posttoday
ลุ้นเปิดเสรีขนส่งอีคอมเมิร์ซ สกัดผูกขาดแพลตฟอร์มใหญ่

ลุ้นเปิดเสรีขนส่งอีคอมเมิร์ซ สกัดผูกขาดแพลตฟอร์มใหญ่

17 ตุลาคม 2568

กมธ.เศรษฐกิจ เร่งผลักดันปรับกฎหมายแข่งขันทางการค้า สกัดพฤติกรรมผูกขาดของแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังพบผู้ค้า-ผู้บริโภคถูกบังคับใช้บริการขนส่งรายเดียว

ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัล และอีคอมเมิร์ซ กลายเป็นหัวใจของการค้าขายยุคใหม่ แพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่เข้ามามีบทบาทอย่างมหาศาลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคไทย แต่ในขณะที่เทคโนโลยีเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายขึ้น กลับปรากฏเงื่อนไขทางธุรกิจ ที่กำลังบีบรัดผู้ค้าและผู้บริโภคให้ตกอยู่ในกับดักของการผูกขาด ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ระบบอีโคซิสเต็มแบบปิด

หนึ่งในประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ คือ สิทธิในการเลือกผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ซึ่งถูกจำกัดโดยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ที่มักบังคับให้ร้านค้าและลูกค้าใช้บริการขนส่งเฉพาะรายที่มีความเชื่อมโยงกับตนเองเท่านั้น ส่งผลให้ผู้ค้าไทย โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี และผู้ขายรายย่อย ไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยไม่มีทางเลือก

กมธ.เศรษฐกิจลุยปรับกฎหมาย สกัดผูกขาดแพลตฟอร์ม

สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากจากผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากแพลตฟอร์มต่างชาติ โดยเฉพาะการถูกบังคับเลือกขนส่ง ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ของการแข่งขันในตลาดออนไลน์

ร้านค้าไม่สามารถเลือกผู้ขนส่งเองได้ ลูกค้าก็เลือกไม่ได้ ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่บริการกลับด้อยลง ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่งที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อถูกเลือกกลับสูญเสียรายได้

สิทธิพล กล่าว พร้อมยกตัวอย่างว่า ไปรษณีย์ไทยซึ่งเคยมีรายได้กว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี เหลือเพียง 20,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และขาดทุนกว่า 100 ล้านบาท ทั้งที่ธุรกิจขนส่งเติบโตสวนทางอย่างเห็นได้ชัด

ลุ้นเปิดเสรีขนส่งอีคอมเมิร์ซ สกัดผูกขาดแพลตฟอร์มใหญ่

กมธ.จึงได้กำหนดแนวทางแก้ปัญหา 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เปิดเสรีระบบขนส่งออนไลน์ ให้ร้านค้าและลูกค้ามีสิทธิเลือกผู้ขนส่งได้อย่างเสรี โดยให้หน่วยงานกำกับ เช่น สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า และสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์

2.กำกับราคาค่าขนส่งและค่าธรรมเนียม เพื่อไม่ให้แพลตฟอร์มใช้ประโยชน์ทางอำนาจเหนือตลาดกดราคา

และ 3.เพิ่มบทลงโทษแพลตฟอร์มที่ฝ่าฝืน ให้มีความรุนแรงเพียงพอ เพื่อไม่ให้รายใหญ่ยอมจ่ายค่าปรับเล็กน้อยแล้วผูกขาดต่อไปได้

"กฎหมายต้องมีเขี้ยวเล็บ ไม่ใช่ให้เสียค่าปรับเล็กน้อยแล้วทำต่อได้เหมือนเดิม" สิทธิพล กล่าว

เสียงสะท้อนจากผู้ค้า: ถูกมัดมือชก ไม่มีสิทธิเลือก

คุณัชญ์ เฉลยกุล ตัวแทนผู้ค้ารายย่อยบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนปัญหาคุณภาพบริการขนส่งไปยังแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ถึง 18 ครั้ง แต่ทุกครั้งได้รับคำตอบเพียงว่าไม่สามารถเปลี่ยนผู้ขนส่งได้

"ลูกค้าร้องเรียนว่าของมาช้า สินค้าสูญหาย หรือพนักงานบริการไม่สุภาพ เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะระบบบังคับให้ใช้ขนส่งรายเดียว ถึงแม้บริการไม่ดี แต่เรายังต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มในการขายอยู่" คุณัชญ์ กล่าว

เสียงสะท้อนเช่นนี้สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ที่เกิดขึ้นจริงในโลกดิจิทัล ซึ่งหากไม่มีการแก้ไข อาจกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน

เอ็ตด้า-กขค. จับมือร่างกฎหมายลูก กำหนดสิทธิเลือกขนส่ง

ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) เปิดเผยว่า กำลังพิจารณาออกกฎหมายใหม่ภายใต้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 (กฎหมาย DPS) เพื่อบังคับให้แพลตฟอร์มเปิดให้เลือกผู้ให้บริการขนส่งอย่างน้อย 3-5 ราย

กฎหมายนี้จะคืนสิทธิให้ทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อเลือกได้เอง แต่ต้องพิจารณารอบด้าน เพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และสำนักงานการแข่งขันทางการค้า

ขณะเดียวกัน เอ็ตด้ายังอยู่ระหว่างศึกษากลไกการกำกับค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม หรือค่าจีพี ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่สร้างความไม่เป็นธรรมในตลาด โดยได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อหามาตรการควบคุมที่เหมาะสม

ลุ้นเปิดเสรีขนส่งอีคอมเมิร์ซ สกัดผูกขาดแพลตฟอร์มใหญ่

ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผอ. เอ็ตด้า

หากแพลตฟอร์มขึ้นค่าจีพีจนร้านค้าไม่มีทางเลือก ก็อาจเข้าข่ายใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม และต้องถูกควบคุมด้วยกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

กขค. เดินหน้าร่างประกาศผูกขาดแพลตฟอร์ม ทันใช้ปีนี้

ในอีกด้านหนึ่ง ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยความคืบหน้า (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) ว่า ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนสรุปการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

สำนักงานยังได้รับความเห็นเพิ่มเติมจากสมาคมกฎหมายอเมริกัน (American Bar Association) เพื่อให้แนวทางกำกับดูแลของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เราไม่ได้ทำเพื่อเอื้อรายใดรายหนึ่ง แต่เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมในระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซทั้งหมดคาดจะแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายในปี 2568 แน่นอน

เส้นทาง 'เปิดเสรีขนส่งดิจิทัล' เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย

ทิศทางใหม่ของการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องกฎหมาย แต่คือการรีเซ็ตสมดุลของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ให้กลับมามีความเป็นธรรมและแข่งขันได้จริงอีกครั้ง

การเปิดเสรีระบบขนส่งออนไลน์ จะช่วยให้ผู้บริโภคมีอำนาจเลือก ผู้ค้าได้ลดต้นทุน ขณะที่ธุรกิจขนส่งไทยทั้งรายใหญ่และรายย่อยมีโอกาสเข้ามาแข่งขันอย่างเท่าเทียม ไม่ถูกปิดกั้นโดยอำนาจของแพลตฟอร์มยักษ์

แม้เส้นทางนี้ยังต้องใช้เวลา แต่สัญญาณจาก กมธ.เศรษฐกิจ, เอ็ตด้า และ กขค. สะท้อนความร่วมมือที่ชัดเจนมากขึ้นในการผลักดันให้ "เสรีภาพในการเลือก" กลับมาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยในยุคดิจิทัล

และเมื่อกฎหมายใหม่นี้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงแต่จะเปิดทางให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของการคืนอำนาจให้ผู้บริโภค ให้คนไทยไม่ต้องถูกมัดมือชกภายใต้ระบบผูกขาด

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่