posttoday
กรมควบคุมโรคค้าน! แนวคิดเก็บภาษี 'บุหรี่ไฟฟ้า' ชี้รายได้ไม่คุ้มค่ารักษา

กรมควบคุมโรคค้าน! แนวคิดเก็บภาษี 'บุหรี่ไฟฟ้า' ชี้รายได้ไม่คุ้มค่ารักษา

09 ตุลาคม 2569

กรมควบคุมโรคค้านแนวคิดตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า หวั่นเปิดทางขายถูกกฎหมาย เพิ่มโอกาสเด็กเข้าถึงนิโคติน ย้ำรายได้ภาษีไม่คุ้มภาระสุขภาพระยะยาว

KEY

POINTS

  • กรมควบคุมโรคแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ที่จะศึกษาแนวทางการกำกับดูแลและเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า
  • ให้เหตุผลว่ารายได้จากภาษีที่อาจจัดเก็บได้ ไม่คุ้มค่ากับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องในระยะยาว
  • แสดงความกังวลว่าการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์นิโคตินได้ง่ายขึ้น

เปิดที่มา กมธ.สาธารณสุข เสนอทบทวนกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 กรมควบคุมโรคออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านแนวคิดนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบภาษี ภายหลัง นายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม โดยเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาแนวทางกำกับดูแลบุหรี่ไฟฟ้าอีกครั้ง

 

นายสกลธีระบุว่า ปัญหาการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายห้ามอยู่แล้ว โดยข้อมูลที่หน่วยงานเกี่ยวข้องรายงานต่อกรรมาธิการพบว่า ในปี 2569 กรมศุลกากรตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้ามูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้อมูลการจับกุมในปี 2568 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 680 ล้านบาท

 

สำหรับฝ่ายที่สนับสนุนการปรับปรุงกฎหมาย เสนอให้แยกบุหรี่ไฟฟ้าแบบน้ำยาออกจากผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน (Heated Tobacco Products: HTP) รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการกำกับดูแลและจัดเก็บภาษีตามประเภทผลิตภัณฑ์

 

ทั้งนี้ นายสกลธีเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาประเด็นดังกล่าวอย่างรอบด้าน โดยยังไม่มีข้อสรุปว่าจะอนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมาย

 

กรมควบคุมโรคโต้ รายได้ภาษีไม่คุ้มภาระสุขภาพ

ล่าสุด วันที่ 9 ตุลาคม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนคงมาตรการห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิดในประเทศไทย โดยแสดงความกังวลว่า แนวคิดนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบภาษีอาจนำไปสู่การเปิดจำหน่ายอย่างถูกกฎหมาย และส่งสัญญาณที่ผิดพลาดแก่สังคมว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความปลอดภัย

 

กรมควบคุมโรคระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดรุนแรง ละอองจากบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเคมีและอนุภาคขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจและหลอดเลือด

 

หากมีการอนุญาตให้ขายได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อแลกกับ การเก็บภาษี ภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าในอนาคต จะสูงกว่าเม็ดเงินภาษีที่จัดเก็บได้อย่างมหาศาล ที่น่าห่วงที่สุดคือเด็กและเยาวชน ซึ่งสมองยังอยู่ระหว่างการพัฒนา การได้รับนิโคตินจะกระทบต่อความจำ การเรียนรู้ และการควบคุมอารมณ์ไปตลอดชีวิต

 

กรมควบคุมโรค ระบุเพิ่มเติมว่า การทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษี จะทำให้ผลิตภัณฑ์นี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชนจะเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับกลยุทธ์การตลาด รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดใจ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่รัฐเก็บภาษีคือของที่ปลอดภัย

 

การแก้ปัญหาที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การยอมรับให้เป็นของถูกกฎหมายเพื่อเก็บรายได้ แต่ต้องให้น้ำหนักกับการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ควบคู่กับการเฝ้าระวังและปราบปรามการจำหน่ายอย่างจริงจัง


ปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงห้ามผลิต ห้ามขาย หรือให้บริการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรมควบคุมโรคและภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมจะเร่งเดินหน้าสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงผลกระทบต่อสุขภาพ และสนับสนุนให้ประชาชนร่วมเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสการลักลอบจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” แทนการสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ถูกกฎหมาย


ทั้งนี้ การพิจารณานโยบายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ควรจำกัดมุมมองอยู่แค่เพียงมิติทางเศรษฐศาสตร์ และการจัดเก็บรายได้ แต่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับหลักฐานวิชาการทางการแพทย์ ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว และความสามารถในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากการเสพติดนิโคติน

 

กรมควบคุมโรค มุ่งเน้นการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ และสร้างสังคมที่ใส่ใจสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยปราศจากผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ

ข่าวล่าสุด

คุยแชทกับ Claude อยู่ดีๆ รู้ตัวอีกทีกลับถูกแจ้งความส่งตำรวจ

คุยแชทกับ Claude อยู่ดีๆ รู้ตัวอีกทีกลับถูกแจ้งความส่งตำรวจ