posttoday
กสทช.จัดคลื่นวิทยุชุมชน-สาธารณะ เพิ่ม 90 สถานี สู่ระบบใบอนุญาตปี 68

กสทช.จัดคลื่นวิทยุชุมชน-สาธารณะ เพิ่ม 90 สถานี สู่ระบบใบอนุญาตปี 68

05 เมษายน 2567

วิทยุชุมชน-สาธารณะเฮ กสทช.จัดคลื่นสู่ระบบใบอนุญาตปี 68 ได้ 838 สถานี เปิดช่องเกิดสถานีใหม่ 90 สถานี ขณะที่วิทยุธุรกิจ คลื่นไม่เพียงพอรองรับอีก 553 สถานี เตรียมขยายเวลาประกอบธุรกิจ รอความชัดเจนกฎหมายการประมูล เร่งหาทางออกสู่วิทยุดิจิทัล

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการกระจายเสียง กล่าวว่า วันที่ 5 เม.ย. 2567 สำนักงาน กสทช. ชี้แจงผลการปรับปรุง (ร่าง) ประกาศ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียง จำนวน 4 ฉบับ หลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อการเปลี่ยนผ่านสถานีวิทยุทดลองออกอากาศในระบบเอฟเอ็มไปสู่ระบบใบอนุญาต โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งออนไซต์และออนไลน์มากกว่า 200 คน  

การดำเนินการดังกล่าวนั้น เกิดจากการที่ กสทช. ชุดที่แล้วมีมติให้สถานีวิทยุทดลองออกอากาศในระบบเอฟเอ็มทั้งในส่วนของวิทยุชุมชน สาธารณะ และ ธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3,809 สถานี (ชุมชน 156 สาธารณะ 592 และ ธุรกิจ 3,061 สถานี) ต้องยุติการทดลองออกอากาศหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ทำให้ กสทช.ชุดปัจจุบันต้องพิจารณาแนวทางดำเนินการเพื่อให้ผู้ทดลองออกอากาศดังกล่าวเข้าสู่ระบบการอนุญาตอย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยได้นำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เมื่อ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2566 จากนั้นจึงได้นำความคิดเห็นที่ได้รับมาปรับปรุง (ร่าง) ประกาศฯ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม ที่ได้จัดทำแผนความถี่วิทยุตามมาตรฐานสากลสามารถรองรับการอนุญาตสถานีวิทยุเอฟเอ็มได้ 2,779 สถานี โดยปราศจากการรบกวน 

แต่หลังการรับฟังความคิดเห็นได้นำข้อคิดเห็นที่ดีและเหมาะสมโดยที่ไม่ผิดกฎหมายมาผ่อนคลายเงื่อนไข กล่าวคือ (1) การรบกวนกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งต้องไปทำความตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านภายหลัง (2) การรบกวนที่เกิดจากการใช้งานความถี่ข้างเคียง และ (3) การให้ย้ายที่ตั้งได้ภายในอำเภอนั้น ทำให้สามารถมีคลื่นความถี่เพิ่มขึ้นเป็น 3,346 สถานี จากเดิม 2,779 สถานี (เพิ่มขึ้น 567 สถานี) คงเหลือเฉพาะเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการรบกวนกับสถานีที่ได้รับการอนุญาตแล้ว ซึ่งไม่สามารถผ่อนคลายได้ เนื่องจากขัดต่อกฎหมาย 

กสทช.จัดคลื่นวิทยุชุมชน-สาธารณะ เพิ่ม 90 สถานี สู่ระบบใบอนุญาตปี 68

โดยการจัดสรรคลื่นความถี่ครั้งนี้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดที่ต้องมีสัดส่วนการอนุญาตให้แก่สถานีวิทยุประเภทชุมชนและสาธารณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 จึงได้กำหนดจำนวนคลื่นความถี่ให้วิทยุชุมชนและสาธารณะจำนวน 838 สถานี และวิทยุธุรกิจจำนวน 2,508 สถานี ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสถานีวิทยุชุมชนและสาธารณะที่มีอยู่ปัจจุบันรวม 748 สถานี นั้น ตามแผนฉบับนี้ มีคลื่นความถี่รองรับได้ทั้งหมดและสามารถมีสถานีวิทยุชุมชนและสาธารณะเกิดใหม่ได้อีก 90 สถานี 

