posttoday
ส่งออกแฟชั่นไทย  2.2 แสนล้าน ดีพร้อมหนุน SME สร้างแบรนด์สู่เวทีโลก

ส่งออกแฟชั่นไทย 2.2 แสนล้าน ดีพร้อมหนุน SME สร้างแบรนด์สู่เวทีโลก

17 ตุลาคม 2568

แฟชั่นไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งออกพุ่ง 2.2 แสนล้าน ดีพร้อม เสริมศักยภาพผู้ประกอบการดึงซอฟต์พาวเวอร์ เสริมอัตลักษณ์ รังสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างแบรนด์ไทยสู่โลก

อุตสาหกรรมแฟชั่น เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมีมูลค่าการส่งออกราว 2.2 แสนล้านบาท และเกิดการจ้างงานราว 7.5 แสนคน แต่ด้วยสถานการณ์ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้กำลังเผชิญกับโจทย์ท้าทายสำคัญ

 

สะท้อนจากข้อมูลของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่พบว่าในช่วงปี 2568 อุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยและทั่วโลก ยังต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ต้นทุนแรงงานสูง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นจากประเทศคู่ค้า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการค้าโลก และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว 

 

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมองเห็นโอกาสที่จะสร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มศักยภาพใหม่ที่สอดคล้องกับแนวโน้มโลก 

 

โดยมุ่งดำเนินงานเชิงรุกผ่านนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ตามกลยุทธ์ “4 ให้ 1 ปฏิรูป” คือ ให้ทักษะใหม่ ให้เครื่องมือทันสมัย ให้โอกาสโตไกล ให้ธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชน และปฏิรูปดีพร้อมสู่องค์กรที่ทันสมัย ตามกลไกซอฟต์พาวเวอร์ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

 

ส่งออกแฟชั่นไทย  2.2 แสนล้าน ดีพร้อมหนุน SME สร้างแบรนด์สู่เวทีโลก

โดยในปี 2568 มีการดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแฟชั่นทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจและผู้ประกอบการมากกว่า 129 ราย อาทิ 

 

กิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์ และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นจากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล (Fashion Identity) ด้วยการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและดีไซน์ร่วมสมัย มุ่งสร้างแบรนด์ที่มีอัตลักษณ์และมาตรฐานสากล ลดการพึ่งพา OEM สู่การสร้างแบรนด์ไทยที่ยั่งยืน พร้อมขยายโอกาสการตลาด เชื่อมโยงเครือข่ายแฟชั่น และผลักดันเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

 

กิจกรรมพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทย ภายใต้โครงการพัฒนาและเชื่อมโยงเครือข่ายบุคลากรอุตสาหกรรมแฟชั่น (Fashion Alliance) มุ่งพัฒนาและและสร้างทักษะที่จำเป็น เพื่อยกระดับศักยภาพผู้เริ่มต้นทำธุรกิจด้านแฟชั่นสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ตั้งแต่การบริหารจัดการ การเขียนและวางแผนธุรกิจ การสร้างโมเดลธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์

 

รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายและสามารถสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับจัดตั้งและยกระดับธุรกิจแฟชั่น ตามนโยบาย “หนึ่งครอบครัว หนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS)” 

ส่งออกแฟชั่นไทย  2.2 แสนล้าน ดีพร้อมหนุน SME สร้างแบรนด์สู่เวทีโลก

แม้ตลาดโดยรวมจะมีความท้าทายแต่ยังมีโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์ได้เพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จากตลาดแฟชั่นในไทยที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

 

3 เทรนด์ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมแฟชั่น

 

โดยเฉพาะในกลุ่มเสื้อผ้าสตรีที่มีมูลค่าตลาดสูงถึงกว่า 12,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งดีพร้อมได้เห็นโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพร้อมเชื่อมโยงความเป็นซอฟต์พาวเวอร์กลุ่มแฟชั่นไทยกับเทรนด์ที่สำคัญในอนาคต ได้แก่ 

 

  • การเปลี่ยนผ่านจาก Fast Fashion สู่ Slow Fashion และความยั่งยืน ผู้ประกอบการควรมุ่งเน้นการผลิตและการสื่อสารด้านความยั่งยืนให้มากขึ้น จากเดิมที่เน้นการผลิตจำนวนมาก หรือบางกระบวนการที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้เส้นใยธรรมชาติท้องถิ่น การขับเคลื่อนการออกแบบเชิงหมุนเวียน การรีไซเคิล นำวัสดุเหลือใช้กลับมาเพิ่มมูลค่า ซึ่งไม่เพียงช่วยลดของเสียและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยก้าวสู่เวทีโลกในฐานะแฟชั่นที่เป็นมิตรต่อโลก ควบคู่กับการต่อยอด Soft Power ให้แฟชั่นไทยกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบและความสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

 

  • งานฝีมือที่สะท้อนความหรูหราที่เรียบง่าย (Quiet Luxury) โดยเทรนด์แฟชั่นระดับโลกกำลังหันมาสนใจความเรียบง่ายที่มีคุณภาพและเริ่มให้คุณค่ากับการเลือกใช้วัสดุที่พรีเมียม งานตัดเย็บประณีต และดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา แนวโน้มนี้ช่วยเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยที่มีความชำนาญด้านหัตถกรรม เช่น ผ้าไหมไทย ผ้าคราม มีโอกาสเข้าสู่ตลาดโลก และทำให้แฟชั่นไทยสามารถสร้างจุดขายที่แตกต่างและยั่งยืนในระยะยาว เป็นต้น

 

  • การเชื่อมโยงแฟชั่นกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์แฟชั่นไทย เช่น ผ้าไหม หรือเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวไทยในเชิง Soft Power ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสื่อสารวัฒนธรรมให้ผู้บริโภคได้เห็นรากเหง้าความเป็นไทยผ่านดีไซน์และเรื่องเล่า และมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาไว้ซึ่งความยั่งยืนของวัฒนธรรม และเศรษฐกิจของชุมชน

 

ส่งออกแฟชั่นไทย  2.2 แสนล้าน ดีพร้อมหนุน SME สร้างแบรนด์สู่เวทีโลก

นางสาวอารียา บุญช่วยแล้ว ผู้ก่อตั้งแบรนด์ INTHAI ที่ได้รับการสนับสนุนจากดีพร้อมในโครงการ Fashion Hero Brand และโครงการ DIPROM Thai Designer Lab เล่าว่า “INTHAI” เกิดขึ้นจากความหลงใหลในศิลปะและหัตถกรรมไทยที่มีเสน่ห์และความประณีตไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่บ่อยครั้งถูกมองว่าเป็นเรื่องโบราณและเข้าถึงยากจึงอยากทำให้งานศิลปะและหัตถกรรมไทย “อิน” กับยุคสมัยมากขึ้น ด้วยการหยิบแรงบันดาลใจจากหัตถกรรมไทยใกล้ตัว เช่น ลายคราม เบญจรงค์ และชามตราไก่ มาถ่ายทอดในเชิงสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ทั้งเสื้อผ้า ผ้าพันคอ และเครื่องประดับ ที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบงานดีไซน์ที่แตกต่างและไม่ซ้ำใคร ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ ทั้งคนรุ่นใหม่ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน นักท่องเที่ยว และผู้ที่รักงานคราฟต์ไทย 

 

ได้สัมผัสและภาคภูมิใจกับมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านการเล่าเรื่องที่ร่วมสมัย เป็นจุดเด่นสำคัญของแบรนด์ที่สามารถผสมผสาน “ความเก่าแก่” กับ “ความร่วมสมัย” ได้อย่างลงตัว โดยไม่หยิบลวดลายไทยมาใช้งานตรง ๆ แต่เลือกที่จะ re-design และสร้างสรรค์ใหม่ให้เข้ากับแฟชั่นสากล 

 

ทุกชิ้นงานยังใส่ใจคุณภาพและความประณีต เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าสิ่งที่ได้รับคือผลงานที่คุ้มค่าและมีเอกลักษณ์ การที่เรามีจุดยืนชัดเจนทำให้ผู้คนจดจำแบรนด์ได้ง่าย ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโต

 

“ผู้ซื้อสินค้าหลายคนมองว่าสินค้าของ “INTHAI” ไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่เป็น “งานศิลปะที่สวมใส่ได้จริง” สิ่งนี้ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถตั้งราคาที่สะท้อนทั้งคุณภาพและเรื่องราวของชิ้นงานได้อย่างเหมาะสม 

 

อีกทั้งยังทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักกว้างขึ้น สร้างยอดขายและฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะตลาดแฟชั่นไทยที่ต่อยอดจากวัฒนธรรมยังมีโอกาสมหาศาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สามารถ “ขายเรื่องราวและความเป็นไทย” สู่สายตาคนทั่วโลกได้ หากนำเสนอในรูปแบบที่ร่วมสมัยและสอดคล้องกับวิถีชีวิตปัจจุบัน จะช่วยสร้างรายได้ สร้างภาพลักษณ์ และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศ

 

ดังนั้น การได้รับการสนับสนุนจาก ดีพร้อม ช่วยลดข้อจำกัดที่ผู้ประกอบการรายเล็กต้องเจอ เช่น การเข้าถึงตลาดต่างประเทศ การจัดการธุรกิจ หรือค่าใช้จ่ายในการออกบูธ อีกทั้งยังเสริมจุดแข็งให้เราผ่านการอบรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างเครือข่ายธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ทำให้ INTHAI เติบโตอย่างมั่นคงและมีทิศทาง ที่สำคัญ ดีพร้อม ยังเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้แบรนด์ไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันได้จริงในเวทีโลก

 

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด บุรีรัมย์ พบ อยุธยา ยูไนเต็ด ไทยลีก วันนี้ 17 พ.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด บุรีรัมย์ พบ อยุธยา ยูไนเต็ด ไทยลีก วันนี้ 17 พ.ค.69