posttoday
สธ. เปิดเกมรุกบนเวที WTO ดันไทยเป็น “Medical Investment Hub”

สธ. เปิดเกมรุกบนเวที WTO ดันไทยเป็น “Medical Investment Hub”

18 กันยายน 2569

สธ. โชว์ศักยภาพไทยบนเวที WTO เดินหน้าหาตลาดใหม่และดึงลงทุน ปักธงสู่ “Medical Investment Hub” ตั้งเป้าสร้างมูลค่าไม่น้อยกว่า 0.5% ของ GDP

สธ. ปักธง “Medical Investment Hub”  ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 0.5% ของ GDP ขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก “บริการ–วิจัย–การผลิต” พร้อมขยายตลาดผู้รับบริการศักยภาพสูง ดึงการลงทุนและเทคโนโลยีเข้าสู่ประเทศ หลังตลาดเวลเนสไทยแตะ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

กระทรวงสาธารณสุขประกาศยกระดับนโยบาย Medical Tourism จากการดึงชาวต่างชาติเข้ามารับบริการรักษาพยาบาล ไปสู่การเป็น “Medical Investment Hub” หรือศูนย์กลางการลงทุนด้านการแพทย์และสุขภาพอย่างครบวงจร ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นทั้งฐานบริการ วิจัย พัฒนานวัตกรรม และผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพสำหรับตลาดโลก

 

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกนำเสนอในการประชุม WTO Public Forum ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 กันยายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่องค์การการค้าโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ภายใต้ธีม “Powering the Future” ที่ให้ความสำคัญกับการค้าบริการซึ่ง WTO คาดว่าจะเติบโต 4.8% ในปี 2569 เร็วกว่าการค้าสินค้าอย่างมีนัยสำคัญ WTO Public Forum 2026

 

นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมเวทีดังกล่าว รวมถึงการเสวนาหัวข้อ “Wellness Without Borders: Powered by Medical Tourism” เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ร่วมกับผู้แทนจากจีน เม็กซิโก และมาเลเซีย

 

เป้าหมายคือสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการสุขภาพไทย และเชื่อมความต้องการจากต่างประเทศเข้ากับบริการ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสุขภาพภายในประเทศ

 

สธ. เปิดเกมรุกบนเวที WTO ดันไทยเป็น “Medical Investment Hub”

 

ไม่ได้ต้องการแค่ “ผู้ป่วยเพิ่ม” แต่ต้องการ “มูลค่าเพิ่ม”

แนวคิดสำคัญที่ไทยนำเสนอบนเวที WTO คือ Medical Tourism ไม่ควรถูกจำกัดความเพียงการเดินทางข้ามประเทศเพื่อเข้ารับการรักษา แต่ควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของ “Health Economy” ซึ่งเชื่อมโยงหลายอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ตั้งแต่โรงพยาบาล การท่องเที่ยว เวลเนส การแพทย์แผนไทย ประกันสุขภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล ไปจนถึงการวิจัยและการผลิตอุปกรณ์การแพทย์

 

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ แต่คือการเพิ่มรายได้ต่อห่วงโซ่บริการ ดึงดูดเงินลงทุน สร้างงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยี และทำให้รายได้บางส่วนย้อนกลับมาสนับสนุนระบบสุขภาพและการพัฒนาบุคลากรของไทย

 

ข้อมูลของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพระบุว่า ในปี 2567 โรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการผู้ป่วยต่างชาติมีรายรับจากการรักษาพยาบาลประมาณ 50,000 ล้านบาท โดยกาตาร์ คูเวต และโอมาน เป็นกลุ่มตลาดตะวันออกกลางที่สร้างมูลค่าสูง สะท้อนโอกาสของไทยในการเจาะตลาดผู้รับบริการที่มีกำลังซื้อและต้องการบริการซับซ้อนหรือบริการเฉพาะทาง

 

สธ. เปิดเกมรุกบนเวที WTO ดันไทยเป็น “Medical Investment Hub”

 

นพ.สุภโชคกล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งบริการสุขภาพมาตรฐานสากล โดยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI มากกว่า 60 แห่ง บุคลากรทางการแพทย์มีศักยภาพ ค่าบริการที่แข่งขันได้ และประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยต่างชาติ รวมถึงเวลเนสและการแพทย์แผนไทย โดยมีสถานประกอบการนวดไทย สปา และเวลเนสมากกว่า 17,000 แห่งทั่วประเทศ สามารถเชื่อมโยงตั้งแต่การป้องกัน รักษา ฟื้นฟู จนถึงการส่งเสริมสุขภาวะ

 

ขณะที่เศรษฐกิจเวลเนสของไทยมีมูลค่าประมาณ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตจากปีก่อน 10.1% โดยการท่องเที่ยวเชิงเวลเนสเป็นหนึ่งในสาขาที่มีศักยภาพสูง

 

เปิดโอกาสให้ไทยเชื่อมโยง Medical Services, Wellness และ Tourism สู่ระบบนิเวศ Health Economy ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดห่วงโซ่ ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับรายงาน Building Thailand’s Future Today ของ World Bank Group ปี 2026 ที่ระบุว่า Sustainable and Wellness Tourism เป็นหนึ่งใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีศักยภาพขับเคลื่อนผลิตภาพ การลงทุน และการสร้างงานคุณภาพของไทย

 

 

จาก Medical Tourism สู่ Medical Investment Hub

การขยับจาก Medical Tourism ไปสู่ Medical Investment Hub หมายถึงการเปลี่ยนบทบาทของไทยจาก “สถานที่รับบริการรักษาพยาบาล” ให้เป็น “ฐานธุรกิจและการลงทุนด้านสุขภาพ” ที่ต่างชาติสามารถเข้ามาใช้บริการ ร่วมวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี ผลิตสินค้า และสร้างธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการไทยได้

 

นพ.สุภโชค กล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขวางโครงสร้างการขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่

 

1. Service Hub

จะมุ่งพัฒนา International Health Agency, Public Premium Flagship Hospitals, Thailand Health Marketplace และ Data & Access เชื่อมโยงการเข้าถึงข้อมูล การเดินทาง การรักษา และการดูแลต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ (Seamless Patient Journey) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริการสุขภาพไทยในตลาดโลก

 

สำหรับอนาคตของ Medical Tourism ประเทศไทยได้เสนอ 3 ประเด็น ได้แก่

  • Trust and Quality ยกระดับมาตรฐาน คุณภาพและความปลอดภัย
  • Connectivity Across Borders เชื่อมโยงวีซ่า ประกันสุขภาพ
  • ระบบส่งต่อ Digital Health และ Telemedicine เพื่อสร้าง Seamless Patient Journey และ Sustainability and Shared Benefits ให้รายได้และการลงทุนกลับมาสนับสนุนระบบสุขภาพ การจ้างงาน การถ่ายทอด เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร

โดยไทยมองว่า WTO มีบทบาทในการเชื่อมบริการสุขภาพสู่ตลาดโลก ผ่านการส่งเสริมความโปร่งใสด้านกฎระเบียบ แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี ลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น และส่งเสริมความร่วมมือด้านบริการสุขภาพข้าม พรมแดน

 

2. R&D Hub

ผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพ ตั้งแต่ยา เครื่องมือแพทย์ ระบบดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ

 

3. Product & Health Manufacturing Hub

ส่งเสริมการลงทุนและการผลิตสินค้าสุขภาพในประเทศไทย เช่น เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เวชภัณฑ์ สมุนไพร และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อหรือนำเข้าเทคโนโลยี แต่สามารถผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศและส่งออกสู่ตลาดโลก

 

ทั้งนี้  รัฐบาลตั้งเป้าให้ยุทธศาสตร์ทั้งสามเสาหลักสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 0.5% ของ GDP พร้อมยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของไทยจากอันดับ 56 ให้เข้าสู่ 50 อันดับแรกของโลก

 

"การเข้าร่วมเวที WTO ครั้งนี้ เป็นโอกาสในการนำนโยบาย “Health Economy” ของกระทรวงสาธารณสุข  เชื่อมโยงสู่เวทีการค้าโลก เพื่อ “หาตลาด บุกตลาดโลก” โดยมุ่งเชื่อมความต้องการจากต่างประเทศกับศักยภาพของผู้ให้บริการไทย ขยายตลาดสู่กลุ่มศักยภาพสูง และต่อยอดสู่การลงทุน การวิจัย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมสุขภาพ เสริมความแข็งแกร่งของ Service Hub และยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางบริการและเศรษฐกิจสุขภาพนานาชาติที่สร้างทั้ง Health Impact และ Economic Impact อย่างยั่งยืน" นพ.สุภโชคกล่าว

 

 

ข่าวล่าสุด

ทลาย โกดังทุนจีน ยึด 'คอนแทคเลนส์เถื่อน' กว่า 100,000 ชิ้น

ทลาย โกดังทุนจีน ยึด 'คอนแทคเลนส์เถื่อน' กว่า 100,000 ชิ้น