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีวิทยุธุรกิจที่คลื่นความถี่ไม่รองรับกับจำนวนสถานีปัจจุบันอีก 553 คลื่นความถี่ จึงได้มีข้อเสนอ 2 แนวทาง คือ (1) ต้องทำการทดลองทดสอบในภาคสนามจริงให้เป็นที่ปรากฎว่าไม่ก่อให้เกิดการรบกวนกับสถานีวิทยุที่ได้รับการอนุญาติแล้ว และ (2) ดำเนินการออกอากาศในระบบวิทยุดิจิทัล ที่จะเปิดโอกาสให้มีการทดลองทดสอบคู่ขนานในปีนี้

2. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม และ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ป้องกันการรบกวนการใช้คลื่นความถี่ของสถานีวิทยุกระจายเสียงต่อกิจการวิทยุการบิน คงเป็นไปตามที่เสนอ ซึ่งมีข้อคิดเห็นในรายละเอียดเล็กน้อยด้วยการปรับลดขั้นตอนการส่งรายงานทางด้านเทคนิค เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ โดยยังคงมีความเป็นมาตรฐานตามหลักสากล เช่นเดิม

ข้อเสนอของผู้ประกอบการที่คัดค้านส่วนมาก ได้แก่ ไม่ต้องให้มีการประมูล รวมทั้งอนุญาตให้สถานีที่ทดลองออกอากาศอยู่เดิมได้รับอนุญาตต่อเลย นั้น เป็นสิ่งที่ กสทช.ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากขัดต่อกฎหมาย ซึ่งที่มีผู้เสนอให้แก้ไขกฎหมายนั้น ส่วนตัวผมไม่ขัดข้อง เพราะเป็นเรื่องนโยบายที่ทางรัฐบาลเป็นผู้พิจารณา เพียงแต่ปัจจุบันบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดเช่นนี้ ในฐานะผู้ที่รับผิดชอบก็ต้องดำเนินการตามที่เป็นอยู่ให้ดีที่สุด 

พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวว่า สถานีวิทยุชุมชนและสาธารณะไม่ต้องประมูลอยู่แล้ว จะได้เข้าสู่ระบบ โดยตามแผน กสทช. จะออกประกาศเชิญชวนให้ได้ภายในไตรมาสที่ 2 นี้ เพื่อให้สถานีวิทยุได้ออกอากาศต่อในปี 2568 โดยเป็นการเข้าสู่ระบบที่มีการพัฒนาทั้งรูปแบบและคุณภาพตามมาตรฐานสากล 

ส่วนสถานีวิทยุธุรกิจก็ควรเข้าสู่ระบบการอนุญาต เพียงแต่จะใช้วิธีประมูลหรือไม่ขึ้นอยู่กับกฎหมาย โดยอาจมีการพิจารณาขยายระยะเวลาสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่ระบบใบอนุญาตระหว่างรอความชัดเจนของกฎหมาย รวมทั้งปัจจุบันได้มีการเปิดโอกาสให้มีการทดลองทดสอบวิทยุระบบดิจิทัลโดยประชาชนหรือผู้ทดลองออกอากาศอยู่เดิม เพื่อให้เกิดความเข้าใจและพัฒนาระบบด้วยตนเอง ก่อนที่หลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตในวิทยุระบบดิจิทัลจะแล้วเสร็จในปีหน้า เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงทั้งรายเก่าและรายใหม่สามารถดำเนินการได้ให้สอดคล้องกับบริบทและเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ผมต้องการพัฒนากิจการกระจายเสียงที่ไม่เคยมีการพัฒนามามากกว่า 30 ปี เพื่อให้กิจการกระจายเสียงไทยยังคงดำรงการสร้างสรรค์สังคมและเศรษฐกิจให้ยั่งยืน ต่อไป

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม