posttoday

จีนเปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ เน้นบริการ-ผลิตซีรีส์ ถึงเวลาไทยเลิกยึด OEM

01 สิงหาคม 2568

จีนเดินหน้าเศรษฐกิจฐานบริการ เน้นผลิตซีรีส์-บันเทิง-ท่องเที่ยว-กีฬา-อาหาร รศ.ดร.สมภพ ชี้ อุตสาหกรรมไทยต้องเร่งปรับตัว ถึงเวลาเลิกยึด OEM ดันแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก

รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวในงานเสวนา พลิกวิกฤตสงครามการค้า สู่โอกาสใหม่ SMEs ไทย เติบโตยั่งยืน ว่า  ในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า สถานการณ์โลกจะยังคงปั่นป่วน โดยเฉพาะหลังจากสหรัฐฯ สรุปท่าทีชัดเจนเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้า ซึ่งมีแนวโน้มกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่กำลังเผชิญปัญหา Over Capacity จากการไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐฯ ได้ในระดับมากเท่าเดิม 

 

ในระยะสั้น ประเทศไทยอาจเผชิญแรงกระแทกจากการนำเข้าสินค้าจีน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  • Final Product – สินค้าสำเร็จรูปที่กระทบตลาดผู้บริโภคโดยตรง
  • Components/Parts -ชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่ภาคการผลิตไทยต้องพึ่งพา

 

รศ.ดร.สมภพ กล่าวต่อว่า จีนกำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจาก 'โรงงานโลก' สู่ 'ตลาดโลก' (Global Marketplace) โดยเน้นเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการส่งออก จีนจึงเริ่มเปลี่ยนจากเศรษฐกิจฐานการผลิต (Production-based Economy) ไปสู่เศรษฐกิจฐานบริการ (Service-based Economy) ผ่านการส่งเสริมภาคบริการ เช่น การท่องเที่ยว, ธุรกิจอาหาร (Food Service), และอุตสาหกรรมบันเทิง

 

“เราจะเห็นการเติบโตของซีรีส์จีน ภาพยนตร์จีน รวมถึงภาคความบันเทิง (Entertainment), กีฬา (Sport Economy), ธุรกิจบริการอาหาร (Food Service), และ Wellness อย่างชัดเจน นี่เป็นการสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ เพื่อไม่ต้องพึ่งพาการส่งออกเหมือนในอดีต เพราะตลาดหลักในต่างประเทศเริ่มมีทางเลือกมากขึ้น และแข่งขันกันสูง”

 

พร้อมกันนี้ จีนยังลงทุนอย่างหนักในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเร่งสร้างความสามารถทางนวัตกรรมในประเทศ โดยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจของตนขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและบริการเป็นหลัก

 

ไทยต้องก้าวพ้น OEM พาแบรนด์ไทยโกอินเตอร์ 

 

รศ.ดร.สมภพ ระบุว่า ไทยเองก็ต้องเร่งปรับตัวในทิศทางเดียวกัน ไม่สามารถยึดกับเศรษฐกิจฐานการผลิต (Production-Based Economy) และการส่งออกเป็นหลักได้อีกต่อไป หากต้องการอยู่รอดและแข่งขันได้ในระบบเศรษฐกิจใหม่ของโลก

 

เมื่อจีนมุ่งสู่เศรษฐกิจภาคบริการ แล้วไทยล่ะ จะหา “ประโยชน์ร่วม” อย่างไรได้บ้าง?

 

วันนี้จีนกำลังเดินหน้าสู่การเป็น service economy อย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเองก็จำเป็นต้องมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน แต่คำถามคือเราจะหาประโยชน์ร่วมจากจุดเปลี่ยนนี้ได้อย่างไร นี่คือโจทย์สำคัญข้อแรก 

 

ในอดีต เศรษฐกิจไทยเติบโตด้วยบทบาท ฐานการผลิตของโลก เราเคยเป็น OEM (Original Equipment Manufacturer) มายาวนาน ตั้งแต่ยุคที่เริ่มก่อตั้ง BOI (สำนักงานส่งเสริมการลงทุน) คู่กับสภาอุตสาหกรรมเมื่อช่วงปี 1960 เราส่งเสริมการลงทุน สนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานผลิต ตั้งแต่ในยุคที่ไทยเน้น “อุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า” (Import-substitute industry) ก่อนจะเปลี่ยนมาเน้น “อุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก” (Export-oriented industry)

 

"กลยุทธ์นี้ใช้มายาวนาน 40-50 ปีแล้ว แต่เรายัง ไม่สามารถก้าวพ้นกับดัก OEM ได้เลย ลองถามตัวเองว่าวันนี้เรามีแบรนด์ไทยที่โกอินเตอร์จริง ๆ สักกี่แบรนด์? เวลาผมถามนักศึกษาในห้องเรียนว่า มีแบรนด์ไหนบ้างที่ไปไกลถึงระดับโลก? คำตอบที่เจอบ่อยคือ 'กระทิงแดง' แล้วแบรนด์อื่น ๆ ล่ะ ก็พอมีแต่ยังไม่ใช่ระดับที่สามารถแข่งขันกับแบรนด์โลกได้แบบเต็มตัว"

 

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า โครงสร้างเศรษฐกิจของเรา ยังคงเป็น OEM เป็นหลัก สินค้าไทยจำนวนมากที่ส่งออกไป ไม่ได้เป็นของแบรนด์ไทย ไม่ได้สะท้อนอัตลักษณ์หรือความเป็นเจ้าของของประเทศเราเลยเราจำเป็นต้องสร้างทางเลือกใหม่ โดยเฉพาะในภาคบริการ (Service Economy) ไม่ใช่เพียงภาคท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึง

  • Food Service
  • Healthcare และ Wellness
  • Entertainment
  • Sport Economy
  • ค้าปลีก ค้าส่ง
  • Digital Services ฯลฯ


หากเราสามารถทำให้ภาคบริการเหล่านี้เติบโตได้มากขึ้น จะเกิด ตลาดรองรับ สำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่ผลิตในประเทศอย่างแท้จริง เราจะไม่จำเป็นต้องส่งกุ้งหรือปูกระป๋องไปขายเป็นตันในราคาถูกให้ต่างชาติเสมอไป แต่เราสามารถใช้ภาคบริการเข้ามาเพิ่มมูลค่า ให้กับสินค้าเหล่านี้ เช่น การแปรรูป การจัดการห่วงโซ่คุณค่า การสร้างแบรนด์ หรือการบริการเสริม นี่คือโอกาสในการเปลี่ยนผ่านจากประเทศผู้ผลิต ไปสู่ประเทศที่สร้างมูลค่า

 

เมื่อรายได้ประชาชนดีขึ้น เศรษฐกิจเติบโต คนจะเริ่มมองหาสิ่งที่ให้ความสุข ความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ใน 'ภาคบริการ' ทั้งสิ้น มนุษย์ไม่ได้ต้องการแค่ปัจจัยพื้นฐานทางกายภาพอีกต่อไป แต่ต้องการบริการที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต และนั่นคือจุดที่ไทยต้องเร่งพัฒนาและวางยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน
 

 

ข่าวล่าสุด

Tefal ประกาศกลยุทธ์ปี 2026 รุกตลาดไทย ชูนวัตกรรมบ้านอัจฉริยะในงานใหญ่