posttoday
‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

23 ตุลาคม 2569

‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’ ต่อยอดควายปลักทะเลน้อยสู่สินค้าและท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เชื่อมอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำกับเศรษฐกิจชุมชน เพิ่มรายได้ 15%

KEY

POINTS

  • โครงการ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’ คือการพลิกวิถีการเลี้ยงควายน้ำทะเลน้อย โดยเชื่อมโยงการอนุรักษ์ระบบนิเวศ การพัฒนาสินค้าชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เข้าด้วยกันเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่
  • โมเดลนี้สร้างห่วงโซ่คุณค่าครบวงจร ตั้งแต่การปรับปรุงการเลี้ยง (ต้นน้ำ) การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากควาย เช่น ไอศกรีมนมควายและงานหัตถกรรม (กลางน้ำ) และการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ (ปลายน้ำ)
  • ผลลัพธ์ของโครงการช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนกว่า 15% และส่งผลให้ ‘ควายเลน้อย’ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัด เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาชีพควบคู่กับการอนุรักษ์

จากภูมิปัญญาการเลี้ยงควายปลักกว่า 200 ปี สู่การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เชื่อมการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ ผลิตภัณฑ์ชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้ผู้เลี้ยงควายและกระจายผลประโยชน์กลับสู่ท้องถิ่น

 

วิถีการเลี้ยงควายปลักในพื้นที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง กำลังได้รับการต่อยอดผ่านโครงการวิจัย “พรีเมียมพัทลุงโมเดล” ที่มุ่งเชื่อมการอนุรักษ์ระบบนิเวศเข้ากับการพัฒนาสินค้าชุมชนและการท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น ควบคู่กับการรักษาภูมิปัญญาที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน

 

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

 

ทะเลน้อยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และได้รับการขึ้นทะเบียนระบบมรดกทางการเกษตรที่สำคัญของโลก (GIAHS) จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เมื่อปี 2565 ในชื่อ “Thale Noi Wetland Pastoral Buffalo Agro-ecosystem”

 

สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำกับวิถีเลี้ยงควายปลักแบบปล่อยหากินตามธรรมชาติ

 

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

 

ควายปลักไม่เพียงเป็นอัตลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ยังมีบทบาทต่อระบบนิเวศผ่านการกินพืชน้ำและการหมุนเวียนธาตุอาหาร แต่ผู้เลี้ยงยังเผชิญต้นทุนสูงในช่วงน้ำหลาก

 

โดยข้อมูลจากโครงการระบุว่า ราคาฟางอัดก้อนเพิ่มจากประมาณ 45 บาท เป็น 70–100 บาท ขณะที่ราคาควายมีชีวิตลดจากตัวละ 25,000–30,000 บาท เหลือ 10,000–20,000 บาท สะท้อนข้อจำกัดด้านต้นทุนและอำนาจต่อรองของเกษตรกร

 

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

 

สร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ เชื่อมคนเลี้ยงควายกับตลาด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิสิทธิ์ บุญชุม รองคณบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาองค์กร คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ และหัวหน้าโครงการวิจัย “พรีเมียมพัทลุงโมเดล: การยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจในปริมณฑลเลสาบ

 

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

 

ด้วยห่วงโซ่คุณค่า เขา ป่า นา เล ผ่านพลังเครือข่ายแบบมีส่วนร่วม” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)

 

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

 

ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับผู้เลี้ยงควายให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจควายเลน้อย และสร้างระบบที่ทำให้รายได้จากทรัพยากรท้องถิ่นกระจายสู่ชุมชนอย่างเหมาะสม

 

โครงการเชื่อมผู้เลี้ยงควาย วิสาหกิจชุมชน ผู้ให้บริการเรือนำเที่ยว กลุ่มผลิตกลองโพน กลุ่มหัตถกรรมจากกะลาและเขาควาย ผู้ผลิตปุ๋ยจากมูลควาย และกลุ่มหัตถกรรมกระจูดเข้าด้วยกัน โดยมีศูนย์การเรียนรู้ควายเลน้อยเป็นจุดเชื่อมการอนุรักษ์ การเรียนรู้ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

 

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

 

การพัฒนาครอบคลุม 3 ระดับ ได้แก่ ต้นน้ำ จัดทำคอกอนุบาลเพื่อดูแลควายป่วย แม่ควาย และลูกควายในช่วงอายุ 1–3 เดือน พร้อมพัฒนาคอกขุนสำหรับควายอายุ 2–4 ปี ก่อนจำหน่าย เพื่อเพิ่มน้ำหนักและโอกาสต่อรองราคา

 

กลางน้ำ นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น ไอศกรีมนมควาย ผลิตภัณฑ์กัวซาจากเขาควาย งานหัตถกรรม ของที่ระลึก และปุ๋ยหมักจากมูลควาย ต่อยอดทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

 

ส่วนปลายน้ำ ยกระดับการล่องเรือชมธรรมชาติสู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ผ่านกิจกรรมเรียนรู้วิถีควายน้ำและเวิร์กชอปหัตถกรรมท้องถิ่น พร้อมพัฒนาทักษะการเล่าเรื่องให้ผู้ขับเรือนำเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าประสบการณ์และสร้างรายได้จากกิจกรรมที่หลากหลายขึ้น

 

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

 

ท่องเที่ยวควบคู่อนุรักษ์ สร้างรายได้กลับสู่ชุมชน

นายสุภเศรษฐ โอภิธากรณ์ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผู้ร่วมโครงการ กล่าวว่า โครงการช่วยให้ชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวม 15 หน่วยงานที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ระบบนิเวศทะเลน้อยควบคู่กับการสร้างอาชีพที่มั่นคง

 

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

 

แนวทางนี้มุ่งเปลี่ยนการท่องเที่ยวจากกิจกรรมพักผ่อนทั่วไปไปสู่การเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ โดยให้ชุมชนเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวและได้รับประโยชน์จากกิจกรรมท่องเที่ยวโดยตรง

 

ผลการดำเนินโครงการวิจัยระยะ 1 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2568–2569 ตามข้อมูลที่โครงการรายงาน พบว่า รายได้ของผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนควายเลน้อยเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากฐานรายได้เดิม

 

ขณะเดียวกัน จังหวัดพัทลุงได้ประกาศขึ้นบัญชี “ควายเลน้อย” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัด ประจำปี 2569 ตามข้อมูลจากโครงการ

 

‘ควายน้ำทะเลน้อย’ พลิกวิถีชุมชน สร้างมูลค่าใหม่ ‘พรีเมียมพัทลุงโมเดล’

 

พรีเมียมพัทลุงโมเดลจึงเป็นแนวทางนำงานวิจัยมาต่อยอดทุนธรรมชาติและวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยความท้าทายต่อไปคือการรักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการท่องเที่ยว และการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม เพื่อให้การอนุรักษ์ควายน้ำทะเลน้อยเดินหน้าควบคู่กับความมั่นคงทางอาชีพของชุมชนในระยะยาว..

ข่าวล่าสุด

ม.วลัยลักษณ์ จับมือเอกชนต่อยอดงานวิจัยเกษตรอินทรีย์ ดันดินปลูกนวัตกรรมสู่ตลาด

ม.วลัยลักษณ์ จับมือเอกชนต่อยอดงานวิจัยเกษตรอินทรีย์ ดันดินปลูกนวัตกรรมสู่ตลาด