คลังหารือแบงก์ เชื่อมโยงข้อมูล open loop รองรับ Digital Wallet สัปดาห์หน้า
จุลพันธ์ เผย สัปดาห์หน้า เตรียมหารือแบงก์รัฐ-แบงก์พาณิชย์ เชื่อมข้อมูล open loop รองรับ Digital Wallet ย้ำทุกคนต้องกดยืนยันรับสิทธิ์ บนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรประชาชนได้
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้า คณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet จะหารือกับธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ในเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ open loop ซึ่งเป็นการจัดทำระบบพัฒนาและดำเนินการระบบ อาทิ การจัดทำเว็บไซต์ ระบบลงทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติประชาชนและร้านค้า ระบบการใช้จ่าย ระบบการชำระเงิน ระบบตรวจสอบธุรกรรม โดยพัฒนาให้สามารถใช้จ่ายได้กับธนาคารอื่น ๆ ในลักษณะระบบเปิด เพื่อรองรับโครงการ Digital Wallet หลังจากได้พูดคุยเรื่องเทคนิค และการเชื่อมข้อมูล กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และกระทรวงการคลัง ซึ่งมีข้อสรุปในหลายๆ ประเด็น
ซึ่งการเชื่อมโยงข้อมูลที่ได้พูดคุยกับทางกระทรวงมหาดไทย ยังรวมถึงเรื่องประเภทของข้อมูลที่จำเป็นต้องถ่ายโอน เช่น ร้านค้าที่มีสิทธิ์ขึ้นเงิน เป็นข้อมูลที่กระทรวงการคลังต้องจัดสรรให้กับระบบ รวมถึงข้อมูลบางประเภทที่ต้องถ่ายโอนแบบเรียลไทม์ หรือสามารถส่งเป็นชุดได้ โดยจะมีการนัดหมายการอัปเดตข้อมูลด้วยอัตราความถี่มากน้อยเพียงใด
"การคุยนอกรอบได้รับสัญญาณที่ดีในหลายๆประเด็น ทั้งเรื่องของการเข้ามาเชื่อมโยงระบบ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน สามารถเข้าถึงบริการเข้าถึงระบบได้ง่ายขึ้น เบื้องต้นได้รับการสนับสนุนในเรื่องของนโยบาย ซึ่งจะเป็นกลไกในการช่วยเหลือ เชื่อมโยงในนโยบายของรัฐที่จะเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน โดยรายละเอียดทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการหารือ " นายจุลพันธ์ กล่าว
ในส่วนของการยืนยันตัวตน ประชาชนที่เคยได้ยืนยันตัวตนผ่านโครงการของรัฐในโครงการที่ผ่านมา ยังสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ เนื่องจากต้องใช้เวลา และต้องเดินทางไปที่ธนาคารของรัฐ หรือเอกชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการ แต่ย้ำว่า ทุกคนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการต้องทำการยืนยันรับสิทธิ์ ผ่านแอปพลิเคชั่น ทางรัฐ ในการลงทะเบียนรับสิทธิ์ ส่วนจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ยังเท่าเดิม คือ 50 ล้านคน
สำหรับเงื่อนไขการซื้อสินค้าแบบ face to face นั้น เพื่อยืนยันว่าผู้ใช้ไปซื้อสินค้าที่ร้านจริง และ มีการโอนเงินดิจิทัลวอลเล็ตที่สถานที่แรกเปลี่ยนสินค้า โดยต้องเป็นสินค้าที่ไม่อยู่ใน Negative list
กรณี กลุ่มประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟน หรือบางรายไม่มีโทรศัพท์ ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ไปพูดคุยกับ คณะกรรมการที่ติดตามข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อออกแบบกลไกรองรับต่อไป แต่ทั้งนี้คาดว่า จะต้องใช้บัตรประชาชนและเลขบัตรประชาชน แต่ต้องหารือเพิ่มเติมในเรื่องการป้องกันการสวมสิทธิ์การใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบจะไปหารือกันเพิ่มเติม เพื่อหาข้อสรุป ในการรองรับประชาชนทุกกลุ่ม และทุกประเภท
ส่วนกลไกการป้องกันการสวมสิทธิ์ เช่น อาจมีการยืมมือถือผู้อื่นไปใช้งาน นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผิดหลักเกณฑ์ และต้องมีรหัสหนึ่งคนหนึ่งเครื่อง ซึ่งคณะกรรมการฯ ต้องเตรียมระบบเพื่อที่จะรองรับปัญหานี้ไว้ด้วยเช่นกัน
ขณะที่ การยืนยันตัวตนของร้านค้ารายย่อย และรายใหญ่ จะคล้ายกับการยืนยันตัวตนของประชาชน แต่มีรายละเอียดเพิ่มเติม หลังจากหาข้อสรุปได้แล้วจะต้องประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนให้รับทราบ ทั้งการโหลดแอปพลิเคชั่น การลงทะเบียน รวมถึงกลไกหรือเอกสารของร้านค้าที่จะต้องมีการสื่อสารกับประชาชนอีกครั้ง
ขณะที่ การกำหนดสินค้า Negative List ที่ไม่เข้าร่วมโครงการยังต้องหารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อกำหนดรายละเอียดสินค้า ซึ่งยังยึดหลักการเดิมคือ จะต้องเป็นสินค้าที่ผลิต และทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศ และจะเปิดให้ซื้อสินค้านำเข้าชิ้นส่วนที่สำคัญจากต่างประเทศได้บางประเภทส่วนร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการขณะนี้คาดว่ามีมากกว่าล้านราย


