posttoday
เทคโนโลยีโนเบลการแพทย์ 2026 ทำให้ผู้ป่วยตาบอดกลับมามองเห็นบางส่วนได้สำเร็จ!

เทคโนโลยีโนเบลการแพทย์ 2026 ทำให้ผู้ป่วยตาบอดกลับมามองเห็นบางส่วนได้สำเร็จ!

11 ตุลาคม 2569

งานวิจัยต่อยอดเทคโนโลยี Optogenetics เจ้าของรางวัลโนเบลการแพทย์ปี 2026 เผยผลทดลองในผู้ป่วยตาบอดจากโรคจอประสาทตาเสื่อมทางพันธุกรรม เปิดความหวังรักษาภาวะตาบอดระยะรุนแรง

ความก้าวหน้าครั้งสำคัญของเทคโนโลยีการแพทย์ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ประจำปี 2026 เริ่มแสดงผลในการรักษาผู้ป่วยจริง หลังทีมนักวิจัยนานาชาติเปิดเผยผลการทดลองใช้เทคโนโลยี Optogenetics หรือการควบคุมการทำงานของเซลล์ด้วยแสงร่วมกับพันธุวิศวกรรม เพื่อฟื้นฟูการมองเห็นบางส่วนให้แก่ผู้ป่วยที่สูญเสียการมองเห็นจากโรคจอประสาทตาเสื่อมทางพันธุกรรม

 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ว่า ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The New England Journal of Medicine (NEJM) พบว่า ผู้ป่วย 7 ใน 10 คนที่เข้าร่วมการทดลองมีความไวต่อแสงเพิ่มขึ้น โดย 6 คนมีพัฒนาการถึงระดับที่มีความหมายทางคลินิก ขณะที่ผู้ป่วยบางรายสามารถตรวจจับวัตถุ ระบุตำแหน่ง และเอื้อมมือไปยังวัตถุได้แม่นยำขึ้น

 

ผลการศึกษานี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีฟื้นฟูการมองเห็นสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะตาบอดระยะรุนแรง ซึ่งเดิมมีทางเลือกในการรักษาจำกัด

 

ภาพจำลองการทดลอง

 

เปลี่ยนเซลล์ประสาทในดวงตาให้รับแสงได้อีกครั้ง

การทดลองดังกล่าวมุ่งรักษาผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมจากพันธุกรรม หรือ Retinitis Pigmentosa (RP) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เซลล์รับแสงในจอประสาทตาค่อย ๆ เสื่อมสภาพ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาการมองเห็นในที่มืด สูญเสียลานสายตาด้านข้าง และอาจตาบอดในระยะรุนแรง

 

แนวคิดสำคัญของการรักษาคือ แม้เซลล์รับแสงตามธรรมชาติจะถูกทำลายไปแล้ว แต่เซลล์ประสาทบางชนิดในจอประสาทตายังคงมีชีวิตอยู่ นักวิจัยจึงพยายามเปลี่ยนเซลล์เหล่านี้ให้สามารถตอบสนองต่อแสงและส่งสัญญาณไปยังสมองได้อีกครั้ง

 

ทีมวิจัยใช้ยีนบำบัด โดยฉีดไวรัสพาหะชนิด Adeno-associated virus (AAV) ซึ่งบรรจุรหัสพันธุกรรมสำหรับสร้างโปรตีนไวต่อแสงชื่อ ChrimsonR เข้าไปในดวงตาข้างที่มองเห็นแย่กว่าของผู้ป่วยแต่ละราย

 

โปรตีนดังกล่าวจะทำให้เซลล์ประสาทปมประสาทจอประสาทตา (Retinal Ganglion Cells) ที่ยังมีชีวิตอยู่สามารถตอบสนองต่อแสงได้

 

อย่างไรก็ตาม การทำให้เซลล์ตอบสนองต่อแสงเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ นักวิจัยจึงพัฒนาแว่นตาพิเศษที่ติดตั้งระบบรับภาพจากสิ่งแวดล้อม ก่อนแปลงภาพเป็นรูปแบบสัญญาณแสงที่มีความยาวคลื่นเหมาะสม เพื่อกระตุ้นโปรตีน ChrimsonR ภายในดวงตา

 

เมื่อเซลล์ได้รับการกระตุ้น ก็สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบประสาทไปยังสมอง ช่วยให้ผู้ป่วยรับรู้ข้อมูลทางสายตาได้บางส่วน แม้เซลล์รับแสงตามธรรมชาติจะเสื่อมสภาพไปแล้วก็ตาม

 

เทคโนโลยีโนเบลการแพทย์ 2026 ทำให้ผู้ป่วยตาบอดกลับมามองเห็นบางส่วนได้สำเร็จ!

 

ทดลอง 10 คน พบ 6 คนมีพัฒนาการสำคัญ

การศึกษาครั้งนี้เป็นการทดลองแบบเปิดเผยข้อมูลการรักษา โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 10 คน ซึ่งสูญเสียการมองเห็นจากโรค RP ระยะรุนแรง

 

ผลการทดลองพบว่า ผู้ป่วย 7 คนมีความไวต่อแสงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2 เท่า จนถึง 62.3 เท่า เมื่อเทียบกับก่อนการรักษา โดยในจำนวนนี้ 6 คนมีระดับการตอบสนองต่อแสงดีขึ้นถึงเกณฑ์ที่มีความหมายทางคลินิก

 

นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายยังสามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้การรับรู้ภาพได้ดีขึ้น เช่น ตรวจจับการปรากฏของวัตถุ ระบุตำแหน่งของวัตถุ ค้นหาช่องประตู หรือเดินตามเส้นที่กำหนดโดยอาศัยแว่นตาพิเศษ

 

ด้านความปลอดภัย นักวิจัยรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ทางตารวม 34 เหตุการณ์ในผู้ป่วย 9 คน ส่วนใหญ่มีความรุนแรงระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

 

มีเหตุการณ์รุนแรง 1 ครั้ง เป็นภาวะหลอดเลือดแดงจอประสาทตาส่วนกลางอุดตันชั่วคราวทันทีหลังฉีดยา ซึ่งได้รับการแก้ไขและกลับคืนสู่ภาวะปกติภายในไม่กี่นาที

 

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า การทดลองมีผู้เข้าร่วมเพียง 10 คน และออกแบบมาเพื่อประเมินความปลอดภัยเป็นหลัก จึงยังจำเป็นต้องศึกษากับผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นเพื่อยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัยในระยะยาว

 

การประกาศรางวัลโนเบลทางการแพทย์ 2026 ที่ผ่านมา

 

 

จากการค้นพบโปรตีนในสาหร่าย สู่รางวัลโนเบลการแพทย์ 2026

เทคโนโลยี Optogenetics ได้รับความสนใจจากทั่วโลกอีกครั้ง หลังคณะกรรมการโนเบลประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ประจำปี 2026 ให้แก่นักวิทยาศาสตร์ 3 คน ได้แก่

 

คาร์ล ไดส์เซอรอธ (Karl Deisseroth) นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด, ปีเตอร์ เฮเกอมันน์ (Peter Hegemann) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันจากมหาวิทยาลัยฮุมโบลดต์แห่งเบอร์ลิน และ เกออร์ก นาเกิล (Georg Nagel) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันจากมหาวิทยาลัยเวือร์ซบวร์ก

 

ทั้งสามได้รับรางวัลจากการค้นพบเกี่ยวกับช่องไอออนที่ควบคุมด้วยแสง และการพัฒนาเทคโนโลยี Optogenetics ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเปิดหรือปิดการทำงานของเซลล์ประสาทที่ต้องการด้วยแสง

 

จุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีนี้มาจากการศึกษาสาหร่ายเซลล์เดียว Chlamydomonas ซึ่งสามารถตอบสนองต่อแสงได้อย่างรวดเร็ว

 

เฮเกอมันน์และนาเกิลศึกษากลไกของโปรตีนไวต่อแสงในสาหร่าย ก่อนค้นพบว่าโปรตีนกลุ่ม Channelrhodopsins สามารถทำหน้าที่เป็นช่องทางให้ไอออนผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เมื่อได้รับแสง ส่งผลให้เกิดสัญญาณไฟฟ้า

 

ต่อมาไดส์เซอรอธนำองค์ความรู้นี้มาประยุกต์ใช้กับเซลล์ประสาท ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถควบคุมการทำงานของวงจรประสาทในสิ่งมีชีวิตได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

 

เทคโนโลยีดังกล่าวจึงไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะการรักษาภาวะตาบอด แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาการทำงานของสมอง รวมถึงโรคทางระบบประสาทและจิตเวช เช่น พาร์กินสัน โรคลมชัก โรคอัลไซเมอร์ และภาวะเสพติด

 

ทั้งนี้ งานวิจัยฟื้นฟูการมองเห็นที่รายงานล่าสุดเป็นการต่อยอดองค์ความรู้จากเทคโนโลยี Optogenetics ไม่ใช่การทดลองที่ดำเนินการโดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลทั้งสามคนโดยตรง 

 

เทคโนโลยีโนเบลการแพทย์ 2026 ทำให้ผู้ป่วยตาบอดกลับมามองเห็นบางส่วนได้สำเร็จ!

 

 

ผู้ป่วยตาบอดจะกลับมามองเห็นได้เหมือนเดิมหรือไม่?

แม้ผลการทดลองจะเป็นความก้าวหน้าสำคัญ แต่การรักษาด้วย Optogenetics ในปัจจุบันยังไม่สามารถฟื้นฟูการมองเห็นให้กลับมาเป็นปกติได้

 

ความสามารถที่ผู้ป่วยได้รับกลับคืนมาส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่ที่การตรวจจับแสง การรับรู้ตำแหน่งของวัตถุ และการใช้ข้อมูลทางสายตาเพื่อทำกิจกรรมพื้นฐานบางอย่าง

 

เทคโนโลยียังไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยมองเห็นรายละเอียดของภาพได้ชัดเจนเท่าดวงตาปกติ เช่น การอ่านหนังสือหรือจดจำใบหน้า

 

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาสะท้อนว่า แม้ผู้ป่วยจะสูญเสียการมองเห็นไปอย่างรุนแรง ระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นอาจยังคงมีศักยภาพในการรับและประมวลผลข้อมูลใหม่ได้ หากสามารถกระตุ้นเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยวิธีที่เหมาะสม

 

ศ.นพ.โฮเซ-อแลง ซาเอล (José-Alain Sahel) จากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการศึกษา ระบุว่า ผลการทดลองแสดงให้เห็นถึงความสามารถของระบบการมองเห็นในการประมวลผลข้อมูลใหม่ แม้ผู้ป่วยจะสูญเสียการมองเห็นไปอย่างรุนแรงแล้วก็ตาม

 

ความก้าวหน้าครั้งนี้จึงเป็นหลักฐานเบื้องต้นว่า เทคโนโลยี Optogenetics อาจกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยตาบอดจากโรคจอประสาทตาเสื่อมในอนาคต แต่ยังต้องผ่านการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมก่อนนำมาใช้รักษาอย่างแพร่หลาย 

ข่าวล่าสุด

น้ำท่วม 2569 ฉุดคะแนนนิยมรัฐบาล! โพลชี้ 74.8% จวกเตือนภัยช้า

น้ำท่วม 2569 ฉุดคะแนนนิยมรัฐบาล! โพลชี้ 74.8% จวกเตือนภัยช้า