posttoday
"กสิกร" เผยกลยุทธ์ หนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ Low Carbon

"กสิกร" เผยกลยุทธ์ หนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ Low Carbon

16 สิงหาคม 2568

กสิกร เผยกลยุทธ์ หนุนธุรกิจไทยลดคาร์บอน ชูโซลูชัน "Beyond Banking" ที่เป็นมากกว่าบริการธนาคาร ช่วยลูกค้าปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว

 

ดร. วิชัย ณรงค์วณิชย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำจุดยืน "ธนาคารแห่งความยั่งยืน (Bank of Sustainability)" บนเวที Asean-China Innovative Economic Forum 2025

 

โดยเปิดเผยกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศและโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้าน ESG ในกลุ่มธนาคารแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสนับสนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนและโซลูชันครบวงจร

 

พันธสัญญา Net Zero และความสำเร็จระดับโลก

 

ดร. วิชัย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยตระหนักดีว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสครั้งสำคัญของภาคธุรกิจ ธนาคารจึงได้ประกาศพันธสัญญาที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) โดยแบ่งเป็น 2 เป้าหมายหลัก:

 

  1. การดำเนินงานของธนาคาร (Scope 1 & 2): บรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2030
  2. พอร์ตโฟลิโอสินเชื่อและการลงทุน (Scope 3): บรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2065 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย

 

ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านการยอมรับในระดับสากล โดยธนาคารกสิกรไทยได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9

 

และเป็นธนาคารแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่มธนาคาร จากการจัดอันดับของ CDP (Carbon Disclosure Project) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านการเปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

 

กลยุทธ์ 3 แกนหลัก สู่การเปลี่ยนแปลง

 

เพื่อบรรลุเป้าหมาย  ธนาคารได้วางกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลง (Transformation) ที่ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่

 

1. Greening Our Operation (ปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน)

 

ธนาคารได้ลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของตัวเอง เช่น

 

  • เปลี่ยนยานพาหนะ: ทยอยเปลี่ยนรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) กว่า 1,500 คัน เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

 

  • ติดตั้งโซลาร์เซลล์: อาคารสำนักงานใหญ่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ครบ 100% แล้ว และขยายผลไปยังสาขาต่างๆ กว่า 135 แห่งทั่วประเทศ

 

2. Greening Our Finance (ส่งเสริมพอร์ตสินเชื่อสีเขียว)

 

ส่วนนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อของธนาคารปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่าการดำเนินงานของธนาคารเองถึง 680 เท่า

 

ธนาคารจึงได้จัดทำ แผนการลดก๊าซเรือนกระจกรายอุตสาหกรรม (Sectoral Decarbonization Pathway) ใน 6 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก 

 

พร้อมตั้งเป้าหมาย ปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้ปล่อยไปแล้วกว่า 1.16 แสนล้านบาท (ข้อมูล ณ ครึ่งปีแรก 2025) และคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายได้ภายในต้นปีหน้า

 

3. ESG "Beyond Banking" (โซลูชันครบวงจรที่มากกว่าบริการธนาคาร)

 

ดร. วิชัยให้ความเห็นว่า ธนาคารเข้าใจดีว่าลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม SME ต้องการมากกว่าแค่เงินทุน แต่ยังต้องการความรู้ ความเข้าใจ และเครื่องมือในการเปลี่ยนผ่าน ธนาคารจึงได้พัฒนาบริการ "ESG Beyond Banking" ขึ้นมา เช่น

 

  • ที่ปรึกษาด้าน ESG: ให้คำปรึกษาและองค์ความรู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

 

  • เครื่องมือคำนวณคาร์บอน: จัดหาซอฟต์แวร์และบริการช่วยลูกค้าวัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

  • K-Climate Transition Center: สร้างระบบนิเวศแห่งความรู้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับลูกค้า

 

  • WATT'S UP: แพลตฟอร์มสำหรับลูกค้ารายย่อยที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สามารถขึ้นทะเบียนและขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) ได้

 

ดร. วิชัย ย้ำว่า ธนาคารได้ออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อสีเขียวที่น่าสนใจเพื่อจูงใจให้ลูกค้าหันมาดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน โดยมอบเงื่อนไขพิเศษ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสินเชื่อปกติ, ระยะเวลาผ่อนชำระนานขึ้น และให้วงเงินสูงขึ้นเมื่อเทียบกับหลักประกัน

 

นอกจากนี้ ธนาคารยังทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เช่น สมาคมธนาคารไทย (TBA) และ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) เพื่อร่วมกันผลักดันให้ภาคธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท