (ไทเกอร์อาย) ที่สื่อถึงการปกป้อง และ Snowflake (สโนว์เฟลก) หินสำหรับผู้นำ ต่อยอดแฟชั่นสายมูมงคลได้อย่างครบวงจร

ธาอีส อีโคเลทเธอร์

ทั้งนี้ ธันยวัฒน์ มองว่า ชาวต่างชาติมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังอยู่แล้ว แฟชั่นสายมูแบบไทย ๆ จึงมีศักยภาพกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลกได้ แต่ความท้าทายคือต้องทำให้ดีไซน์ทันสมัย ไม่ซ้ำเดิม สามารถผสานกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยได้ ซึ่งแผนอนาคตของธาอีสคือพัฒนาคอลเลกชันต่อเนื่อง เช่น จากยันต์มหาอุตม์ โดยซ่อนความหมายเข้าไปอย่างละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นข้อความในการ์ดหรือลูกเล่นพิเศษ พร้อมขยายการใช้วัสดุรีไซเคิลอื่นๆ เพื่อสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนสามารถสร้างคุณค่าได้ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

         

อันยา เดอะ เฮิร์บ กับน้ำมันอโรม่าเสริมพลัง

อารยา เริงสำราญ เจ้าของแบรนด์ Anya The Herb (อันยา เดอะ เฮิร์บ) เล่าว่าได้ก่อตั้งแบรนด์ในปี 2565 โดยมุ่งนำสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพองค์รวมทั้งกายและจิตใจ มีผลิตภัณฑ์หลักคือยาสมุนไพรบำรุงฮอร์โมนและสบู่น้ำมันสำหรับผิวแพ้ง่าย อธิบายว่า จากความเชื่อและชื่นชอบการมูเพื่อเป็นสิริมงคลอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เมื่อเข้าร่วมโครงการได้นำแนวคิดเชื่อมโยงกับสายมู จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ “สุวรรณณ์ธารา” น้ำมันอโรม่าที่ได้รับการปลุกเสก เสริมพลังและความมั่นใจในการทำงานและความรัก ใช้แตะตามจุดชีพจรต่างๆ กลิ่นหอมผสมผสานจากพฤกษาธรรมชาติ เป็นเครื่องเสริมพลังแห่งจิตใจ

   ส่อง 3 ธุรกิจสายมูของคนรุ่นใหม่ สร้างซอฟต์พาวเวอร์แฟชั่นไทย     "ตลาดแฟชั่นสายมูมีศักยภาพเติบโตกว้างขวาง เพราะผู้คนต้องการหาที่พึ่งทางจิตใจมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจผันผวน การนำเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บิวตี้มาผสมผสานกับสายมูนับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งความสวยงามและความเชื่อ

อารยา เริงสำราญ

หากอธิบายด้วยเหตุผลเชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้ว่าสายมูช่วยสร้างความมั่นใจและส่งผลต่อการกระทำในทางบวก ตลาดจะขยายตัวได้มากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมสายมูมงคล โดยใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ พร้อมนำไปให้พระอาจารย์ให้พรเพื่อเสริมความศรัทธา สร้างผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณค่าทั้งภายนอกด้วยความหอมและภายในด้วยการดูแลจิตใจ วางแผนเปิดตัวสู่ตลาดภายในปี 2569

เพนนิล จิวเวลรี่ "นิลเมืองจันท์"

อีกหนึ่งแบรนด์ที่โดดเด่นในวงการแฟชั่นสายมูคือ Pennin Jewelry (เพนนิล จิวเวลรี่) จากจังหวัดจันทบุรี จุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดจากประสบการณ์กว่า 40 ปีในวงการอัญมณีของครอบครัว

ย้อนกลับไปช่วงปี พ.ศ. 2520 ครอบครัวเริ่มค้าขาย “พลอยแดง” หรือทับทิมสยาม โดยนำพลอยดิบจากเหมืองในจังหวัดจันทบุรี เช่น บ้านบ่อเวฬุ บ้านแสงแดง บ้านตกพรม บ้านนาวง รวมถึงอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด มาผ่านการเจียระไนโดยช่างฝีมือท้องถิ่น ก่อนนำไปจำหน่ายในตลาด พร้อมตั้งโรงงานเจียระไนของตัวเอง และต่อมาในปี พ.ศ. 2530 ขยายธุรกิจไปทำเหมืองพลอยไพลินที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ตรัยศิริเจริญ จำกัด

Pennin Jewelry (เพนนิล จิวเวลรี่)

เมื่อเหมืองพลอยปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2542 ครอบครัวจึงต่อยอดธุรกิจจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เปลี่ยนจากการผลิตพลอยดิบมาเป็นเครื่องประดับ จนกระทั่งเมื่อมีประสบการณ์และทีมงานเชี่ยวชาญ พร้อมวัตถุดิบทั้งพลอยดิบและพลอยเจียระไนเพียงพอ จึงก่อตั้งแบรนด์ของตัวเองในปี พ.ศ. 2558 ภายใต้ชื่อ “เพนนิล”

อาคิรา เจียมรัตนศิลป์ เจ้าของแบรนด์ เปิดเผยว่า แบรนด์สืบทอดธุรกิจอัญมณีจากคุณพ่อรุ่นบุกเบิกเหมืองพลอย และได้เข้าร่วมโครงการของดีพร้อม ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะไม่เพียงให้ความรู้เรื่องความเชื่อและวัฒนธรรม แต่ยังสอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การออกแบบที่ตอบโจทย์ ไปจนถึงกลยุทธ์การตลาด

หนึ่งในคอลเลคชั่นสำคัญของแบรนด์คือ คอลเลคชั่นนางกวัก ซึ่งนำเทพเจ้าไทยมาปรับเป็นรูปแบบร่วมสมัย ลดทอนรูปทรงเหลือเพียงลักษณะยกมือเรียบง่าย ออกแบบคล้ายใบนางกวักคว่ำสื่อถึงต้นไม้มงคล ฝังอัญมณีประจำวันเกิด และประดับยันต์เก้ายอด ยันต์นะชาลีติ และหัวใจพระสีวลี เพื่อเพิ่มพลังเมตตามหานิยม โชคลาภ และความก้าวหน้าให้ผู้สวมใส่

อาคิรา เจียมรัตนศิลป์

อย่างไรก็ตาม อาคิรามองว่าตลาดเครื่องประดับสายมูมีโอกาสเติบโตมาก เพราะตอบโจทย์ความต้องการหาที่พึ่งทางใจของคนรุ่นใหม่ ซึ่งแบรนด์ไม่ได้แค่ขายเครื่องประดับ แต่เพิ่มสตอรี่และคุณค่าเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีและมั่นใจมากขึ้น และในอนาคตจะต่อยอดสายมูไทยสู่เวทีสากล ผ่าน Storytelling ที่ชัดเจน โดยเชื่อมโยงรากเหง้าวัฒนธรรมไทยกับความเชื่อสากล เพื่อให้โลกรู้จักความศักดิ์สิทธิ์และเสน่ห์ของเทพเจ้าไทย

 

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง