
สำรวจแนวคิดและธุรกิจของเจ้าพ่อเทคโนโลยีโลก! เมื่อ อีลอน มัสก์ลั่น “Longevity is coming!”
“Longevity is coming” สามคำจากอีลอน มัสก์ ที่สะท้อนความเชื่อว่ามนุษย์อาจเอาชนะความชราได้ ชวนสำรวจแนวคิดชีวิตยืนยาวและธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคตของอีลอน ทั้ง Neuralink, Optimus และ AI
KEY
POINTS
- มัสก์ลั่น“Longevity is coming” หลังชาวโซเชียลโพสต์กลัวความแก่และการสูญเสียคนในครอบครัว สอดคล้องกับความเชื่อของเขาว่าความชราแก้ไขได้
- ธุรกิจของมัสก์ เช่น Neuralink, Tesla Optimus และ xAI แม้ไม่ได้มุ่งยืดอายุขัยโดยตรง แต่เน้นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดข้อจำกัดทางร่างกาย
- มัสก์ยังแสดงความกังวลว่าการมีชีวิตที่ยืนยาวเกินไปอาจส่งผลให้สังคมหยุดนิ่ง หากคนรุ่นเดิมครองอำนาจและอิทธิพลเป็นเวลานาน
Longevity is coming” หรือยุคแห่งการมีชีวิตยืนยาวกำลังมาถึง
ข้อความสั้นๆ ที่อีลอน มัสก์ (Elon Musk) โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 โดยเป็นการตอบกลับข้อความต้นทางจากบัญชี @FischerKing64 ซึ่งเล่าถึงประสบการณ์เฝ้ามองปู่เข้าสู่วัย 90 ปี จากคนที่เคยใช้ชีวิตได้ตามปกติ ค่อยๆ สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว ความทรงจำเริ่มเลือนราง แม้แต่การนำถังขยะออกไปไว้ริมถนนก็กลายเป็นเรื่องยาก ก่อนที่ปู่จะเสียชีวิตในที่สุด
จากนั้นเจ้าของโพสต์เริ่มตระหนักว่าความเสื่อมถอยเช่นนี้อาจเกิดขึ้นกับตัวเองในวันหนึ่งเช่นกัน
มัสก์เข้ามาตอบกลับโพสต์ดังกล่าวว่า “Longevity is coming”
แม้จะไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แต่หากย้อนกลับไปฟังสิ่งที่มัสก์เคยพูดเกี่ยวกับความชราในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จะพบว่าคำตอบครั้งนี้สอดคล้องกับแนวคิดที่เขาพูดออกมาอย่างต่อเนื่อง คือ ความเชื่อว่าความชราอาจไม่ใช่ข้อจำกัดของมนุษย์อีกต่อไป!
มัสก์เชื่อว่ามนุษย์ถูกตั้งโปรแกรมให้ตาย และโปรแกรมนั้นอาจเปลี่ยนได้
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2026 รายการ Moonshots ของ ปีเตอร์ ไดอามันดิส (Peter Diamandis) เผยแพร่บทสัมภาษณ์มัสก์ ซึ่งมีการพูดคุยถึงอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และการมีชีวิตยืนยาว
ในบทสนทนานั้น มัสก์บอกว่าความชราและการมีชีวิตยืนยาวเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยี และเขาไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาที่ยากเป็นพิเศษ
เหตุผลที่เขายกขึ้นมาคือ อวัยวะและเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมนุษย์มีแนวโน้มแก่ชราไปพร้อมกัน จึงอาจมีกลไกบางอย่างทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการดังกล่าว และถ้าสามารถเปลี่ยนโปรแกรมได้ ก็อาจทำให้มนุษย์มีชีวิตยืนยาวขึ้นได้ด้วย
แนวคิดนี้ถูกนำกลับมาพูดอีกครั้งในการประชุม World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างการสนทนากับ แลร์รี ฟิงก์ (Larry Fink) ประธานและซีอีโอ BlackRock
มัสก์ย้ำว่าเขาเชื่อว่าความชราเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ และมีความเป็นไปได้สูงที่มนุษย์จะค้นพบวิธียืดอายุขัย หรือแม้แต่ย้อนกระบวนการแก่ชรา อย่างไรก็ตาม เขายอมรับด้วยว่ายังไม่ได้ใช้เวลาศึกษาประเด็นความชรามากนัก
ธุรกิจของอีลอน มัสก์ เกี่ยวข้องกับ Longevity อย่างไร?
แม้อีลอน มัสก์ จะเชื่อว่ามนุษย์สามารถเอาชนะความชราได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าเขากำลังพัฒนายาย้อนวัยหรือเทคโนโลยีชะลอความชราโดยตรง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบางส่วนของเขากำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่อาจช่วยให้มนุษย์ดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น
Neuralink เชื่อมสมองกับคอมพิวเตอร์ ฟื้นความสามารถในการใช้ชีวิต
Neuralink บริษัทเทคโนโลยีประสาทที่มัสก์ร่วมก่อตั้ง กำลังพัฒนาระบบ Brain-Computer Interface (BCI) หรือเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ ผ่านอุปกรณ์ที่ฝังในสมองเพื่อรับสัญญาณประสาทและแปลงเป็นคำสั่งควบคุมอุปกรณ์ดิจิทัล
เป้าหมายสำคัญคือช่วยให้ผู้ที่มีภาวะอัมพาตหรือสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว สามารถควบคุมคอมพิวเตอร์และสื่อสารกับโลกภายนอกได้ด้วยความตั้งใจของตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวของแขนหรือมือ
แม้ Neuralink ไม่ใช่เทคโนโลยีชะลอวัย และยังไม่มีหลักฐานว่าสามารถรักษาภาวะสมองเสื่อมหรือยืดอายุขัยได้ แต่สะท้อนแนวคิดการใช้เทคโนโลยีลดข้อจำกัดของร่างกาย เพื่อให้มนุษย์ยังคงความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ
Tesla Optimus หุ่นยนต์ผู้ช่วยในสังคมสูงวัย
อีกหนึ่งธุรกิจที่เชื่อมโยงกับอนาคตของสังคมสูงวัยอย่างชัดเจนคือ Optimus หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ Tesla กำลังพัฒนา โดยมัสก์วาดภาพให้หุ่นยนต์เหล่านี้สามารถทำงาน ช่วยเหลือภายในบ้าน และดูแลสมาชิกในครอบครัวได้ในอนาคต
ระหว่างการประชุม World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส มัสก์กล่าวถึงความท้าทายในการดูแลพ่อแม่สูงอายุ ทั้งค่าใช้จ่ายที่สูงและการขาดแคลนผู้ดูแล พร้อมเสนอภาพอนาคตที่ครอบครัวอาจมีหุ่นยนต์คอยช่วยดูแลและปกป้องผู้สูงอายุ
หากเทคโนโลยีพัฒนาได้ตามเป้าหมาย Optimus อาจช่วยแบ่งเบาภาระผู้ดูแลและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตในบ้านของตนเองได้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม หุ่นยนต์ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการดูแลผู้สูงอายุในชีวิตจริง
xAI ปัญญาประดิษฐ์กับอนาคตการแพทย์
นอกจากนี้ มัสก์ยังพัฒนา xAI บริษัทปัญญาประดิษฐ์ที่อยู่เบื้องหลัง Grok โดยมุ่งสร้าง AI ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและแก้ไขปัญหาซับซ้อนมากขึ้น
แม้ xAI ไม่ได้ประกาศโครงการวิจัยเพื่อยืดอายุมนุษย์โดยตรง แต่ในภาพรวม AI มีศักยภาพสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์และชีววิทยา ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพไปจนถึงการค้นคว้ายาและทำความเข้าใจกลไกของโรค
ถ้าหากว่าพิจารณาทั้งสามธุรกิจ จะเห็นว่าเทคโนโลยีที่มัสก์กำลังพัฒนาอาจมีบทบาทต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคต แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้มนุษย์มีอายุยืนยาวขึ้นโดยตรงก็ตาม
ชีวิตยืนยาวอาจไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา
ถึงแม้มัสก์จะเชื่อว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยให้มนุษย์มีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่เขามองว่าชีวิตที่ยืนยาวก็อาจจะมีปัญหา
ในการสนทนากับปีเตอร์ ไดอามันดิส (Peter Diamandis) ผู้สนับสนุนแนวคิดการยืดอายุขัยมนุษย์ มัสก์ตั้งคำถามถึงผลกระทบของการมีชีวิตยืนยาวมากหรือการมีชีวิตอยู่ตลอดไป โดยมองว่าความตายและการเปลี่ยนผ่านระหว่างคนในแต่ละรุ่น ย่อมมีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม
แนวคิดนี้ปรากฏอีกครั้งบนเวที World Economic Forum 2026 เมื่อมัสก์เตือนว่า หากมนุษย์มีชีวิตยืนยาวมากจนคนรุ่นเดิมครองตำแหน่ง อำนาจ และอิทธิพลทางความคิดเป็นเวลานาน สังคมอาจเผชิญการหยุดนิ่งและขาดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับความคิดใหม่ๆ ก็ได้
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ปฏิเสธประโยชน์ของการมีสุขภาพดีในวัยสูงอายุ โดยในการสนทนาที่เผยแพร่ผ่าน Abundance Summit เดือนมีนาคม 2026 มัสก์แสดงมุมมองว่าการหลีกเลี่ยงช่วงชีวิตที่ยาวนานภายใต้ความเสื่อมถอยของร่างกายเป็นสิ่งที่ดี
ทำให้เห็นว่า คำว่า “Longevity is coming” ของอีลอน มัสก์ อาจไม่ใช่คำประกาศว่าเขาค้นพบเทคโนโลยีย้อนวัยแล้ว แต่สะท้อนความเชื่อมั่นว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอาจช่วยให้มนุษย์ก้าวข้ามข้อจำกัดทางชีววิทยาที่เคยมองว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ก็ยังตั้งคำถามว่าการมีชีวิตยืนยาวจะกระทบต่อโครงสร้างทางสังคมในอนาคตอย่างไร.







