กรมทรัพย์สินทางปัญญา หนุน SME ใช้ GI ดันสินค้าชุมชนราคาพุ่ง 2-5 เท่า
สินค้าชุมชนสู่พรีเมียม กรมทรัพย์สินทางปัญญา รับโยบาย "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" รมว.พาณิชย์ “Quick Big Win” ใช้ GI เป็นทางรอด SMEs สร้างมูลค่า ดันราคาสินค้าท้องถิ่นพุ่ง 2–5 เท่า
ภายหลังจาก ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายการทำงานแก่ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ พาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ไทยประจำต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Quick Big Win” นโยบายนี้มุ่งให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทำงานแบบสั้น แต่ได้ผลจริง กระจายประโยชน์ไปยังทุกภาคส่วน และสร้างผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็วางรากฐานมั่นคงและยั่งยืนสำหรับอนาคต
หนึ่งใน 7 เรื่องสำคัญที่รัฐมนตรีเน้น คือ การ เสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs และการ เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย ผ่านการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดใหม่ทั้งในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา เป้าหมายคือให้สินค้าไทยมีมูลค่าเพิ่ม ขยายโอกาสทางธุรกิจ และยกระดับการแข่งขันของ SMEs ไทยในเวทีโลก
กรมทรัพย์สินฯ เน้นดันรายได้ SME ผ่านสินค้า GI
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบนโยบายให้ความสำคัญกับการเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs โดยการเพิ่มรายได้ผ่านสินค้า GI ซึ่งถือเป็นของดีประจำถิ่น และที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น GI สามารถเพิ่มมูลค่า ได้มากกว่าสินค้าทั่วไปถึง 2-5 เท่า อาทิเช่น ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ราคาขายก่อนเป็น GI อาจอยู่ที่ลูกละ 100 – 200 บาท แต่เมื่อได้เป็น GI ราคาขายอยู่ที่ลูกละ 300 – 500 บาท
ส่งเสริม สินค้า GI 239 รายการ
ซึ่งแนวทางที่กรมฯ จะเร่งดำเนินการ คือการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการท้องถิ่นและ SMEs ผ่านกลไกการส่งเสริมสินค้า GI ไทย ที่ปัจจุบันมีจำนวน 239 สินค้า ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในปี 2568 กว่า 82,000 ล้านบาท และเพื่อต่อยอดให้เห็นผล Quick Win อย่างเป็นรูปธรรมภายใน 4 เดือน กรมฯ จะเร่งต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ทั้งการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า การพัฒนาภาพลักษณ์สินค้าสู่ระดับพรีเมียม และการขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการส่งเสริมการขึ้นทะเบียน GI ในสินค้าใหม่ๆ ซึ่งรวมถึงว่าที่ GI 5 รายการ ได้แก่ ทุเรียนชุมพร กกเหล่าพัฒนา (นครพนม) ไก่เบตงยะลา ผ้าทอนาหมื่นศรี (ตรัง) และมะยงชิดแม่ย่าสุโขทัย โดยจะร่วมมือกับพาณิชย์จังหวัด ร่วมเฟ้นหาสินค้าคุณภาพที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นให้เข้าสู่ระบบการคุ้มครอง GI พร้อมประสานความร่วมมือสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ร่วมวิเคราะห์ตลาดเป้าหมาย เพื่อร่วมกันส่งเสริมการขยายตลาดสินค้า GI ไทยสู่สากลด้วย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs ที่สภาพแวดล้อมในยุคนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน อาทิ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยในการตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ได้ ซึ่งกรมฯ จะดำเนินกิจกรรมเชิงรุกเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา ส่งเสริมการนำนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์ และตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ๆ
ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้าและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ SMEs ท่ามกลางภาวะการแข่งขันทางการค้าที่เข้มข้นในปัจจุบัน
อรมน กล่าวยืนยันว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติทันที โดยจัดทำแผนงานที่ตอบโจทย์นโยบายเร่งด่วน ทั้งด้านการส่งเสริมการพัฒนา GI การจับคู่นวัตกรรมที่เหมาะสมให้ผู้ประกอบการ และการบ่มเพาะผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้มแข็ง ผ่านการใช้ประโยชน์จากระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประชาชน และเสริมความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน


